
เรียกว่าเป็นภาพความประทับใจที่ทำเอาแฟน ๆ และคนในงานซึ้งไปตาม ๆ กัน สำหรับงานวิวาห์สุดยิ่งใหญ่ของคู่รักซุปตาร์ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” และ “ญาญ่า อุรัสยา” ล่าสุดเพื่อนสนิทอย่าง “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” ได้ออกมาเปิดใจถึงบรรยากาศสุดอบอุ่นในวันนั้น พร้อมเผยโมเมนต์ซึ้งปนฮาที่ทำเอาน้ำตาซึมกันทั้งงาน
"คิมเบอร์ลี่" ยอมรับว่าจนถึงตอนนี้พอกลับมาดูรูปในงานก็ยังน้ำตาคลออยู่ เพราะซึ้งใจในความรักของทั้งคู่ที่เติบโตและผ่านอะไรด้วยกันมามากมายตลอด 17 ปี "คิมมองภาพไม่ออกเลยว่าถ้า 2 คนนี้ไม่อยู่ด้วยกันแล้วจะเป็นยังไง เขาเกิดมาคู่กันจริง ๆ บรรยากาศในงานมันเหมือนมีมนต์สะกดอวบอวลไปด้วยความรัก"
เจ้าตัวยังแซวขำ ๆ ว่าเป็นงานแต่งแนว "ไบโพล่าร์" เพราะมีทุกอารมณ์ ทั้งร้องไห้ซึ้งสลับกับหัวเราะสนุกสนาน โดยโมเมนต์ที่ทำเอาเธอและแขกในงานบ่อน้ำตาแตกที่สุด คือช่วงสปีชของครอบครัว โดยเฉพาะจังหวะของคุณพ่อกับญาญ่า และสปีชจาก "พี่แคท" พี่สาวของ “ญาญ่า”
ในงานนี้ “คิมเบอร์ลี่” และสามี “หมาก ปริญ” ได้รับเกียรติให้ทำหน้าที่สำคัญคือเป็น คนถือแหวนแต่งงาน แถม "คิมเบอร์ลี่" ยังควบตำแหน่ง MC นำเล่นเกม ช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้อีกด้วย ส่วนเรื่องการพูดสปีชอวยพร ตนเผยว่าแอบเครียดเพราะมีเวลาจำกัดแค่ 2 นาที แต่ต้องกลั่นกรองความผูกพันที่มีมานานถึง 17 ปีออกมาให้ครบถ้วน
นอกจากนี้ ในฐานะรุ่นพี่ที่แต่งงานก่อน “คิมเบอร์ลี่” ได้ให้คำแนะนำกับ “ญาญ่า” ว่าให้เก็บเกี่ยวและอยู่กับโมเมนต์วันแต่งงานให้มากที่สุด เพราะหลังจากวันงานจบลง ก็จะเข้าสู่ชีวิตจริงในฐานะสามี-ภรรยา พร้อมประกาศต้อนรับเพื่อนรักเข้าสู่สมาคมแม่บ้าน โดยเตรียมส่ง "มีมแซวสามี" ที่กดเซฟเก็บไว้เป็นตั้ง ๆ ไปให้ “ญาญ่า” พร้อมแอบเผาสามีตัวเองอย่าง “หมาก ปริญ ว่ามีอาการขี้ลืม หาของไม่เคยเจอ เหมือนกันทุกบ้าน
ส่วนกระแสไวรัลก่อนหน้านี้ที่ “คิมเบอร์ลี่” อัดคลิปบ่น “หมาก ปริญ” จนกลายเป็นมีมตลกในโซเชียล เจ้าตัวชี้แจงปนขำว่า ทริปนั้นตนตั้งใจไปพักผ่อนเงียบ ๆ เพื่อเขียนสปีชให้ “ญาญ่า” แต่สามีพลังเยอะมาก กินข้าวเสร็จก็ลงสระ ลงทะเล แถมอาบน้ำวันละ 8 รอบ แล้วยังชอบเรียกให้ตนช่วยถ่ายคลิปให้ตลอดเวลาจนทนไม่ไหว ต้องอัดคลิปบ่นระบายความในใจลงสตอรี่ ซึ่งเธอมองว่าเป็นเรื่องขำ ๆ ของชีวิตคู่ที่ภรรยาหลายคนน่าจะเข้าใจดี
“คิมเบอร์ลี่” ได้ฝากคำอวยพรถึง “ณเดชน์” และ “ญาญ่า” ว่า การแต่งงานไม่ได้ยาก แต่ชีวิตคู่หลังจากนี้ต่างหากที่จะมีบททดสอบเข้ามา แต่เชื่อมั่นว่าถ้าทั้งคู่เลือกที่จะอยู่เคียงข้างกันก็ไม่มีอะไรน่ากลัว พร้อมทิ้งท้ายถึงความฝันในอนาคตที่เคยคุยกันไว้ว่า อยากจะมีเบบี๋พร้อม ๆ กัน เพื่อให้ลูก ๆ ได้เติบโตมาเป็นเพื่อนสนิทกันในสวนสาธารณะเหมือนกับรุ่นแม่นั่นเอง
Advertisement