
สืบเนื่องจาก "เมย์ วาสนา" หรือ "มาดามเมนี่" ให้สัมภาษณ์ถึง "ดิว อริสรา" ที่เคยมีดรามายืมของแล้วไปจำนำ ก่อนจะไกล่เกลี่ยด้วยการทำสัญญาชำระหนี้ ซึ่งตอนนี้ใกล้ถึงเวลาที่กำหนดภายใน 1 ปีแล้ว แต่ทางดิวยังไม่ได้มีการชำระเงินในส่วนดังกล่าว
ล่าสุ "ดิว อริสรา" เปิดใจถึงเรื่องหนี้ว่า "จ่ายมาโดยตลอด และไม่ได้นับเลยว่าจ่ายไปเท่าไหร่ แต่ทำตามทุกอย่างตามสัญญาแน่นอน ในพาร์ตของพี่เมย์ วาสนา ยืนยันว่า ไม่ได้ผิดนัดอะไร และทำทุกอย่างภายใต้สัญญา ซึ่งในนั้นไม่ได้ระบุว่าต้องจ่ายรายเดือน แต่ระบุว่าให้จ่ายภายในระยะเวลา 1 ปี ดังนั้นตนอาจจะชำระเงินก่อนก็ได้ หรืออาจจะทยอยจ่ายก็ได้ หรือก้อนเดียวปิดจบก็ได้
แต่ในข่าวที่ออกไปนั้น มันเหมือนตนไม่จ่าย แต่ในความเป็นจริงตนยังอยู่ในความถูกต้อง ถ้าตนทำผิด ตนก็ต้องโดนอยู่แล้ว พอข่าวออกไปก็กลับไปดูสัญญาเลยนะว่า "เฮ้ย! ฉันเข้าใจผิดมาโดยตลอดหรือเปล่า" แต่สรุปก็คือกล้าพูดได้เต็มปากว่า ยังไม่ได้ผิดสัญญาอะไร
ก่อนถึงวันสิ้นสุดสัญญาข่าวที่ออกไปคือเดือนเมษายน ความจริงคือสิงหาคม พอข่าวออกไป เหมือนไม่ให้โอกาสตนหายใจเลย ซึ่งเชื่อเถอะว่าทุกวันนี้ ที่เห็นตนทำอยู่ คือทำทุกอย่างเต็มที่มาก ๆ และอย่างดีที่สุด แม้กระทั่งลูกค้าทุกคน หมายความว่าหลังจากที่ข่าวออกไปก็พูดคุยกับพี่เมย์ วาสนา ว่ามันคือแบบนี้นะแม่ เราก็ไม่อยากให้พี่เมย์เข้าใจผิด พอข่าวออกตนก็ล่กเลย ว่าทำอะไรผิดหรือเปล่า เราพยายามเคลียร์ตัวเองจริง ๆ และทำอย่าง อย่างดีทุกอย่าง ก็ให้เขาทำความเข้าใจกับสัญญานะว่ามันเป็นแบบนี้ ๆ แล้วก็เดี๋ยวก็ตามขั้นตอนไป แต่ ณ วันนี้เรารู้สถานะฉันคือลูกหนี้ แล้วก็จะทำหน้าที่ลูกหนี้ให้ดีที่สุด
ส่วนเรื่องยอดหนี้ ดิว เผยว่า ยอดไม่ได้เป็นไปตามข่าว ตัวเลขในข่าวมัน 60 กว่าล้าน แต่ของตนไม่ใช่ ไม่ได้นับ แต่มันเกิน 10 ล้าน แต่ไม่ถึง 60 ล้าน แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า ก่อนตนกลับมามีการเคลียร์คืนแล้วบางส่วน ไม่งั้นเขาจะเอาของไปคืนได้ยังไง แต่ตอนนี้ค่อย ๆ จัดการไป ซึ่งตอนนี้ไม่ต้องมานั่งลงลึกหรอก แต่เราอยู่ในฐานะลูกหนี้อยู่ก็แค่นั้นเอง ถามว่าปีนี้จะจบไหม ก็ไม่อยากพูดก่อนว่าหมดปีนี้ไหม แต่อยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุดก่อน
ดิว ยังเผยอีกว่ามีโอกาสที่ได้รับจากวงการบันเทิงหลายโอกาส ตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม มีงานพรีเซนเตอร์ถึง 4 ตัวแล้ว และหลังจากนี้จะมีที่ต้องไปถ่ายเพิ่มอีก ชีวิตตอนนี้ไม่ได้อยู่เมืองไทยเป็นหลัก ครั้งนี้บินมาจากไต้หวัน เพราะลูกๆ ทั้ง น้องไซลาส วัย 3 ขวบ และ น้องซาฮาร่า วัย 1 ขวบ ไม่มีพี่เลี้ยง ทำให้ต้องบินมาไทยเดือนละแค่ 1 ครั้งเท่านั้น
ส่วนที่หลายคนชื่นชมว่า ดิว ชีวิตติดดินขึ้นก็มองว่า รักตัวเองในเวอร์ชันแบบนี้ เพราะมันทำให้สบายใจขึ้นด้วย มั่นใจว่ามันดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน เรื่องการช้อปปิ้งถ้าเทียบกับเมื่อก่อน มองว่าตอนนี้มันไม่ใช่เวลา ทุกอย่างมีมาก็มีไป มีไปก็มีมาได้อีก อะไรก็ไม่แน่นอน อะไรก็เกิดขึ้นได้ในชีวิต แล้วตอนนี้ดิวก็รู้ว่าหน้าที่ของดิวคืออะไร และดิวก็รู้ตัวว่าดิวจะต้องทำอะไรหลังจากนี้
โดยบางช่วงบางตอน ดิว ถึงกับหลั่งน้ำตา เมื่อพูดถึงลูกว่า ทุกวันนี้ความสุขของดิวคือลูกดิว เราได้ใช้เวลากับลูกเต็มที่ ทำให้เรายิ้มสู้ได้ทุกวัน พอกลับไปก็เจอกำลังใจแล้ว คือทุกวันนี้ทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเพื่อลูก ๆ สองคนของเรา ถามว่าภูมิใจกับการทำเต็มที่ไหม ก็ไม่อยากร้องไห้เลย วันนี้พอคุยเรื่องลูก แตะเรื่องนี้ ไม่ได้เลย ทุกๆ วันดิวอยากจะบอกว่าดิวทำทุกอย่างเพื่อลูก ทุก ๆ วินาที ดิวกล้ายืนยัน เพราะเขาคือพลังของดิว
Advertisement