
กลายเป็นประเด็นร้อน สื่อสำนักข่าวเกาหลีใต้แห่งหนึ่งได้ตั้งข้อสังสัยว่า "คิมซอนโฮ" (Kim Seon-ho) พระเอกชื่อดังมีพฤติกรรมเลี่ยงภาษีในลักษณะเดียวกับ "ชาอึนอู" เพื่อนร่วมค่ายเดียวกัน โดยจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลภายในครอบครัว เพื่อถ่ายโอนทรัพย์สิน
โดยมีการตั้งข้อสงสัยว่า คิมซอนโฮ ได้จัดตั้งบริษัทวางแผนการแสดงขึ้นมาโดยใช้ที่อยู่บ้านพักส่วนตัวในเขตยงซาน กรุงโซล เป็นที่ตั้งสำนักงาน ซึ่งมีชื่อของเขาเป็นผู้อำนวยการ และมีคุณพ่อคุณแม่นั่งแท่นคณะกรรมการและผู้ตรวจสอบบัญชี
ทั้งยังมีการกล่าวอ้างว่า คิมซอนโฮ ใช้บัญชีบริษัทจ่ายเงินเดือนให้พ่อแม่สูงกว่า 10 ล้านวอนต่อเดือน ก่อนที่เงินเหล่านั้นจะถูกโอนกลับมาที่ตัวนักแสดงหนุ่มอีกครั้ง นอกจากนี้ยังพบการใช้บัตรเครดิตบริษัทชำระค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น ค่าครองชีพและค่าสันทนาการของครอบครัว ค่าบุหรี่และค่าคาราโอเกะของคุณพ่อ การจดทะเบียนรถยนต์ส่วนตัวในนามนิติบุคคล การกระทำดังกล่าวถูกมองว่า เป็นความพยายามในการเพิ่มรายจ่ายของบริษัทให้สูงขึ้น เพื่อลดภาระการเสียภาษีนิติบุคคล
ล่าสุด ในช่วงบ่ายของวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ต้นสังกัด Fantagio ได้ออกแถลงการณ์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้ ระบุว่า "เราขอแจ้งจุดยืนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับรายงานข่าว เรื่อง การดำเนินงานบริษัทส่วนตัวของ คิมซอนโฮ ที่เผยแพร่ออกมาในวันนี้
ปัจจุบัน คิมซอนโฮ ทำกิจกรรมภายใต้สัญญาผูกขาดกับ Fantagio ในนามบุคคลธรรมดา และเขากำลังปฏิบัติตามขั้นตอนทางกฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ตามสัญญาและกิจกรรมต่างๆ อย่างจริงจัง เราขอประกาศให้ทราบอย่างชัดเจนว่า ไม่มีปัญหาใดๆ เกี่ยวกับสัญญาและการทำกิจกรรมระหว่างคิมซอนโฮและ Fantagio
สำหรับบริษัทส่วนตัวในอดีตที่ปรากฏในรายงานข่าว ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อการผลิตละครเวทีและกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับละครเวที ซึ่งไม่ใช่บริษัทที่จัดตั้งขึ้น เพื่อวัตถุประสงค์ในการหลีกเลี่ยงหรือเลี่ยงภาษีอย่างจงใจแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม หลังจากย้ายมาที่ Fantagio บริษัทดังกล่าวไม่มีการดำเนินธุรกิจจริงมาเป็นเวลาประมาณ 1 ปีแล้ว และขณะนี้เรากำลังดำเนินการปิดบริษัทตามกฎหมาย และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เราจะยังคงปฏิบัติตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในทุกกิจกรรม และจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้กิจกรรมของนักแสดงดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีความเข้าใจผิดที่ไม่จำเป็น ขอบคุณครับ"
สมาคมผู้เสียภาษีเกาหลี (KTA) ได้มีการวิเคราะห์ประเด็นของ ชาอึนอู โดยแยกแยะระหว่าง "การเลี่ยงภาษีแบบผิดกฎหมาย" กับ "การวางแผนภาษีตามสิทธิ" ทั้งนี้การจัดตั้งบริษัทเพื่อบริหารจัดการรายได้เป็นสิทธิโดยชอบธรรมของผู้เสียภาษี หากบริษัทนั้นมีการดำเนินงานจริง การที่บุคคลที่มีรายได้สูงเลือกเสียภาษีผ่านนิติบุคคล ถือเป็นเทคนิคการลดหย่อนภาษีที่ถูกใช้กันทั่วไปในหลายประเทศ
จุดที่ทำให้เกิดปัญหาคือ บริษัทนี้ทำธุรกิจจริงหรือไม่ ซึ่งฝั่งสรรพากร มองว่าบริษัทที่แม่ของชาอึนอูตั้งขึ้นไม่มีกิจกรรมทางธุรกิจที่ชัดเจน จึงมองว่าเป็น "บริษัทกระดาษ" เพื่อใช้เป็นช่องทางถ่ายโอนรายได้เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่คดียังไม่ถึงที่สุด การระบุว่านี่คือการเลี่ยงภาษี ถือเป็นการด่วนสรุปเกินไป และการพยายามประหยัดภาษีโดยใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ไม่ถือเป็นอาชญากรรมจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีเจตนาทุจริตหรือปิดบังข้อมูล
ขอบคุณข้อมูลจากสำนักข่าว OSEN
Advertisement