
จากกรณีเพจ “จ่าต้น รอบตัด X กุดจับ” ได้มีการโพสต์คลิปตำรวจสายตรวจ ตำรวจชุมชน ผู้นำชุมชน ชรบ. ประมาณ 10 นาย อุปกรณ์จับคนคุ้มคลั่งครบมือ เช่นปืนไฟฟ้า โล่ ไม้ง่าม ปืนกระสุนยาง พากันวางแผนเข้าจับกุมตัวชายอายุประมาณ 50-60 ปี ที่มีอาการคลุ้มคลั่งจากการเสพยาบ้าจนวนหลายสิบเม็ด นั่งอยู่ผนังปูนบริเวณครัวหลังบ้าน ถอดเสื้อ ในมือถือมีดทำครัว 2 เล่ม ตะโกนเอะอะท้าทายเจ้าหน้าที่ หากใครเข้ามาจับจะขอสู้ตาย และใช้มีดฟัน
โดยตำรวจและฝ่านปกครอง เจรจาอยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมง แต่ไม่เป็นผล จึงวางแผนเข้าจับกุมตัว โดยแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 5 คน ทีมแรกใช้ยุทธวิธีหลอกล่อเบี่ยงเบนความสนใจ ทีมที่ 2 คือทีมจ่าต้น เดินเข้าบ้านอ้อมไปที่หลังบ้าน ใช้ปืนไฟฟ้ายิงใส่ชายคุ้มคลั่ง แต่เขากลับไม่สะทกสะท้านเลย แถมยังเอามีดตัดสายไฟ และใช้มือดึงสายไฟออก ก่อนถือมีด 2 เล่ม วิ่งเข้าหาทีมงานจ่าต้น พากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
ก่อนที่ตำรวจและฝ่ายปกครองอีกทีมจะใช้ไม้ง่ามเข้าควบคุมตัวลงกับพื้น แต่ต้องใช้คนนับ 10 คน ช่วยกันจับใส่กุญแจมือ เขาก็ดิ้นรนต่อสู้อยู่สักพักไม่ยอมจำนนโดยง่าย ตำรวจต้องใช้ปืนไฟฟ้าช็อตลำตัวอยู่หลายครั้ง จนสยบอาการเขาลงได้สำเร็จ เมื่อชายคลุ้มคลั่งจนมุมถูกใส่กุญแจมือ ได้ร้องหาเมียมาช่วย
เมื่อควบคุมตัวมาถึงโรงพัก กำลังจะเอาตัวเข้าไปสงบสติอารณ์ในห้องควบคุม ตำรวจได้ค้นในตัวทราบชื่อภายหลังคือลุงชีพ อายุ 58 ปี พบยาบ้าในกระเป๋ากางเกงยีน 23 เม็ด โดยให้เด็กวัยรุ่นในหมู่บ้านไปซื้อมาเสพตอนเช้าวันนี้ 50 เม็ด ในราคา 1,000 บาท เสพจนเหลือเพียง 23 เม็ด ตามที่เห็น ตำรวจต้องถึงกับอึ้งว่า ลุงชีพ อายุ 58 ปี เสพยาบ้าทีเดียวถึง 27 เม็ด หรือ 27 แรงม้าเข้าไปครั้งเดียว มิน่าทำไมลุงถึงมีเรี่ยวแรงเยอะขนาดนี้
หลังจากโพสต์ไปมีชาวโซเชียลมาแสดงความคิดเห็น และแชร์กันไปจำนวนมาก เหตุเกิดที่บ้าน ม.9 บ.ดงหินโงม ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี วันที่ 15 ก.ย. 69 เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง สภ.กุดจับ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พบกับ ส.ต.ท.ตุลยวัต ภูคงสด อายุ 29 ปี ผบ.หมู่ ป. สภ.กุดจับ ผู้ถ่ายคลิป เล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. วันที่ 14 ก.ย. 69 ได้รับรายงานจากสายตรวจชุมชน ต.เชียงเพ็ง และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เข้าสนับสนุนระงับเหตุคนคลุ้มคลั่งยาอาละวาด คือ นายจิรชีพ หรือ ลุงชีพ อายุ 58 ปี สามีเจ้าของบ้าน
สาเหตุเบื้องต้น เกิดจากที่ผู้ก่อเหตุกับภรรยาจะเดินทางไปหย่ากันที่อำเภอกุดจับ ทำให้ลุงมีอาการเครียด เพราะภรรยาขอแยกทาง เนื่องจากสามีติดเสพยาบ้ามานาน 4-5 ปี เคยให้โอกาสเลิกเสพยาแต่ก็ยังเสพเหมือนเดิม
ภรรยาชื่อนางแป ได้แจ้งทางผู้นำชุมชน ชรบ.หมู่บ้าน เข้าเจรจาอยู่นานก็ไม่ฟัง และเอาไม่อยู่ จึงได้ประสานงานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอำเภอกุดจับ ให้เข้าไประงับเหตุ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบ ก่อนเตรียมอุปกรณ์ขึ้นรถตราโล่ นำโดย ร.ต.ท.วิวัฒน์ ทีป้อง รอง สวป.ฯ เข้าไปประเมินสถานการณ์ พบผู้ก่อเหตุถืออาวุธมีดทำครัว 2 เล่ม อยู่ที่มือด้านซ้ายและขวา อยู่บริเวณครัว และร้องตะโกนท้าทายทางเจ้าหน้าที่ว่า ใครเข้ามาจะทำร้ายหรือใช้มีดฟันให้หมด ตอนนั้นผู้ก่อเหตุคลุ้มคลั่งมาก เคยมีประวัติเกี่ยวกับการเสพยาเสพติดย้อนไปเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้เกลี้ยกล่อมประมาณ 20 นาที และไม่เป็นผล เลยได้ปรึกษาทางทีมงาน และวางแผนที่จะตลบหลัง จะใช้ปืนเลเซอร์กัน หรือปืนไฟฟ้ายิงช็อต ตนและทีมงานได้เดินอ้อมไปทางหลังบ้านพอถึงจุดได้ประสาน ให้ทางเจ้าหน้าที่หลอกล่อโดยการชวนคุย ให้ผู้ก่อเหตุเผลอประมาณ 5 นาที ก็ยังไม่เป็นผล จึงได้ตัดสินใจใช้ปืนไฟฟ้ายิงเข้าไปที่ผู้ก่อเหตุ หลังจากยิงโดนที่ต้นแขนและหน้าอก ผู้ก่อเหตุก็ยังเฉยเพราะฤทธิ์ยาบ้าที่เสพเข้าไปหลายเม็ด ได้ใช้มีดตัดสายไฟและถอดหัวช็อตไฟฟ้าออก แล้วถือมีด 2 เล่ม หันกลับมาวิ่งเข้าทีมของตน พากันวิ่งหลบหนีออกมา
ส่วนอีกทีมหลอกล่อที่อยู่ข้างหน้า ได้วิ่งเข้ามาด้านหลังลุงชีพ แล้วเข้าควบคุมตัวทั้งไม้ง่าม โล่ และกระสุนยาง พร้อมทั้งเอาปืนเลเซอร์กัน ช็อตอีกสองสามที จึงสามารถสยบลุงชีพลงได้
ขณะสิ้นฤทธิ์ผู้ก่อเหตุได้ร้องเรียกชื่อภรรยาให้มาช่วยว่า แป แป แต่ทางภรรยาก็ไม่ได้สนใจ เพราะว่าจะไปเลิกกันหย่ากันที่อยู่แล้ว
จากการสอบถามภรรยาว่า ทำไมถึงได้ขอเลิกกับลุงชีพ และจะไปหย่ากัน ได้คำตอบว่า สามีติดเสพยาหนักเกินไปจนรับไม่ได้ ติดเสพยามา 4-5 ปีแล้ว หลังเสพยาไปก็จะคลั่ง ควบคุมสติตัวเองไม่ได้ นัดกันจะมาหย่าที่อำเภอในวันนี้ และจะแบ่งทรัพย์สินที่หามาด้วยกันคนละครึ่งทาง บ้านที่เกิดเหตุเป็นของภรรยา ลุงชีพเป็นคนมาอาศัย และแกเป็นคน จ.นครราชสีมา สุดท้ายเลยไม่ได้หย่า เพราะโดนทางเจ้าหน้าที่จับกุมเสียก่อน ตอนแรกทางเจ้าหน้าที่ แค่จะนำตัวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก จนหายคุ้มคลั่ง แล้วจะให้แกไปหย่ากับภรรยา แต่ว่าก่อนคุมตัวแกเข้าห้องขัง ได้ทำการค้นตัวตัวตามระเบียบของโรงพัก ก็พบยาบ้าจำนวน 23 เม็ด อยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนด้านซ้าย สอบถามว่าเอามาจากไหน แกยอมรับว่าให้เด็กน้อยซื้อมา 1,000 บาท จำนวน 50 เม็ด ส่วนที่หายไป 27 เม็ด คาดว่าแกคงสูบไปแล้ว ถึงได้คลุ้มคลั่งขนาดนี้ เลยทำให้ปืนเลเซอร์กัน หรือปืนไฟฟ้าเอาแกไม่ลง ต้องใช้กำลังคนเกือบ 10 นาย ไม่เคยเจอคนสูงวัยคลั่งแบบนี้ ส่วนมากจะเป็นวัยรุ่น ถ้าเป็นคนแก่ ก็ไม่น่าจะมีเงินมาซื้อเยอะขนาดนี้
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “เสพและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย , ประพฤติตนวุ่นวาย และเป็นภัยสังคม” ส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
Advertisement