
ความคืบหน้ากรณีสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจสายตรวจ สภ.บ้านเป็ด จังหวัดขอนแก่น จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง หลังปรากฏภาพตำรวจนายหนึ่ง ใช้ฝ่ามือตบหน้าวัยรุ่นชาย ขณะนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ของตนเองอยู่
โดยต้นสังกัดยืนยันในภายหลังว่า ชายในคลิปเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สภ.บ้านเป็ดจริง จำนวน 1 นาย โดยก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจออกตรวจพื้นที่ภายหลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านซ้ำหลายครั้งว่า มีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวขับขี่รถจักรยานยนต์เสียงดังและตั้งวงดื่มสุราในที่สาธารณะช่วงเวลากลางคืน กระทั่งพบกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งมีวัยรุ่นชายผู้ได้รับบาดเจ็บรวมอยู่ด้วย กำลังตั้งวงดื่มสุราบริเวณริมบึงหนองโคตร ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น หลังคลิปถูกเผยแพร่ มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
ส่วนใหญ่มองว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม โดยเห็นว่าแม้วัยรุ่นคนดังกล่าวจะกระทำความผิด แต่เจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดก็ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายร่างกายผู้อื่น และภายหลังเหตุการณ์กลายเป็นกระแสในสังคมออนไลน์และปรากฏตามสื่อต่าง ๆ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ้านเป็ด ออกคำชี้แจง พร้อมมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามขั้นตอนทั้งในส่วนของคดีอาญาและทางวินัย ซึ่งคำชี้แจงของ สภ.บ้านเป็ดระบุว่า ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบและตักเตือน มีวัยรุ่นชาย 1 ราย แสดงกิริยาและใช้วาจาไม่สุภาพ ขัดขืน รวมทั้งล้อเลียนและยั่วยุการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ตำรวจนายดังกล่าวมีความยับยั้งชั่งใจไม่เพียงพอ เกิดบันดาลโทสะ และใช้มือตบหน้าวัยรุ่น 1 ครั้ง ตามที่ปรากฏในคลิป
ล่าสุด ( 3 ส.ค.2569 ) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เดชะเรืองศิลป์ ผู้กำกับการ สภ.บ้านเป็ด เพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดีอย่างเป็นทางการ โดย พ.ต.อ.ภาคภูมิ เปิดเผยว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเป็ดแล้ว พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์และสอบปากคำเบื้องต้นไว้ ซึ่งเบื้องต้นผู้เสียหายยังไม่สามารถระบุได้ว่า ตำรวจที่เข้ามาทำร้ายเป็นใครหรือสังกัดหน่วยงานใด ทราบเพียงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนจึงส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจพิสูจน์บาดแผลที่โรงพยาบาล และเมื่อผู้เสียหายมีความพร้อม จะนัดเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง
ส่วนการดำเนินการทางวินัย วันนี้ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี พ.ต.ท.ชนธรรม นิลทมร รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.บ้านเป็ด เป็นประธานคณะกรรมการ กำหนดระยะเวลาสรุปสำนวนการตรวจสอบไม่เกิน 15 วัน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในคืนเกิดเหตุได้ถูกเรียกมาพูดคุย พร้อมให้หยุดปฏิบัติหน้าที่สายตรวจเป็นการชั่วคราว และมอบหมายให้ช่วยงานด้านอื่นภายในโรงพักไปก่อน จนกว่าการตรวจสอบจะแล้วเสร็จ และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ผู้เสียหายเป็นหนึ่งในกลุ่มที่อยู่บริเวณจุดเกิดเหตุมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าอยู่มานานเพียงใด รวมถึงยังต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่า กลุ่มดังกล่าวมีการส่งเสียงดังหรือไม่ เนื่องจากในคืนเกิดเหตุมีชาวบ้านบริเวณรอบบึงหนองโคตรโทรศัพท์แจ้งตำรวจว่า มีกลุ่มวัยรุ่นรวมตัวดื่มสุราอยู่รอบบึง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบทุกกลุ่มที่อยู่บริเวณดังกล่าว
พ.ต.อ.ภาคภูมิ กล่าวอีกว่า สำหรับการเยียวยาผู้เสียหาย ได้ให้ทางหัวหน้างานป้องกันปราบปรามเข้าไปพูดคุยและขอรายละเอียดเพิ่มเติมแล้ว โดยจะนัดหมายพูดคุยกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ และหลังเกิดเหตุได้กำชับมาตรการป้องกันและแนวทางปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยต่อไปการเข้าตรวจสอบทุกครั้ง เจ้าหน้าที่จะต้องติดกล้องประจำตัว พร้อมกำชับเรื่องการใช้ยุทธวิธีในการปฏิบัติหน้าที่ หากมีการจับกุมจะต้องบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และแสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยการแจ้งให้ผู้ถูกตรวจค้นทราบว่ากำลังมีการบันทึกภาพ ในกรณีที่ยังไม่พบการกระทำผิด เจ้าหน้าที่จะขอความร่วมมือให้กลุ่มบุคคลออกจากจุดที่มีประชาชนร้องเรียนในช่วงเวลากลางคืน แต่หากพบการกระทำผิด เช่น การดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเทศบาลประกาศให้เป็นสวนสาธารณะ และเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.แอลกอฮอล์ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย นอกจากนี้ หากตรวจสอบรถจักรยานยนต์ที่นำมาใช้แล้วพบว่าผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบในเรื่องใด ก็จะตรวจยึดและดำเนินคดีต่อไป
สำหรับวันเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีกล้องประจำตัวติดอยู่เช่นกัน แต่เจ้าหน้าที่ที่ติดกล้องอยู่คนละจุดและคนละมุม จึงไม่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไว้ได้ ทั้งนี้เฉพาะเดือนนี้ สภ.บ้านเป็ดได้ดำเนินการกับกลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญจากรถท่อเสียงดังแล้วร่วม 100 ราย เนื่องจากบึงหนองโคตรเป็นแหล่งรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่นจากหลายพื้นที่ ประกอบกับเป็นสวนสาธารณะที่ไม่มีรั้วรอบขอบชิด ทำให้สามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้ง่าย แตกต่างจากสวนสาธารณะแห่งอื่นที่มีรั้วและไม่สามารถเข้าไปได้ในช่วงกลางคืน และล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่สายตรวจและกำหนดมาตรการเพิ่มเติม โดยในผลัดกลางคืนจะเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 2–3 นาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปราม
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้กำกับการ สภ.บ้านเป็ด ยังไม่ได้พบกับเจ้าหน้าที่สายตรวจผู้ก่อเหตุ จึงยังไม่ทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยจะเรียกตัวมาพบภายในวันนี้ ระหว่างนี้จึงดำเนินการตรวจสอบในภาพรวมไปก่อน เนื่องจากผู้เสียหายยังไม่สามารถระบุได้ว่าเจ้าหน้าที่ที่ก่อเหตุเป็นใคร
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ทางด้าน บอสโน๊ต ซึ่งเป็นเจ้าของร้านที่ผู้บาดเจ็บทำงานอยู่เป็นร้านหมูกระทะ หรือนาย มานิต โทแสง ชาว จ.มหาสารคามผู้บริหารวงหมอลำอีสานนครศิลป์ และเจ้าของธุรกิจหลากหลายในจังหวัด (หรือที่รู้จักกันในนามผู้บริหารและนักธุรกิจพันล้านผู้เบื้องหลังวงหมอลำชื่อดัง) ได้ทำการไลฟ์สดลงใน Facebook ส่วนตัวของตัวเอง (Manit Tosang) พูดถึงกรณีดังกล่าวว่า เป็นเหตุการณ์ที่ตำรวจ สภ. บ้านเป็ดตบเด็กพนักงานร้านจนเลือดกำเดาไหลโดยตบสองครั้ง และให้เหตุผลส่วนตัวในคลิปวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า คุณเป็นถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ควรไปตบเด็กจนเลือดกำเดาไหลขนาดนี้ก็ได้ และพนักงานที่บาดเจ็บก็ไม่ได้ไปมั่วสุมในคืนดังกล่าว เพราะเพิ่งเลิกงานจากร้านเดินทางไปหาเพื่อน และไปถึงไม่นานก็เกิดเหตุขึ้น และเท่าที่สอบถามเหตุการน้องพนักงานที่บาดเจ็บบอกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจมาไล่ให้กลับบ้านเพราะดึกแล้วซึ่งทุกคนก็ขานรับและจะแยกย้ายกัน และน้องที่บาดเจ็บก็บอกว่าผมกำลังจะกลับครับผมเพิ่งมาถึง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับพูดเสียงแข็งกลับมาว่ามึงกวนตีนกูหรอ ก่อนจะตบหนึ่งครั้งตามคลิปที่ปรากฏ ทำให้น้องที่บาดเจ็บมองตำรวจด้วยความมึนงง และก็ถูกตบอีกหนึ่งครั้งจนมีเลือดกำเดาไหลออกมาแต่จังหวะที่สองนั้นคริปถูกตัดไปก่อน พร้อมทั้งฝากเอฟซีและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ช่วยกันแชร์เรื่องราวดังกล่าวนี้ออกไปถึงผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดให้ดำเนินดำเนินการอย่างจริงจัง
นอกจากนี้ในคลิป บอสโน้ต ยังได้เรียกผู้บาดเจ็บมาเข้าเฟรมกล้องด้วย และสอบถามว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้ายเพราะสาเหตุว่าหน้าตากวนตีนใช่หรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับปนหัวเราะว่าใช่ครับเค้าหาว่าผมหน้าตากวนตีน จึงตบหัวไปสองครั้ง โดยครั้งที่สองเลือดกำเดาไหล ซึ่งครั้งแรกจะตบทางปกติหลังจากตบเสร็จก็ตบเสยขึ้นเป็นครั้งที่สองจนเลือดกำเดาไหลออกมา โดยแสดงท่าทางให้กล้องดูด้วย ทำให้พฤติกรรมดังกล่าวกลายเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์และสังคมในพื้นที่อย่างกว้างขวาง ถึงความไม่เหมาะสมและไม่สมควรกับพฤติกรรมดังกล่าว และตั้งคำถามว่าเป็นตำรวจแล้วทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ
Advertisement