
จากกรณี“น้องเทียน“ อายุ 28 ปี ถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากร และตำรวจญี่ปุ่นควบคุมตัวที่สนามบินฟุกุโอกะ เนื่องจากตรวจพบยาเสพติด (ไอซ์) ซุกซ่อนอยู่ในซองกาแฟที่รับฝากหิ้ว โดยครอบครัว ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ เชื่อว่าลูกสาวไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และถูกหลอกใช้เป็นเหยื่อ
โดยวันนี้ (27 กรกฎาคม 2569) นายธนาศักดิ์ อายุ 53 ปี พ่อของน้องเทียน เดินทางมาที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจอีกครั้ง ซึ่งก่อนเข้าห้องสืบสวน นายธนาศักดิ์ เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ลูกสาว แฟนหนุ่ม และเพื่อน ได้เดินทางออกจากประเทศไทย เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะถูกจับเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ต่อมาทางครอบครัวได้รับหนังสือแจ้งประสานงานจากกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า “ลูกสาวถูกเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นควบคุมตัวทันทีที่เดินทางถึงสนามบินฟุกุโอกะ เนื่องจากตรวจพบไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในพัสดุประเภทซองกาแฟ” ยอมรับว่าตกใจมาก ก่อนจะรีบเข้าแจ้งความ และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือลูก
ขณะที่แฟนหนุ่มที่เดินทางไปด้วยกันได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม และจากการสอบถามแฟนหนุ่ม ทราบว่า ลูกสาวรับพัสดุหิ้วทั้งหมด 9 ชิ้น โดยมีผู้มารับพัสดุไปแล้ว 8 ชิ้น เหลือเพียงพัสดุชิ้นเจ้าปัญหา 1 ชิ้นที่ไม่มีผู้มารับ และภายหลังจากเกิดเรื่อง ทางครอบครัว ก็ไม่สามารถติดต่อกับลูกสาวที่ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ญี่ปุ่นได้อีกเลยจนถึงวันนี้ ซึ่งตอนนี้ทางครอบครัวก็เป็นกังวลอย่างมาก
เมื่อถามถึงรายละเอียดพัสดุเจ้าปัญหาดังกล่าว พบว่า พัสดุต้นเหตุเป็นกล่องพัสดุสีน้ำตาล ปิดผนึกด้วยเทปกาวอย่างหนาแน่น พอย้อนกลับไปตรวจสอบ ก็พบชื่อไลน์ที่เป็นผู้ฝากหิ้ว ชื่อ "ing ing" โดยคิดค่าจ้างหิ้วอยู่ที่ 3,600 บาท แต่ภายหลังถูกจับก็ปรากฎว่า "ไม่มีการติดต่อมารับสินค้า และได้ทำการบล็อกช่องทางการติดต่อไปแล้ว" และทราบว่าเคยส่งของให้แล้ว 1 ครั้ง
นายธนาศักดิ์ ยังระบุอีกว่า โดยปกติลูกสาวจะรับงานหิ้วของผ่านกลุ่มทาง Line และ Facebook ซึ่งกรณีนี้ ช่วงก่อนหน้าที่ลูกสาวจะเดินทางก็ได้ทำการตรวจสอบพัสดุตามขั้นตอนเท่าที่ทำได้ แต่เนื่องจากสิ่งของภายในถูกซีลบรรจุภัณฑ์สำเร็จรูปมาอย่างดี ทำให้ไม่สามารถแกะหรือฉีกซองออกดูข้างในได้ จึงไม่ทราบเลยว่าภายในถูกซุกซ่อนด้วยยาเสพติด
เมื่อถูกถามที่ว่าลูกสาวตกเป็นเหยื่อหรืออาจมีส่วนรู้เห็นกับขบวนการค้ายาเสพติดหรือไม่ นายธนาศักดิ์ ยืนยันหนักแน่นว่า “ลูกสาวไม่มีทางเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างแน่นอน โดยอาชีพหลักของลูกสาว คือการรับซื้อของเก่าประเภทเงิน อัตราโบราณ พระเครื่อง ส่วนอาชีพรับหิ้วของไปญี่ปุ่นนั้นทำเป็นอาชีพเสริมมาได้ประมาณ 1 ปีเศษ และมักจะถือโอกาสเดินทางไปท่องเที่ยวด้วย”
"ลูกผมเป็นเหยื่อแน่นอน เพราะเขาไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียหรือยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเลย ตนเองเตือนลูกอยู่ตลอดเวลาเรื่องการรับหิ้วของ แต่ครั้งนี้มันซีลมาอย่างดี เขาฉีกดูไม่ได้จริงๆ ตอนนี้ครอบครัวเป็นห่วงมาก เพราะติดต่อไม่ได้เลย ไม่รู้ความเป็นอยู่อย่างไร วันนี้ในใจหวังอย่างเดียว คืออยากทราบข่าวของลูก ห่วงลูกสาวมากๆ และอยากให้หน่วยงานภาครัฐช่วยติดตามคดีให้ถึงที่สุด“ นายธนาศักดิ์ พ่อของผู้เสียหายกล่าว
ส่วนล่าสุด ทาง ป.ป.ส. ได้ประสานตรงมายังครอบครัว เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว โดยลูกเขยกำลังเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เพื่อมอบหลักฐานการติดต่อ , รายชื่อบัญชีผู้โอนเงิน และข้อมูลในกลุ่มไลน์รับหิ้วของ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนหาตัวผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังในประเทศไทย
เมื่อถามว่าลักษณะพฤติการณ์ของลูกสาว ซ้ำรอย คดีแอร์มีนา หรือไม่ แล้วก่อนหน้านี้ลูกสาวหรือทางครอบครัวได้เห็นข่าวเตือนภัยบ้างหรือไม่ นายธนาศักดิ์ ยอมรับว่า เห็นข่าวแล้ว และเตือนกันตลอด แต่ไม่คิดว่าจะมาเกิดขึ้นกับครอบครัวของตัวเอง ยืนยันว่าลูกสาวถูกหลอกให้หิ้วของข้ามประเทศ
โดยระหว่างให้สัมภาษณ์ นายธนาศักดิ์ มีอาการวูบเกือบจะเป็นลมจากความเครียด เหงื่อแตกตลอด เนื่องจากพักผ่อนน้อย ก่อนจะนั่งพัก และขอเข้าไปให้ปากคำกับชุดสืบสวน สภ.บางบัวทอง ที่ห้องงานสืบสวนทันที
ขณะที่การติดตามความคืบหน้าทางคดี หลังครอบครัวมาลงบันทึกประจำวัน และนำหลักฐานที่มีมามอบให้ ล่าสุดตำรวจอยู่ระหว่างการไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดที่มีการนำพัสดุมาส่งให้กับหญิงสาวที่ถูกจับกุมในประเทศญี่ปุ่น เพื่อดูว่าบุคคลที่มาส่งเป็นใคร มีใครเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้บ้าง และเกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดหรือไม่ นอกจากนี้จะไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังกลับไปอีกว่าพัสดุนี้มีต้นตอมาจากที่ใด
เบื้องต้นจากการสอบถามไปที่ พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทอง ผู้กำกับ สภ.บางบัวทอง ระบุสั้นๆ ว่า ขณะนี้ตำรวจกำลังทำงานและดำเนินการอยู่อ
Advertisement