
นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ชี้แจงเบื้องหลังกรณีทนายความและลูกศิษย์วัดชื่อดังในจังหวัดปทุมธานี ตัดสินใจยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีอาญาและแพ่งรวม 16 คดี ก่อนที่ศาลอาญาจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษา โดยระบุว่าเป็นผลมาจากสัญญาณทางกฎหมายที่ฝ่ายโจทก์ตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ได้ไปร้องเรียน พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว ที่ บก.ปปป.ให้ตรวจสอบหรือกล่าวโทษพระวัดดังเมืองปทุม กับพวกที่ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ จำนวน 32 คน เป็นเงินประมาณ 134 ล้านบาท มีเพียงกระดาษ 2 แผ่นเท่านั้น ที่ได้โชว์ต่อสื่อมวลชนที่สนใจ ไม่มีและไม่ทราบเส้นทางการเงินของทั้งพระดังเมืองปทุม และของบุคคลที่เกี่ยวข้องเลย และไม่เคยได้ข้อมูลจากตำรวจเลยครับ
ต่อมาท่านทนายวัดเมืองปทุม ได้มาที่ บก.ปปป. แถลงข่าวว่า จะฟ้องร้องดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่เปิดเผยขอมูลส่วนบุคคลดังกล่าว ก็คือ มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธาน ฯ ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานฯ กับพวกรวม 8 คน คนที่ยืนเฉยๆ ก็ถูกฟ้องคดีทั้งอาญาและแพ่ง 8 คดี 8 คน ข้อหาผิด พรบ.ข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562ฯ และละเมิดเรียกค่าเสียหาย คดีละ 15 ล้านบาท 2 คดี คดีละ 1.5 ล้าน 6 คดี เป็นเงิน 39,000,000 บาท อีกทั้ง ดร.ณัฐนันท์ สุดประเสริฐ ที่แชร์ข่าวดังกล่าวก็ถูกฟ้องทั้งคดีอาญาแพ่ง 8 คดี คดีละ 2 แสนบาท รวมเรียกค่าเสียหาย 1,600,000 บาท รวมทั้งหมด 16 คดี
-โจทก์ 8 คน นำโดยทนายวัดและคนใกล้ชิดวัดเมืองปทุมธานี
-จำเลย มี 8 คน 1.มูลนิธิทนายกองทัพธรรม ที่ 1 กับพวกรวม 8 คน
หลังจากที่มูลนิธิทนายกองทัพธรรม กับพวกถูกฟ้องคดีดังกล่าวแล้ว ได้ขอให้ศาลอาญาออกหมายเรียกบัญชีเงินฝากต่างๆ จากธนาคารต่างๆ ทุกธนาคาร ทุกบัญชี ทุกคนที่เกี่ยวข้อง จึงทราบเส้นทางการเงินทั้งหมด #โอ้พระเจ้า..!
มูลนิธิทนายกองทัพธรรม #ได้เอกสารข้อมูลเส้นทางการเงินส่วนบุคคลจากธนาคารต่างๆโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ เนื่องจากคดีที่ฟ้องทั้ง 16 คดี เป็นข้อหาและข้อมูลข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายเดียวกันทั้งหมด วันเวลาเกิดเหตุ สถานที่เกิดเหตุเดี๋ยวกันทั้งหมด แต่แยกฟ้องโดยผู้เสียหายหลายคน มูลนิธิทนายกองทัพธรรม กับพวก #ศาลรวมการพิจารณาคดี
ต่อมาเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 9.00 น. ซึ่งเป็นวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลอาญา สั่งรวมคดีทั้ง 16 คดี เป็นคดีเดียวกัน และ #ศาลสั่งงดการไต่สวนมูลฟ้อง #ฟังคำสั่งหรือคำพิพากษา ในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เวลา 9.00 น. เป็นที่น่าตกใจของฝ่ายโจทก์ซึ่งน่าจะทราบชะตากรรม ซึ่งนักฎหมายหรือทนายความทั่วไปย่อมรู้คำตอบดีว่า #ศาลยกฟ้องแน่นอน เพราะคดีที่ราษฎร์เป็นโจทก์ ถ้าศาลจะรับฟ้องต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อนเสมอจะไม่งดไต่สวนมูลฟ้องและสั่งคดีมีมูล ในขณะที่ฝ่ายจำเลยไม่ได้กังวลกับผลทางคดี เพราะเชื่อมั่นกระบวนการพิจารณาของศาลและประเมินอย่างไรก็ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดใดๆ จึงพร้อมต่อสู้ ดังนั้นฝ่ายจำเลยจึงลองเป็นหมอดู โดยดูว่า #โจทก์ต้องถอนคดีแน่นอน ! และก็เป็นจริง โจทก์ทั้ง 16 คดี ถอนฟ้องทั้ง 16 คดี ฝ่ายจำเลยพึ่งมาทราบเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ถ้าซื้อหวยถูกกันทุกคน
ทำไมทนายและศิษย์วัดดังเมืองปทุม รีบถอนฟ้องทั้ง 16 คดี ก่อนศาลอาญา มีคำสั่งหรือคำพิพากษา ?
ถ้าศาลอาญา มีคำสั่งหรือคำพิพากษาว่า จำเลยทั้ง 8 มิใช่เป็นผู้เก็บ รวบรวม ควบคุม ประมวลผล หรือใช้ เป็นต้น และไม่รับฟ้อง คดีไม่มีมูล ยกฟ้อง และหากศาลวินิจฉัยจากในเนื้อหา คดีส่วนแพ่งก็อาจะสูญเสียค่าธรรมเนียมฟรีๆ ก็เป็นไปได้หากประชาชนรู้ คงจะเดาออกนะครับว่า อะไรจะเกิดขึ้น ? นี้คือความเห็นส่วนตัวหรือข้อสันนิษฐานนะครับ ไม่ใช่การเปลี่ยนแผนอย่างเหล่าบรรดาสาวกวัดดังเมืองปทุมแก้ตัว อย่าเข้าใจผิด ?
นี่คือความจริง ที่ผมอยากบอกว่า ทำไม ? ทนายวัดเมืองปทุม และลูกศิษย์วัดดังเมืองปทุม จึงต้องรีบถอนฟ้อง ก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาครับ พิจารณาเอาเองที่ผมกล่าว ถูกหรือผิด ?
Advertisement