
วันที่ 23 ก.ค. 69 นายอุรชาติ ชัยนะ ตัวแทนศิษย์เก่าช่างกลปทุมวัน รุ่น 53 เปิดเผยว่า วันนี้กลุ่มสมาคมศิษย์เก่าต้องการมายื่นหนังสือต่อ ผกก.สภ.ปากเกร็ด เพื่อเร่งรัดและสอบถามความคืบหน้าทางคดี ส่วนตัวในฐานะรุ่นพี่ขอยังไม่ฟันธงว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของสถาบันหรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้ต้องรอข้อมูลยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อความชัดเจนอีกที
ที่ผ่านมาทางสมาคมศิษย์เก่าได้มีการพูดคุยกับฝั่งอุเทนถวายมาโดยตลอด เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทของ 2 สถาบัน แม้กระทั่งถูกเชิญไปร่วมหารือกันถึงที่ สน.ปทุมวัน ก็เคย ซึ่งตนในฐานะรุ่นพี่ อยากฝากถึงรุ่นน้องทั้ง 2 สถาบันว่าให้รู้หน้าที่ของว่าตัวเอง เข้ามาทำอะไร มาเรียนหนังสือก็ต้องเรียนให้จบ เรื่องการทะเลาะวิวาทก็เชื่อว่ามีทุกสถาบันอยู่แล้ว แต่หากเป็นไปได้ก็ต้องลดความรุนแรง ซึ่งผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ เป็นศิษย์เก่าที่จบไปนานกว่า 7 ปีแล้ว หากมองว่าเป็นเรื่องของสถาบันก็ถือว่าเกินสิทธิ์ไปนิดนึง ซึ่งเรื่องนี้ต้องฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท้องที่ว่าหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ก็อยากให้รีบตามจับตัวผู้กระทำผิดให้ได้โดยเร็วที่สุด
เบื้องต้นทางสมาคมศิษย์เก่าได้รวบรวมเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อใช้เป็นรางวัลนำจับ โดยจะนำเงินดังกล่าวมอบให้กับ สภ.ปากเกร็ด เป็นผู้จัดสรรในการมอบเงินรางวัลให้กับผู้แจ้งเบาะแสและตามจับผู้ก่อเหตุได้
ส่วนวันที่ 1 สิงหาคมที่ใกล้ถึงวันสถาปนาของสถาบันนั้น เชื่อว่าจะมีศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันเข้ามาร่วมพิธีกราบไหว้องค์พระวิษณุกรรม (องค์พ่อ) สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสถาบันกันเยอะ ซึ่งเมื่อวานนี้ ได้มีการประชุมกันแล้วว่าจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ในการเข้ามาจัดการเรื่องความปลอดภัยและดูแลพื้นที่ในวันดังกล่าว
ส่วนประเด็นเรื่อง 4 เฟืองทอง ที่ก่อนหน้านี้ถูกพาดพิงว่าเป็นการปั๊มเฟืองเพื่อเป็นเครื่องหมายว่ามีการฆ่าคนมาแล้วตามจำนวนเฟืองนั้น ขอชี้แจงว่าไม่เกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ซึ่งเฟืองที่ถูกประทับอยู่ตามร่างกายนั้น เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความรักต่อสถาบันเท่านั้น แม้แต่ตนก็มีรอยปั๊มเฟืองที่แขนเช่นกัน แต่ก็จางหายไปตามกาลเวลา
ด้าน พ.ต.อ.อดิเรก ทองแกมแก้ว ผกก.สภ.ปากเกร็ด ลงมารับหนังสือร้องเรียน พร้อมเผยว่า ในส่วนของทางคดีตอนนี้ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายกำลังเร่งระดมกำลังติดตามตัวผู้ก่อเหตุ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ซึ่งในส่วนของ สภ. ปากเกร็ด ทำหน้าที่เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งในเรื่องพยานบุคคล และส่งพยานวัตถุรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ เพื่อเร่งรัดพิสูจน์ทราบตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว พร้อมให้ความมั่นใจว่าตำรวจจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และตอบคำถามสังคมให้ได้ทุกประเด็น ซึ่งเรื่องนี้ผู้บังคับบัญชาการได้มีคำสั่งว่าให้เร่งติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง อพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้เสียชีวิต
Advertisement