
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 เมื่อเวลา 13.00 น. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต เพื่อพาแม่ของผู้เสียหายเข้าพบ พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และ พ.ต.อ.กรกฤช ขันธ์เครือ ผู้กำกับการ สภ.ป่าตอง เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี และหารือมาตรการคุ้มครองเด็กผู้เสียหาย หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว
มารดาของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 หลังลูกชายวัย 14 ปี ออกไปเดินเล่นบริเวณชายหาดใกล้ที่ทำงาน ก่อนพบชายชาวต่างชาติที่เข้ามาพูดคุยตีสนิท ขอถ่ายรูป ขอแอดไลน์ และชักชวนไปบริเวณชายหาด ภายหลังเด็กกลับมาบ้านด้วยอาการหวาดกลัว ครอบครัวจึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลและเข้าแจ้งความกับ สภ.ป่าตอง
หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหายังส่งข้อความติดต่อผู้เสียหายและพยายามนัดพบอีกครั้ง ซึ่งครอบครัวได้นำข้อความทั้งหมดส่งมอบให้ตำรวจเป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดี
ต่อมา มารดาของผู้เสียหาย ระบุว่า ลูกชายมีอาการเครียดและหวาดผวา เนื่องจากผู้ต้องหาเคยสอบถามที่อยู่ของเด็กมาก่อน จึงประสานขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อให้ช่วยติดตามคดีอย่างใกล้ชิด
ล่าสุด ตำรวจ สภ.ป่าตอง ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอนุมัติหมายจับ และสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กไว้ตรวจสอบ โดยพบข้อมูลและรูปภาพจำนวนมากภายในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเพื่อประกอบสำนวนคดี
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งดำเนินคดี 3 ข้อหา ได้แก่
• พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร
• กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี
• กระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี
พร้อมนำตัวส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดภูเก็ต และยื่นคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา
ด้าน พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว และจากการตรวจค้นบ้านพักพบโทรศัพท์มือถือที่มีรูปภาพจำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ว่าเกี่ยวข้องกับคดีหรือไม่ เพื่อนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานตามกระบวนการกฎหมาย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะยื่นคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว ขณะที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับสถานะการพำนักและการเพิกถอนวีซ่า อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่คดียังอยู่ในชั้นพิจารณา ผู้ต้องหายังคงมีสิทธิดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการขออยู่ต่อเพื่อต่อสู้คดี จนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ส่วนนางปวีณา ระบุว่า ได้ประสานสำนักงานยุติธรรมจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดภูเก็ต และบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดภูเก็ต เพื่อร่วมกันวางมาตรการคุ้มครองผู้เสียหายและครอบครัวอย่างเต็มที่ พร้อมยืนยันว่าจะติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างเป็นธรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม โดยผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
Advertisement