
เมื่อเวลาประมาณ 20.10 น.วันที่ 17 ก.ค. 69 ร.ต.อ.เอกภพ อเนกทรัพย์ไพศาล รอง สว.(สอบสวน) สภ.บ้านดุง รับแจ้งเหตุฆาตกรรม ภายในกระท่อมพักกลางทุ่งนา บริเวณใกล้วัดป่าสุขสบาย หมู่ 9 ตำบลโพนสูง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี จึงพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลบ้านดุง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และหน่วยกู้ภัย เดินทางเข้าตรวจสอบ
ภายในกระท่อมพบศพ นายสมศักดิ์ หรือ "ต๋อง" อายุ 36 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ภายในมุ้งในสภาพสุดสยดสยอง ศีรษะถูกตัดหายไปจากลำตัว มีบาดแผลถูกแทงหลายแห่งตามร่างกาย เอ็นร้อยหวายทั้งสองข้างถูกตัดขาด และอวัยวะเพศถูกเฉือนหายไป
เจ้าหน้าที่กู้ภัย พร้อมชุดประดาน้ำได้ระดมกำลังค้นหาศีรษะ และอวัยวะเพศของผู้เสียชีวิต ทั้งในสระน้ำ พงหญ้า โพรงไม้ และพื้นที่โดยรอบ แต่ยังไม่พบ ขณะที่ตำรวจชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเร่งเก็บพยานหลักฐานทุกจุด พร้อมตรวจสอบเส้นทางเข้า-ออกบริเวณทุ่งนาและภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ
ผลการตรวจชันสูตรเบื้องต้นพบว่า เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง มีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมบริเวณหน้าอกด้านขวาเหนือหัวนมประมาณ 2 เซนติเมตร ส่งผลให้ปอดแตก และเกิดภาวะลมรั่วในช่องอก แพทย์ระบุว่าเป็นบาดแผลสำคัญที่ทำให้เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังพบบาดแผลถูกแทงรอบสะดือรวม 6 แผล กระจายทั้งด้านซ้ายและด้านขวา
ส่วนบริเวณอวัยวะเพศถูกตัดขาดทั้งหมด และถุงอัณฑะด้านขวาถูกกรีดเป็นแผลยาวจนเนื้อเยื่อภายในโผล่ออกมา ขณะที่บริเวณลำคอมีลักษณะบาดแผลขรุขระ คล้ายถูกใช้ของมีคมเลื่อยตัดศีรษะออกจากลำตัว อีกทั้งยังพบว่าเอ็นร้อยหวายทั้งสองข้างถูกของมีคมสับจนขาดสะบั้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจบอกเล่าว่ากับนักข่าวว่า ลักษณะการก่อเหตุอาจเป็นเพียงการทำลายศพอย่างโหดเหี้ยม หรืออาจเกี่ยวข้องกับความเชื่อทางไสยศาสตร์ ซึ่งเป็นเพียง ข้อสันนิษฐานในแนวทางการสืบสวน จากพฤติกรรมการตัดเอ็นร้อยหวายทั้งสองข้างที่มีความเชื่อกันว่าเป็นการ "สะกดวิญญาณ" ไม่ให้ผู้ตายกลับมาตามล้างแค้น อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่สรุปสาเหตุและอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน
อีกประเด็นที่สร้างความสงสัยให้กับทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน คือ ปริมาณเลือดในที่เกิดเหตุมีเพียงเล็กน้อย ทั้งที่ศพอยู่ในสภาพถูกตัดศีรษะ ซึ่งผิดวิสัยของคดีลักษณะนี้ ทำให้ตำรวจตั้งสมมติฐานไว้ 2 แนวทาง คือ ผู้ตายอาจเสียชีวิตมาก่อนแล้วจึงถูกตัดศีรษะ หรือกระท่อมดังกล่าวอาจไม่ใช่จุดเกิดเหตุหลัก แต่เป็นเพียงจุดนำศพมาทิ้งเพื่ออำพรางคดี
จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายสมศักดิ์เป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยพูดจากับใคร และมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมถึงลักเล็กขโมยน้อยในหมู่บ้าน ที่สำคัญภายในปีเดียวกัน ผู้ตายเคยถูกทำร้ายมาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน ถูกยิงด้วยอาวุธคล้ายปืนผาหน้าไม้หรือลูกดอก และครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 69 ถูกแทงด้วยปืนฉมวกยิงปลา จนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ก่อนจะกลับมาพักฟื้นที่กระท่อมเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 69 และถูกพบเสียชีวิตในคืนเดียวกัน
ต่อมา เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบกระท่อมอีกหลัง ซึ่งอยู่ห่างจากจุดพบศพประมาณ 100 เมตร ภายในพบคราบเลือดและเส้นผมจำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้ตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมเชิญตัวผู้ต้องสงสัยไปสอบปากคำ เพื่อเร่งคลี่คลายคดี
นายวีระพล รักเสมอวงษ์ นายกเทศมนตรีเมืองบ้านดุง บอกว่า ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่เพียงลำพัง ช่วง 2-3 ปีหลังมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป คาดว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเคยถูกทำร้ายหลายครั้ง แต่ไม่ยอมให้ข้อมูลกับตำรวจ ส่วนตัวมองว่า ลักษณะการก่อเหตุอาจมีความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการตัดเอ็นร้อยหวายทั้งสองข้าง อย่างไรก็ตาม ขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ด้านนายณัฐพงศ์ พิมพ์จันทร์ อาสากู้ภัย กล่าวว่า เมื่อเดินทางถึงที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตนอนอยู่ภายในกระท่อม แต่ไม่พบศีรษะ และมีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง จึงต้องระดมกำลังค้นหาชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิตทั้งทางบกและทางน้ำ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบ
ขณะที่ นางวิเชียร อายุ 79 ปี ป้าของผู้ตาย เปิดเผยว่า หลานชายเคยไปทำงานที่กรุงเทพฯ ก่อนกลับมาอยู่บ้านเกิดประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา และอาศัยอยู่เพียงลำพังบนเถียงนา แม้จะมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและลักเล็กขโมยน้อย แต่ก็ไม่เคยเล่าปัญหาหรือบอกว่าใครเป็นคนทำร้าย แม้จะเคยถูกลอบทำร้ายมาแล้วหลายครั้ง
ขณะนี้ตำรวจชุดสืบสวนยังคงเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พร้อมตรวจสอบหลักฐานทุกด้าน ทั้งผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ คราบเลือด เส้นผม และภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อคลี่คลายคดีสะเทือนขวัญและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement