
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต พร้อมด้วย พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รอง ผกก.สส.สภ.ปากคลองรังสิต และ พ.ต.ต.อิทธิพล พุทธรักษา สว.สส.สภ.ปากคลองรังสิต ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการบุกเข้าช่วยเหลือ 2 นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยรังสิต ที่ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้กักขังตัวเองและโอนเงินรายละ 450,000 บาท
พ.ต.อ.พัฒนชัย เปิดเผยว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้ออกอุบายหลอกลวงนักศึกษาว่าได้รับทุนไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศ โดยมีการส่งเอกสารปลอมเพื่อยืนยันจากทางมหาวิทยาลัย ด้าน พ.ต.ท.สิรภพ กล่าวเสริมว่า คดีนี้มีลักษณะเป็นการสร้างสถานการณ์เรียกค่าไถ่
จากการตรวจสอบพบว่าสัญญาณโทรศัพท์ของคนร้ายถูกใช้งานอยู่ต่างประเทศ โดยช่วงเช้าของวันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า นายเต (นามสมมติ) อายุ 19 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย ได้ออกจากห้องพักไปเมื่อช่วงสายของวันก่อนหน้า เพื่อเดินทางไปยังรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลหลักหก อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ก่อนจะย้ายไปยังหอพักอีกแห่งที่อยู่ไม่ไกลนัก
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามไปจนพบรถจักรยานยนต์ของนายเต จอดอยู่ เมื่อเข้าตรวจสอบภายในห้องพัก พบตัวนายเตและนายปลื้ม (นามสมมติ) อายุ 19 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยเดียวกัน โดยนายปลื้ม อยู่ในสภาพถูกผ้าขนหนูมัดข้อเท้าไว้ และพบว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงวิดีโอคอลเฝ้าดูสถานการณ์ของนักศึกษาทั้งสองอยู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าช่วยเหลือทั้งสองคนได้อย่างปลอดภัยเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ที่ผ่านมา พร้อมฝากเตือนผู้ปกครองว่าตำรวจจะไม่มีการวิดีโอคอลหรือสั่งให้โอนเงินเด็ดขาด
ด้าน แม่ ของนายปลื้ม เล่าว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลูกชายโทรศัพท์มาขอเงินจำนวน 350,000 บาท โดยอ้างว่าดีใจที่จะได้ไปต่างประเทศ ตนจึงรวบรวมเงินและโอนให้ ต่อมาลูกชายแจ้งว่าไม่สามารถนำเงินออกจากอีกบัญชี ซึ่งมีเงินอยู่ 100,000 บาทได้ รวมสูญเงินไปทั้งสิ้น 450,000 บาท ตนวิดีโอคอลหาลูกทุกวันและพยายามสอบถามถึงเรื่องเงิน แต่ภายหลังมีสายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างว่าต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมระหว่างที่อยู่ต่างประเทศ ตนจึงเริ่มสงสัยและตรวจสอบข้อมูลจนพบว่าเฟซบุ๊กของอาจารย์มหาวิทยาลัยถูกปลอมแปลงขึ้น จึงรีบเดินทางมาหาลูก กระทั่งตำรวจแจ้งว่าสามารถช่วยเหลือลูกชายไว้ได้แล้ว
ขณะที่ นายต้า (นามสมมติ) อายุ 23 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ซึ่งเป็นญาติของนายเต กล่าวว่า ผู้ปกครองของนายเตติดต่อมาให้ตนช่วยไปตรวจสอบที่หอพักเนื่องจากไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ และผู้ปกครองได้รับแจ้งว่าน้องถูกมัดมือมัดเท้าเรียกค่าไถ่ ตนจึงขอคีย์การ์ดจากทางหอพักเพื่อเข้าไปตรวจสอบแต่ไม่พบตัว จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเมื่อเวลา 17.00 น. ของวันอังคารที่ผ่านมา นอกจากนี้ เมื่อวันอาทิตย์นายเตยังได้โทรศัพท์มาขอยืมเงินจากพ่อของตนจำนวน 50,000 บาท ซึ่งเมื่อตนขึ้นไปหานายเตที่ห้องก็พบว่ากำลังคุยโทรศัพท์กับบุคคลอื่นอยู่ กระทั่งวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถช่วยเหลือเพื่อนและญาติเอาไว้ได้สำเร็จ
Advertisement