
เมื่อเวลา 06.49 น. วันที่ 10 ก.ค. 69 ร.ต.อ.ยุทธนา โพธิ์สีดี รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันบริเวณถนนจอมเทียนสาย 2 ปากซอยจอมเทียน 5 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและชุดสืบสวนรุดเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งสีขาวจอดอยู่ริมไหล่ทาง สภาพประตูฝั่งคนขับมีร่องรอยถูกกระสุนปืนยิงจำนวน 2 นัด ห่างออกไปราว 10 เมตร บนทางเดินริมฟุตบาท พบปลอกกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 2 ปลอก ตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
นายธวัชชัย หรือ บอย อายุ 35 ปี เจ้าของรถ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุขณะขับรถกลับบ้าน ได้มีปากเสียงกับชายที่รู้จักกันในชื่อ "โอ้ จอมเทียน ซอย 3" หลังเกิดการมองหน้ากันและมีการท้าทาย จากนั้นตนได้ขับรถเข้าบ้าน แต่คู่กรณีกลับเดินตามมาถึงหน้าบ้านเพื่อเคลียร์ปัญหา โดยนายบอยได้มีการชักชวนให้ชกต่อยกันตัวต่อตัว ทว่าอีกฝ่ายไม่สู้ จึงกลับไปพาชายที่คาดว่าเป็นลูกน้องถือมีดเข้ามาข่มขู่ตนเอง
ผู้เสียหายอ้างว่า นายโอ้ได้พาชายคนดังกล่าวมาและได้ชักอาวุธปืนขึ้นมาจ่อที่ใบหน้าของตนก่อนลั่นไก แต่กระสุนเกิดด้านไม่ทำงาน ทำให้รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่ผู้ก่อเหตุทั้งสองจะแยกย้ายกันขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี ส่วนผู้ที่ยิงรถของตนเองนั้นขับขี่รถจักรยานยนต์ Honda Wave 125 สีดำ หลบหนี โดยหนึ่งในผู้ก่อเหตุ อายุประมาณ 35-40 ปี สวมหมวกแก๊ป สีครีม เสื้อสีเหลือง กางเกงยีนส์ และ รองเท้าแตะ
หลังตั้งสติได้ นายธวัชชัยพร้อมเพื่อนได้ขับรถติดตามผู้ก่อเหตุ กระทั่งมาถึงบริเวณปากซอยจอมเทียน 5 ก่อนออกถนนจอมเทียนสาย 2 ระหว่างที่กำลังชะลอรถเพื่อจอด เพื่อนที่นั่งมาด้วยสังเกตเห็นรถจักรยานยนต์ของคู่กรณี แต่จู่ๆ ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่รถอีก 2 นัด กระสุนถูกประตูฝั่งคนขับ ก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์ เร่งเครื่องหลบหนีมุ่งหน้าแยกหนองพอง
นายธวัชชัย กล่าวว่า ถือว่าโชคดีอย่างมากที่กระสุนนัดแรกซึ่งถูกจ่อยิงที่ใบหน้าไม่ทำงาน ไม่เช่นนั้นตนอาจเสียชีวิตแล้ว พร้อมนำพระเครื่อง หลวงพ่อรวย ที่แขวนอยู่หลายองค์มาให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเชื่อว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยคุ้มครองให้รอดชีวิต
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เก็บพยานหลักฐาน และเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งจากผู้เสียหายและบริเวณโดยรอบ เพื่อติดตามเส้นทางหลบหนีของผู้ก่อเหตุ โดยตำรวจระบุว่า คดีนี้มีความคืบหน้าเนื่องจากผู้เสียหายรู้จักตัวผู้ก่อเหตุ และมีภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถใช้เป็นหลักฐานได้
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้แนะนำให้นายธวัชชัยเข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการกับพนักงานสอบสวน ก่อนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ และติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement