
(9 ก.ค.69) ผู้เสียหายหลายรายได้ทยอยนำหลักฐานข้อความแชทสนทนา และสลิปการโอนเงิน ออกมาร้องเรียน และเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับสิบโทแจ็ค สังกัดกองพันทหารปืนใหญ่ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยกล่าวหาว่าสิบโทแจ็ค มีพฤติกรรมหลอกยืมเงินทั้งคนรู้จัก รุ่นน้อง และเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันกว่าสิบคน รายละตั้งแต่หลักหมื่น หลักแสน ถึงหลักล้านบาท ตั้งแต่ปี 2568
จนถึงปัจจุบัน รวมเป็นยอดเงินสะสมไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท โดยอ้างว่าจะนำไปลงทุน และให้นายทนายหรือผู้บังคับบัญชาในค่ายชำระหนี้สหกรณ์ โดยรับปากว่าเมื่อกู้เงินได้จะจ่ายคืนให้ แต่ผ่านไปเป็นปีหลายคนก็ยังไม่ได้คืน พอทวงถามกลับแอบอ้างว่าผู้บังคับระดับสูงยังไม่เซ็นอนุมัติบ้าง และบางครั้งก็แอบอ้างถึงเบื้องสูง เพื่อหลอกให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ เพื่อจะได้ไม่ไปร้องเรียนหรือแจ้งความ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้เสียหายหลายคนที่จำเป็นจะต้องนำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว และหมุนเวียนในธุรกิจ จนบางคนตัดสินใจนำหลักฐานเข้าแจ้งความ เพื่อต้องการให้สิบโทแจ็ค ออกมารับผิดชอบจ่ายเงินที่ยืมไปคืน แต่พอทราบว่าพ่อของสิบโทแจ็ค เป็นนายตำรวจจึงเกรงคดีจะไม่คืบหน้าและไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้ฝากถึงผู้บังคับบัญชีของสิบโทแจ็ค ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายด้วย
นายกัมปนาท อายุ 27 ปี หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกสิบโทแจ็ค หลอกยืมเงิน เล่าว่า เคยรู้จักกับนายแจ็ค เพราะเป็นรุ่นพี่ในโรงเรียน พอโตขึ้นก็แยกย้ายกับไปทำงาน จู่ๆ เมื่อเดือน ส.ค.68 สิบโทแจ็ค ก็ทักมาขอยืมเงินยอดแรก 25,000 บาท อ้างว่าจะนำไปลงทุน หากได้กำไรจะจ่ายดอกเบี้ยให้ด้วย โดยรับปากว่าจะคืนภายใน 2 สัปดาห์ พอครบ 2 สัปดาห์ไม่คืนจึงทวงถาม แต่เขาก็หลอกว่ายังกู้เงินไม่ได้
ทั้งยังหลอกล่อว่าขอยืมเพิ่มอีกจะเอาไปให้นายทหารในค่ายปิดหนี้สหกรณ์ ถึงจะได้เงินมาจ่ายคืน ก็หลงเชื่อให้ยืมไปอีก ก็ได้เงินมาคืนบางส่วนเพื่อหลอกให้ตายใจ จากนั้นเขาก็หลอกยืมเรื่อยๆ จ่ายบ้างไม่จ่ายบ้าง รวมแล้วเขาหลอกยืมไปทั้งหมด 2 ล้าน 6 แสนบาท แต่จ่ายคืนมาแค่ประมาณ 98,000 บาท โดยจะอ้างสารพัดว่าผู้บังคับบัญชายังไม่เซ็นอนุมัติเงินกู้บ้างทำให้นายทหารที่เอาเงินไปไม่มีเงินมาจ่ายคืน บางครั้งก็อ้างถึงเบื้องสูง จึงไม่รู้จะทำยังไงถึงจะได้เงินคืนเครียดมากเพราะเงินดังกล่าวเป็นเงินเก็บของตัวเอง และเงินของครอบครัวด้วย จึงตัดสินใจนำหลักฐานเข้าแจ้งความ เพราะเชื่อว่าสิบโทแจ็ค มีเจตนาฉ้อโกง ไม่ใช่แค่การยืมเงิน
ด้านนายเข้ม อายุ 29 ปี พี่ชายนายกัมปนาท บอกว่า สิบโทแจ็ค เคยเป็นเพื่อนสมัยเรียน ตอนแรกไม่รู้เลยว่าเขาทักมาหลอกยืมเงินน้องชาย เพราะน้องไม่ได้เล่าให้ฟัง กระทั่งยอดเงินที่เขาหลอกยืมไปเยอะขึ้นและเป็นเงินของครอบครัว น้องชายจึงเล่าให้ฟัง เพราะน้องชายเครียดมากถึงขั้นจะคิดสั้น จึงได้ติดต่อไปหาสิบโทแจ็ค เขาก็บอกจะเข้ามาคุยกับแม่เพื่อทำสัญญาขอผ่อนจ่าย แต่ก็ผลัดไปเรื่อย กระทั่งมาทราบว่ามีโดนหลอกหลายราย จึงตัดสินใจพาน้องไปแจ้งความ ส่วนที่เขาอ้างว่าเงินที่ยืมไปเอาไปให้นายทหารในค่ายจ่ายหนี้สหกรณ์ ก็ไม่รู้เป็นคำกล่าวอ้างหรือไม่ ก็อยากฝากให้เขาเอาเงินมาคืนเพราะเดือดร้อนมาก ส่วนที่พ่อของสิบโท เป็นตำรวจก็แอบกังวลเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
Advertisement