
วันที่ 7 ก.ค.2569 นายประทีป หรือบังเดช อายุ 63 ปี อดีตรองนายก อบต.วังวน ปัจจุบันประกอบอาชีพธุรกิจรับซื้อกุ้ง นำคลิปภาพกล้อวงจรปิดที่ ติดอยู่หน้าบ้านพักตนเอง ในพื้นที่บ้านกลาง หมู่ 3 ต.วังวน อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งเป็นพยานหลักฐานเหตุการณ์เมื่อเวลาประมาณ 02.25 น. วันที่ 10 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา คนร้าย 1 ราย ได้ขี่รถ จยย. ไม่ทราบสี ยี่ห้อ และทะเบียน ขี่ผ่านบริเวณหน้าบ้านถึง 2 ครั้ง ก่อนจะวกกลับมาจอดบนถนนสาย-บ้านกลางบ้านแหลม และได้ชักอาวุธปืนสงคราม เอ็ม 16 ออกมายิงถล่มบ้านพักจำนวนกว่า 22 นัด และได้ขับรถหลบหนีไป ภายหลังจากนั้นพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่เกลื่อนพื้นถนน
นายประทีป หรือบังเดช เจ้าของบ้าน เล่าว่า วันเกิดเหตุตนได้ไปจับกุ้งที่ จ.นครศรีธรรมราช ภรรยาและลูกชาย ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านได้โทรมาบอกว่ามีคนร้ายยิงถล่มบ้าน
เมื่อตรวจสอบพบว่าตัวบ้าน ทั้งผนัง หน้าต่างกระจก บริเวณหน้าบ้านได้รับความเสียหายจากคมกระสุน และคมกระสุนยังได้เจาะทะลุเข้าไปถึงผนังห้องนอนของลูกชายภายในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งรถกระบะที่จอดอยู่ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ซึ่งตนมองจากวิถีการยิงแล้ว เป็นการยิงเน้นระดับหน้าอก ซึ่งจงใจประสงค์ที่จะเอาชีวิตคนภายในบ้าน
ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบว่ามาจากเรื่องใด ส่วนตัวของตนนั้นคงไม่มีปัญหาหรือความขัดแย้งกับใครมาก่อน ส่วนลูกชายเคยมีปัญหาทะเลาะและทำร้ายร่างกายเพื่อน เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.กันตัง จนถูกจำคุกในและคุมขังอยู่ในเรือนจำ จนพ้นโทษออกมาหลายปีแล้ว ซึ่งปกติลูกชายก็ไม่ค่อยไปไหน จะอยู่เพียงในบ้าน
ขณะที่สภาพจิตใจคนในครอบครัว ตอนนี้ภรรยาตนขวัญผวาอย่างหนัก คล้ายกับคนมีอาการทางจิต และต้องออกจากบ้านหลังดังกล่าวไปอยู่ต่างจังหวัดก่อนชั่วคราว ส่วนตนก็ต้องระมัดระวังตัว หลบๆซ่อนๆ จะออกไปทำงานก็ยังไม่กล้าจะออกไป เพราะต้องเฝ้าดูแลบ้าน
ขณะนี้ผ่านแล้วแล้วเกือบ 1 เดือน ยังไม่มีการออกหมายจับใคร หรือสามารถจับกุมคนร้ายได้ ทางตำรวจแจ้งเพียงว่ากำลังอยู่ระหว่างสืบสวน มีเบาะแสบ้าง แต่ยังไม่ชัดเจน มีการเรียกตนไปสอบปากคำ 2 ครั้ง มองว่าตำรวจยังทำงานไม่เต็มที่ ขณะนี้คดีมองว่ายังไม่ถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เพราะกล้องวงจรปิดอีกหลายตัวในหมู่บ้านที่สามารถเห็นเส้นทางหลบหนี หรือรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายได้ชัดเจน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ไปไล่กล้องเก็บพยานหลักฐาน ซึ่งชาวบ้านอย่างตนจะไปขอเองก็ยากลำบาก เพราะไม่มีอำนาจหน้าที่ หากระยะเวลาล่วงเลยไปมากกว่านี้เกรงว่าพยานหลักฐานจะสูญหายไป
วันนี้ที่เข้ามาขอความเป็นธรรมผ่านสื่อมวลชน ช่วยเป็นกระบอกเสียง อยากให้ตำรวจเร่งรัดคดีจับกุมให้ได้เร็วที่สุด เพราะเป็นการก่อเหตุที่อุกอาจ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของครอบครัว และคนในหมู่บ้านก็ต่างระแวงและหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่รู้ว่าคนร้ายจะวกกลับมาก่อเหตุอีกเมื่อไหร่ การที่ก่อเหตุโดยใช้อาวุธสงครามไม่เคยเกิดขึ้นใน ต.วังวน และเกรงว่าคดีจะเงียบหายลงไป โดยไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้
เนื่องจากเหตุการณ์ยิงถล่มบ้านของตนในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2564 หรือประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองและอาวุธปืน 9 มม. ยิงถล่มบ้านมาแล้วครั้งหนึ่ง และเหตุการณ์ในครั้งนั้น ก็ไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้จนถึงทุกวันนี้
Advertisement