
วันที่ 6 ต.ค. 69 ร.ต.ท.วิศรุต กิติพันธ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.พลับพลาชัย อ.พลับพลาชัย จ.บุรีรัมย์ ได้นำตัวนาย ตะวัน หรือ ตุย สิงห์ทอง อายุ 40 ปี ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ในข้อหา “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นถึงแก่ชีวิต”
สืบเนื่องจากช่วงเย็นวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา นายตะวัน ได้นั่งดื่มเหล้าขาวกับนายคำนึง ณวงรัมย์ อายุ 66 ปี ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน โดยทั้งสองดื่มกินกันมาตั้งแต่ช่วงบ่าย ก่อนเกิดมีปากเสียงกัน
จากนั้นนายตะวัน ซึ่งเคยเป็นนักมวยได้ใช้กำปั้นชกนายคำนึง จนล้มลงกับพื้นและหมดสติ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลพลับพลาชัย ก่อนถูกส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เนื่องจากอาการสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยมีรายงานว่าได้รับบาดเจ็บจากการศีรษะฟาดพื้นจนเกิดเลือดออกในสมอง
หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ยรรยง ทองใบใหญ่ ผกก.สภ.พลับพลาชัย ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนติดตามตัวนายตะวันมาสอบสวนที่ สภ.พลับพลาชัย ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายตะวัน ให้การว่า ตนเองเคยชกมวยเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน มีฉายาว่า “ตะวัน บ้านนา” วันเกิดเหตุตนดื่มสุราอย่างหนัก และเกิดการโต้เถียงกับนายคำนึง จนเกิดความโมโห จึงชกไปที่ใบหน้า 3 ครั้ง ทำให้นายคำนึงล้มลงกับพื้นและหมดสติ
นายตะวัน ยอมรับว่า ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะรุนแรงถึงขั้น ทำให้นายคำนึงเสียชีวิต พร้อมฝากขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิตกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้าน น.ส.นารี ก่อรัมย์ อายุ 40 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ทั้งสองคนนั่งดื่มเหล้าขาวกันมาตั้งแต่ช่วงบ่าย โดยดื่มไปประมาณ 2 ขวดเล็ก ก่อนเกิดการโต้เถียงกัน เรื่องบ้านที่นั่งดื่มเหล้า โดยนายคำนึงอ้างว่าเป็นบ้านของลูกชาย แต่นายตะวันบอกว่าไม่ใช่บ้านของลูกชาย
จากนั้ นนายตะวัน เถียงสู้ไม่ได้จนเกิดความโมโหและลงมือทำร้ายนายคำนึง โดยใช้แม่ไม้มวยไทย มีทั้งการเตะ ชก ต่อย เมื่อเข้าไปพบ นายคำนึง มีอาการชัก หมดสติ และปัสสาวะราด จึงรีบช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์รักษา
ขณะที่ นางเยือน ณวงรัมย์ อายุ 66 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยความเสียใจว่า รู้สึกแค้นและเสียใจอย่างมากที่สามีถูกทำร้ายจนเสียชีวิต โดยเฉพาะผู้ก่อเหตุเป็นคนที่ครอบครัวรู้จักและรักเหมือนลูกหลาน จึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น พร้อมขอให้ดำเนินการตามกฎหมายและลงโทษอย่างเด็ดขาด
Advertisement