
วันนี้ (3 กรกฎาคม 2569) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) จัดพิธีปิดการหารือด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวเนื่องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่จากองค์กรระหว่างประเทศ ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศ กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดยในพิธีมี นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธาน และมี นางสาวพินทุ์สุดา ชัยนาม อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ, พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผู้ช่วย ผบ.ตร.รรท.ผบช.ภ.8 รอง ผอ.ศตคม.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศตคม.ตร., ผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ และผู้แทนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 11 ประเทศ ร่วมพิธี ณ ห้องวิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ
รัฐบาลไทยเดินหน้ากวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเด็ดขาด ล่าสุดยกระดับการแก้ไขปัญหาเชิงรุกด้วยการเปิดตัว “SHIELD” เทคโนโลยีล้ำสมัยชิ้นแรกของโลกที่พัฒนาโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์ หวังตัดวงจรการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านและแหล่งฟอกเงิน โดยขณะนี้มี 10 ประเทศและองค์กรระดับโลกเข้าร่วมใช้งานแล้ว
ภัยคุกคามความมั่นคงและวิกฤตค้ามนุษย์ระดับโลก
ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มีฐานที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาลและกระทบต่อความมั่นคงของชาติทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของไทยที่ตั้งอยู่กึ่งกลางและถูกล้อมรอบด้วยประเทศเหล่านี้ ทำให้ไทยตกเป็นเป้าหมายในการถูกใช้เป็น แหล่งซ่อนตัว พื้นที่ฟอกเงิน และจุดเชื่อมต่อในการหลอกลวงผู้คนจากทั่วโลก เพื่อนำพาไปบังคับขู่เข็ญให้ทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในขบวนการค้ามนุษย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่มีการบังคับเหยื่อนับแสนราย
จากวาระแห่งชาติสู่ความร่วมมือระดับสากล
ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศให้การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์เป็น "วาระสำคัญของชาติ" โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานบูรณาการกำลังเพื่อป้องกันและปราบปรามอย่างเด็ดขาด
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วนระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ระหว่างวันที่ 17-18 ธันวาคม 2568 ณ โรงแรม InterContinental Bangkok โดยมี 67 ประเทศ องค์การระหว่างประเทศ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เข้าร่วมหารือ ล่าสุดในวันนี้ได้มีการยกระดับผลสัมฤทธิ์จากการหารือร่วมกัน สู่การเปิดตัวเทคโนโลยีล้ำสมัยที่พัฒนาโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้ชื่อ “SHIELD” ซึ่งนับเป็น “ระบบแรกของโลก” ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์โดยเฉพาะ โดยครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลตั้งแต่การระบุพิกัดฐานที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การแกะรอยเส้นทางการเงินของอาชญากร การรวบรวมฐานข้อมูลเครือข่ายผู้กระทำผิด และที่สำคัญที่สุดคือ การระบุตัวตนเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายและเหยื่อจากการค้ามนุษย์
ปัจจุบัน เทคโนโลยี SHIELD ได้รับความเชื่อมั่นและมีเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติเข้าร่วมใช้งานแล้ว ประกอบด้วย 10 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย, จีน, อินเดีย, สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, เนปาล, ฟิลิปปินส์, สาธารณรัฐเกาหลี และ เวียดนาม ตลอดจนองค์กรและศูนย์ความร่วมมือระหว่างประเทศที่สำคัญ ได้แก่ สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC), องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) และ สำนักงานสอบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI)
ผนึกกำลังตำรวจไทยและองค์การสหประชาชาติ
พล.ต.อ.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทางสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ได้แต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความมุ่งมั่นว่าระบบ SHIELD จะทำให้เกิด พลังความร่วมมือระหว่างประเทศ และสามารถตอบสนองต่อ อาชญากรรม แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ ซึ่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ร่วมกับทางกระทรวงการต่างประเทศ ในการยกระดับ การขับเคลื่อน ทั้งในมิติของการบังคับใช้กฎหมายและการเมืองระหว่างประเทศ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประเทศไทย และประเทศต่างๆทั่วโลกปลอดจากอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายต่อมวลมนุษยชาติมากที่สุดในยุคศตวรรษที่ 21 ตามนโยบายที่เข้มงวด และจริงจัง ของ นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย ต่อไป
Advertisement