Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"ไม่ตายหรอกน่า" คำพูดสุดท้ายพระลูกชายก่อนสิ้นใจคากลางถนน

"ไม่ตายหรอกน่า" คำพูดสุดท้ายพระลูกชายก่อนสิ้นใจคากลางถนน

3 ก.ค. 69
16:01 น.
แชร์

"ไม่ตายหรอกน่า" คำพูดสุดท้ายพระลูกชายก่อนสิ้นใจคากลางถนน แม่เปิดใจทั้งน้ำตา กล่าวคำอำลา หมดเวรหมดกรรมแล้วนะลูก

จากกรณี ด.ช. อายุ 11 ปี ขับรถกระบะพุ่งชน กลุ่มพระสงฆ์ที่กำลังเดินธุดงค์ ส่งผลให้มีพระภิกษุมรณภาพในที่เกิดเหตุ 5 รูป และมรณภาพที่โรงพยาบาลอีก 5 รูป รวมทั้งได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เหตุเกิดบนถนนสายหลักฝั่งขาเข้าเมือง ก่อนถึงทางเข้าห้วยสิงห์ พื้นที่บ้านนาสีนวล อ.เมือง จ.มุกดาหาร เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 ก.ค. 69 ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้ 

ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 ก.ค. 69 ที่จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับ นางปัญจา ชัยเลิศ อายุ 69 ปี แม่ของพระคำสิงห์ ชัยเลิศ อายุ 41 ปี ที่ถูกรถกระบะของ ด.ช.วัย 11 ปีขับพุ่งชนจนมรณภาพในที่เกิดเหตุพบว่า ยังคงอยู่ในอาการเศร้าโศก และยังไม่สามารถทำใจกับการจากไปของพระคำสิงห์ ลูกชายคนเล็กได้ 

นางปัญจา เล่าว่า พระคำสิงห์เพิ่งอุปสมบท เมื่อช่วงเข้าพรรษาปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นลูกชายเคยประสบอุบัติเหตุรุนแรงจนต้องเข้ารับการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ เพื่อรักษาอาการ และสามารถรอดชีวิตกลับมาได้ แต่หลังเกิดอุบัติเหตุ สภาพร่างกายและความสามารถบางด้านของลูกชายไม่ค่อยสมบูรณ์เหมือนเดิม ทำให้ผู้เป็นแม่มีความเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา เมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อน พระยงยุทธ ซึ่งเดินทางมาจากพื้นที่อื่น ได้มาขอจำพรรษาอยู่ที่วัดภายในหมู่บ้าน ลูกชายของนางปัญจามักเข้าไปพูดคุยและคลุกคลีอยู่กับพระยงยุทธเป็นประจำ 

ต่อมาพระยงยุทธได้มาขออนุญาตให้นางปัญจายินยอมให้ลูกชายอุปสมบท ในขณะนั้นมีความกังวล เนื่องจากลูกชายเคยประสบอุบัติเหตุ และมีสภาพร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์ แต่พระยงยุทธยืนยันว่าจะเป็นผู้ดูแลให้เอง พร้อมบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง เมื่อสอบถามความสมัครใจของลูกชาย ลูกชายก็บอกว่าต้องการบวชเช่นกัน จึงยินยอมให้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ 

หลังจากอุปสมบท พระคำสิงห์และพระยงยุทธ ซึ่งทำหน้าที่เป็นพระพี่เลี้ยง มักออกเดินธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ อยู่เสมอ และสามารถเดินทางกลับมาที่วัดได้ทุกครั้ง 

สำหรับการเดินธุดงค์ครั้งล่าสุด ก่อนออกเดินทาง พระคำสิงห์ได้มาหาครอบครัวที่บ้าน พร้อมบอกว่าจะเดินทางไปธุดงค์ก่อน จากนั้นจึงจะกลับมาเข้าพรรษาที่วัดประจำหมู่บ้านตามเดิม 

นางปัญจา เล่าถึงบทสนทนาครั้งสุดท้ายระหว่างตนเองกับพระลูกชายว่า เมื่อทราบข่าวว่าพระคำสิงห์กำลังจะออกธุดงค์อีกครั้ง จึงถามขึ้นว่า “ได้ยินว่าจะไปธุดงค์อีกหรือ” พระคำสิงห์ตอบว่า “ใช่” ด้วยความเป็นห่วง นางปัญจาจึงบอกลูกชายว่า “ไม่ไปไม่ได้เหรอลูก” พระคำสิงห์ตอบกลับมาว่า “แม่ก็อย่าคิดมากนักเลย ให้คิดเรื่องของตัวเองก็พอ”นางปัญจาจึงตอบไปว่า “ถ้าไม่คิดถึงลูก จะให้คิดถึงใคร” จากนั้นพระคำสิงห์ได้ตอบสวนกลับมาด้วยน้ำเสียงแข็งว่า “ไม่ตายหรอกน่า” ผู้เป็นแม่จึงรีบเตือนว่า “อย่าพูดอย่างนั้นเลยลูก” หลังจากพูดจบ พระคำสิงห์ไม่ได้ตอบอะไรอีก เพียงนั่งนิ่งและมองหน้าแม่อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นทั้งสองก็ไม่ได้พูดคุยกันอีก ก่อนที่รุ่งเช้าพระคำสิงห์จะออกเดินทางไปพร้อมกับคณะธุดงค์ 

นางปัญจา กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงก่อนเทศกาลสงกรานต์ พระคำสิงห์เพิ่งออกเดินธุดงค์ร่วมกับพระยงยุทธ ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยง และเดินทางกลับมาถึงวัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อทราบว่ารอบนี้พระลูกชายกำลังจะออกเดินธุดงค์อีกครั้ง จึงอดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้ กระทั่งได้รับข่าวว่าพระลูกชายประสบอุบัติเหตุ รู้สึกตกใจอย่างรุนแรง ทำอะไรไม่ถูก ร่างกายอ่อนแรงและเหนื่อยจนแทบไม่มีแรงเดิน หลานสาวต้องนำยาดมมาให้สูดดมเพื่อบรรเทาอาการ 

ในช่วงเวลาเดียวกัน ลูกสะใภ้ได้เปิดดูข่าวผ่านโทรศัพท์มือถือ และพบว่าจุดเกิดเหตุเป็นเส้นทางเดียวกับที่พระน้องชายของสามีเดินธุดงค์ จึงเร่งให้สามีโทรศัพท์ติดต่อพระยงยุทธ แต่ไม่มีผู้ใดรับสาย เนื่องจากพระยงยุทธก็ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวเช่นกัน 

ต่อมาครอบครัวได้รับข้อมูลจากหลานชายที่ติดตามคณะธุดงค์ไปด้วย และเป็นผู้เข้าไปประคองพระคำสิงห์หลังเกิดเหตุ โดยหลานชายเล่าว่า ขณะนั้นพระคำสิงห์มีเลือดเต็มตัว เมื่อประคองร่างขึ้นมา พระคำสิงห์หายใจสะดุดจำนวน 3 ครั้ง ก่อนจะเงียบไปตั้งแต่บริเวณจุดเกิดเหตุ จึงเชื่อว่าพระลูกชายอาจสิ้นใจตั้งแต่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุแล้ว 

หลังทราบข่าวการเสียชีวิต ได้นำภาพของพระคำสิงห์ในโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู พร้อมพูดกับรูปของพระลูกชายว่า “ตายแล้วก็ขอให้ไปถึงที่สุขนะลูกเอ้ย ไม่ต้องเป็นห่วงเป็นใยพ่อแม่เลย พ่อแม่รู้ว่าเป็นห่วง แต่มันจำเป็น ก็ขอให้ไปถึงสุขเถิด หมดกรรม หมดเวรของเจ้าแล้ว ไม่ต้องห่วง” 

นางปัญจายังตั้งข้อสังเกตว่า ในคืนหลังเกิดเหตุ สุนัขที่บ้านไม่ได้เห่าหรือแสดงอาการผิดปกติแต่อย่างใด ต่างจากสุนัขที่วัด ซึ่งเห่าหอนตลอดทั้งคืน เชื่อว่าพระคำสิงห์อาจกลับมาที่วัด และไม่ได้กลับมารบกวนพ่อแม่ที่บ้าน เนื่องจากตนได้พูดส่งพระลูกชายให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี และไปสู่ที่ชอบแล้ว

Advertisement

แชร์
"ไม่ตายหรอกน่า" คำพูดสุดท้ายพระลูกชายก่อนสิ้นใจคากลางถนน