Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ล้างบางแก๊งยานรกเครือข่ายคดีแอร์มีนา เฮโรอีนซุกผ้าไทย หลอกใช้คนหิ้ว

ล้างบางแก๊งยานรกเครือข่ายคดีแอร์มีนา เฮโรอีนซุกผ้าไทย หลอกใช้คนหิ้ว

2 ก.ค. 69
15:43 น.
แชร์

ล้างบางแก๊งยานรก! ป.ป.ส. บุกกรุงทลาย 3 จุด เครือข่ายเดียวกับคดีแอร์มีนา ยึดเฮโรอีนซุกเสื้อผ้าส่งนอก แฉต่างชาติคุมหัวคิว หลอกใช้คนไทยรับหิ้ว 

วันที่ 2 ก.ค. 69 พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. แถลงความคืบหน้าในคดีของ “น้องมีนา" แอร์โฮสเตสสาวที่ถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุมในข้อหาลักลอบขนยาเสพติดประเภทเฮโรอีนเข้าประเทศ โดยระบุว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มุ่งเน้นการขยายผลเ พื่อกวาดล้างผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการ และตัวการสำคัญทั้งหมด 

ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อรูปคดีที่ยังต้องขยายผลต่อเนื่อง จึงยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดชื่อและนามสกุลจริงของตัวละครบุคคลที่เกี่ยวข้องในขณะนี้ 

โดย พ.ต.ต.สุริยา เล่าจุดเริ่มต้นว่า การปฏิบัติการอย่างเข้มข้นในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากกรณีคดีของ "น้องมีนา" แอร์โฮสเตสชาวไทย ที่ถูกจับกุมในข้อหานำพายาเสพติดเข้าสู่ประเทศออสเตรเลีย หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลการข่าวเชิงลึกในกลุ่มเครือข่ายที่เป็นผู้ส่งยาเสพติดไปยังกลุ่มประเทศปลายทาง โดยเฉพาะประเทศออสเตรเลีย จนกระทั่งพบเบาะแสของเครือข่ายขบวนการนี้ ซึ่งมีประวัติพฤติการณ์การกระทำความผิดเชื่อมโยงมาตั้งแต่ปี 2568 และได้ทำการสืบสวนติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด 

จากการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การเปิดปฏิบัติการจู่โจมตรวจค้นและจับกุมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวมทั้งสิ้น 3 จุดสำคัญ คือ จุดที่ 1 (วันที่ 30 มิ.ย. 69) ในพื้นที่บางเขน-หลักสี่ เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพิสูจน์ทราบ และทำการตรวจยึดของกลางเป็นเฮโรอีน น้ำหนัก 8 กิโลกรัมเศษ ซึ่งถูกซุกซ่อนอย่างแนบเนียนไว้ในกระเป๋าผ้าสำหรับแขวนผนัง หลังจากจุดแรกนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งขยายผลแกะรอยเส้นทางการจัดส่งพัสดุของขบวนการทันที 

จุดที่ 2 (วันที่ 1 ก.ค. 69) คือ ในพื้นที่ซอยรางน้ำ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นและสามารถตรวจยึดเฮโรอีน น้ำหนัก 9 กิโลกรัมเศษ โดยพบพฤติการณ์การซุกซ่อนอยู่ในเสื้อกันหนาว และในห่อผลิตภัณฑ์กาแฟ โดยมีปลายทางเตรียมจัดส่งไปยังประเทศออสเตรเลีย 

จุดที่ 3 (วันที่ 1 ก.ค. 2569) ในพื้นที่รามคำแหง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นและพบเฮโรอีน 6.23 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อผ้าไทยสีชมพู แต่จุดนี้มีความพิเศษและแตกต่างจากสองจุดแรก เนื่องจากพัสดุดังกล่าวมีปลายทางเตรียมจัดส่งไปยังประเทศไต้หวัน 

ทั้งนี้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุถึงแผนประทุษกรรมของกลุ่มอาชญากรรมนี้ว่า ยาเสพติดทั้งหมดจะถูกลักลอบนำเข้ามาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่น่าสนใจคือกระบวนการ "แพคเกจจิ้ง" หรือการบรรจุซุกซ่อนยาเสพติดลงไปในสิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ชา  กาแฟ หรือโถแจกัน ทั้งหมดนี้ถูกทำสำเร็จรูปมาจากนอกประเทศแล้ว 

เมื่อสิ่งของเหล่านี้ข้ามชายแดนมา จะมีการจ้างวานคนไทยให้ทำหน้าที่ส่งต่อพัสดุจากต้นทางแถบชายแดน เช่น อำเภอเชียงคาน ลงมายังพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อส่งต่อให้กลุ่มบุคคลที่เป็น "คนกลาง" หรือกลุ่มรับหิ้ว ซึ่งมีหน้าที่นำยาเสพติดเหล่านั้นถ่ายใส่กระเป๋าเดินทางของตัวเองและนำพาไปยังประเทศปลายทาง หากมองด้วยตาเปล่าภายนอกหรือมองโดยผิวเผินจะไม่สามารถทราบได้เลย เนื่องจากซุกซ่อนอยู่ในลักษณะสอดไส้ด้านใน เช่น ในผ้าพรม ซึ่งขณะนี้ทาง ป.ป.ส. รู้ตัวเจ้าของและผู้บงการที่อยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดแล้ว 

จากการบูรณาการร่วมกันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกับ กอ.รมน. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เข้าทำการตรวจค้นและควบคุมตัวบุคคลที่ทำหน้าที่จัดส่งพัสดุจากเชียงคานลงมายังกรุงเทพมหานครได้แล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการขยายผล 

นอกจากนี้ด้วยความห่วงใยของ รมว.ยุติธรรมที่ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและให้คำแนะนำ เลขาธิการ ป.ป.ส. จึงได้เชิญกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เข้าร่วมประชุมเพื่อรับคดีนี้เป็น "คดีพิเศษ" เนื่องจากเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่มาก ทำงานเป็นขบวนการ มีการแบ่งหน้าที่กันทำ ทั้งการหลอกลวง การโอนเงิน การนำพา และการบรรจุ ซึ่ง DSI มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงศักยภาพในการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ 

ในส่วนของปลายทางนั้น สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ประสานตรงไปยังตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) เพื่อให้ดำเนินมาตรการสืบสวนและจัดการกับบุคคลปลายทางที่รอรับของ ซึ่งเบื้องต้นพบรายชื่อเป็นคนไทยประมาณ 2-3 ราย เช่นเดียวกับทางไต้หวัน ซึ่งมีความร่วมมือทางการข่าวที่ดีเยี่ยม และกำลังเร่งติดตามเป้าหมายเช่นกัน 

จากการเข้าตรวจสอบและเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องจาก 2 จุดเมื่อวานนี้ ซึ่งพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหลายสายการบินและทำกันมาหลายครั้ง ทุกคนต่างให้การปฏิเสธว่าไม่รู้เห็น แต่ในความเป็นจริงสิ่งของลักษณะดังกล่าวและสถานการณ์ข่าวสารปัจจุบัน ประชาชนควรต้องเอะใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ ยิ่งไปกว่านั้น เครือข่ายนี้ยังมีความเชื่อมโยงกับคดีเก่าในปี 2566 และ 2567 ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ รวมถึงคดีที่จังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งมีการจับกุมแอร์โฮสเตสพร้อมของกลางเฮโรอีนรวมกว่า 20 กิโลกรัมก่อนขึ้นเครื่องบิน และคาดว่าขบวนการที่จับกุมใน จ.ฉะเชิงเทราเกี่ยวข้องกับในพื้นที่ของซอยรางน้ำที่ถูกเข้าค้นเมื่อวานนี้ 

ส่วนกรณีไรเดอร์ที่ส่งพัสดุเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 69 นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามตัว พร้อมเน้นย้ำรูปพรรณสัณฐานว่าเป็นชายใส่ฮู้ดสีเข้ม สูงประมาณ 160 เซนติเมตรขึ้นไป เดินทางมาคนเดียว ด้วยรถเก๋งสีดำ แบบอีโก้คาร์  ซึ่งใกล้เคียงกับยี่ห้อรถคือโตโยต้า ไม่เห็นแผ่นป้ายทะเบียน เนื่องจากคอนโดลักษณะคล้ายกับศูนย์การค้าขนาดย่อม จึงอาจจะไม่ผ่านการคัดกรองทั้งหมด และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าตัวคนขับรถมีเจตนาหลบหลีกหรือไม่ 

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมว่าหลังจากคนส่งของนำพัสดุไปส่งถึงปลายทางแล้ว Facebook ที่ชื่อ  “Rose Rose” ได้ติดต่อกลับไปหาแอร์สาว ให้ถ่ายรูปพัสดุและส่งกลับไปให้ Facebook : Rose Rose ต่อ รวมถึงยังมีข้อมูลจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พัสดุที่แอร์มินาต้องไปส่งออสเตรเลีย ปรากฏชื่อออกมาแล้ว 2-3 ราย เป็นคนไทยและเชื่อว่าเป็นขบวนการ โดยแผนประทุษกรรมของกลุ่มนี้ จะไปส่งของตามความสะดวกของผู้ส่งว่าจะส่งไปที่ไหนอย่างไร เช่นให้มารับที่โรงแรม หรือให้เอาของไปฝากไว้ที่ร้านรับฝากพัสดุ แล้วจะมีคนมารับ ก่อนจะค่อยจ่ายเงิน แต่ในกรณีของแอร์มินา เธอยังไม่ได้รับเงิน 8,800 บาท 

เมื่อถามถึงประวัติการเดินทางไปออสเตรเลียถี่มากขนาดไหน และสำหรับนางสาวมินา ในฐานะลูกเรือเป็นเหยื่อถูกหลอกให้หิ้วของหรือไม่ ทาง ป.ป.ส. ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใด หรือขาดเจตนา เพราะถูกหลอกจริงหรือไม่ ทางทางการไทยยังคงต้องรอพยานหลักฐานและการพิสูจน์ตามสิทธิ โดยยืนยันไม่จำเป็นต้องบินไปสอบปากคำด้วยตนเอง เนื่องจากมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันตลอดเวลา 

เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ฝากเตือนไปยังประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มแอร์โฮสเตส บุคคลทั่วไป นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มนักท่องเที่ยว ปัจจุบันพบว่ามีพฤติกรรมการรวมกลุ่มกันเพื่อ "ขายน้ำหนักกระเป๋าที่เหลือของตัวเอง" หรือ “โพสต์รับหิ้วของเพื่อสร้างรายได้” โดยขบวนการยาเสพติดมิจฉาชีพจะคอยคัดเลือกและเฝ้าจับตาในกลุ่มเหล่านี้ เมื่อเห็นใครโพสต์แชร์น้ำหนักที่เหลือก็จะทักไปจ้างวาน 

"สำหรับกลุ่มหน้าใหม่อาจจะเริ่มจากตรงนี้ แต่สำหรับกลุ่มหน้าเดิมที่เคยทำมาบ่อยๆ จนเกิดความเชื่อใจ ก็จะทำกันเป็นอาชีพ เป็นธุรกิจ ทั้งที่ไม่ได้มีธุระต้องเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้มองแต่รายได้เพียงเล็กน้อยโดยไม่รับผิดชอบ และไม่ตระหนักว่ากำลังทำให้ประเทศไทยเสียหาย" พ.ต.ต.สุริยา กล่าว 

ในช่วงท้ายของการแถลงข่าว เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ระบุย้ำเตือนว่าขณะนี้หากท่านใดมีพัสดุตกค้างอยู่ในมือ หรือได้รับฝากสิ่งของ เพื่อนำพาเดินทางไปต่างประเทศ โดยเฉพาะปลายทางประเทศออสเตรเลีย ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ แล้วเกิดความสงสัยหรือไม่มั่นใจ ขอให้ท่านรีบนำสิ่งของเหล่านั้นเดินทางไปพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจ (โรงพัก) ใกล้บ้านท่านทันที เพื่อแสดงตนและแสดงความบริสุทธิ์ใจ" 

เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังย้ำว่า หลังจากนี้เป็นต้นไป หากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสืบสวนสามารถตรวจค้นและจับกุมตัว พร้อมของกลางยาเสพติดได้ในภายหลัง ท่านจะไม่สามารถใช้ข้ออ้างว่า 'ไม่รู้เห็น' 'ถูกหลอกลวง' หรือ 'กระทำไปโดยสุจริต' มาเป็นข้อต่อสู้ทางกฎหมายได้ทุกกรณี เนื่องจากทางสำนักงาน ป.ป.ส. ได้ทำการประชาสัมพันธ์เตือนภัยให้ทราบอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ ดังนั้นขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมของตัวท่านเอง 

เลขาธิการ ป.ป.ส. ยังเปิดเผยเพิ่มเติมหลังแถลงข่าว ยืนยันว่า “ขบวนการนี้ หัวขบวนการไม่ใช่คนไทย แต่ตัว carry หรือตัวรับพา ตัวแบก คือคนไทย ซึ่งในขบวนการนี้มีต่างชาติ เป็นหัวขบวน” 

ส่วนเจ้าของยาเสพติด ที่บอกว่าเป็นชาวต่างชาติ ทาง เลขา ป.ป.ส. บอกว่า เป็นเชื้อชาติลาว สัญชาติลาว และเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ 

เมื่อถามว่าหัวขบวนการยาเสพติดทำมานานหรือยัง เลขา ป.ป.ส. บอกว่า ทำมาประมาณ 4-5 ปีแล้ว และเป็นบุคคลที่เราตามตัว ซึ่งมีหมายจับอยู่แล้วด้วย 

เลขาธิการ ป.ป.ส.ยืนยันและย้ำเลยว่าประเทศไทยไม่ใช่ HUB หรือจุดศูนย์กลางตามที่สื่อมวลชนได้มีการนำเสนอกันก่อนหน้านี้ พร้อมอธิบายว่าแหล่งผลิตยาเสพติดอยู่ที่สามเหลี่ยมทองคำ และประเทศไทยอยู่ใกล้ การเดินทาง การคมนาคมของประเทศไทยสะดวกที่สุด เลยมีการขนส่งมาที่ประเทศไทย เลยอาจจะถูกใช้ในการเดินทางมากหน่อย แต่ไม่ได้ส่งเข้ามาประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งไปประเทศรอบๆ สามเหลี่ยมทองคำด้วย “ไม่ใช่ไทยอย่างเดียว ไม่ใช่ประเทศไทยเท่านั้นที่ผ่านยาเสพติดจากสามเหลี่ยมทองคำ” ส่วนการประชุมบอร์ด ป.ป.ส. ในวันพรุ่งนี้จะประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล 

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ที่มีแอร์โฮสเตสสาวถูกจับกุมอีกราย ในไทย เลขา ป.ป.ส. ระบุว่า “เชื่อได้ว่าน่าจะเป็นขบวนการเดียวกันกับที่แอร์มีนาโดน เพราะที่ผ่านมาเราไม่สามารถที่จะบ่งชี้ตัวบุคคลที่อยู่ฝั่งโน้นได้ แต่ครั้งนี้เราสามารถยืนยันตัวตนฝั่งโน้นได้ชัดเจน และอยู่ระหว่างการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ”

Advertisement

แชร์
ล้างบางแก๊งยานรกเครือข่ายคดีแอร์มีนา เฮโรอีนซุกผ้าไทย หลอกใช้คนหิ้ว