
วันนี้ (30 มิถุนายน 2569) นายทิวา การกระสัง ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง กรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียง กล่าวหาทำนองว่า นายทรงศักดิ์ มีส่วนเกี่ยวข้อง รู้เห็นกับการทุจริตสอบข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้งที่ไม่เป็นความจริง จึงต้องการดำเนินคดีกับบุคคลในคลิปเสียง ซึ่งก็คือ "ส้ม-กิต" และผู้เผยแพร่ ก็คือ "บังแจ็ค" รวมทั้งสิ้น 3 คน ในข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาฯ และร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
โดยทนายทิวา เปิดเผยว่า คลิปเสียงการพูดคุยระหว่าง "ส้ม" กับ "กิต" มีการทำขึ้นมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่มีการประมูลหน่วยงานที่จัดสอบ แต่ยังไม่มีการเซ็นสัญญา และยังไม่มีการสอบ ซึ่งตอนนั้นในคลิปเสียงระบุเพียงว่า "รัฐมนตรีช่วยฯ ให้โควตา 1,500 คน เรียกรับคนละ 350,000 บาท" โดยยังไม่มีการระบุชื่อในคลิป ว่าเป็นนายทรงศักดิ์ ซึ่งมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ทำให้ตอนนั้น นายทรงศักดิ์เพียงนำเรื่องหารือกับนายกรัฐมนตรี จนเป็นที่มาของการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามการทุจริต ร่วมกันทำ MOU เพื่อช่วยกันดูแลการสอบครั้งนี้ เนื่องจากมีกระแสข่าวจำนวนมากว่ามีการเรียกรับเงิน
แต่ภายหลังที่หน่วยงานที่ร่วมกันทำ MOU ได้มีการจับกุมขบวนการทุจริตสอบ ก็มีการปล่อยคลิปเสียงฉบับเต็มนี้ออกมาผ่านเพจ "บังแจ็ค" มีการเปิดชื่อนายทรงศักดิ์ชัดเจน ซึ่งโควตา 1,500 คน หากเรียกรับคนละ 350,000 บาท รวมเป็นเงินกว่า 500 ล้านบาท ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ เพราะนายทรงศักดิ์เป็นคนที่เชิญหน่วยงานต่างๆ มาป้องกันเรื่องนี้ และคลิปเสียงดังกล่าวกระทบต่อชื่อเสียงของนายทรงศักดิ์และพรรคภูมิใจไทย เป็นการตัดเส้นทางการเมือง จึงต้องดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ "ส้ม" กับ "กิต" เพื่อให้ตำรวจเรียกสอบปากคำ ว่าทำคลิปดังกล่าวมาด้วยเหตุผลใด
แต่เบื้องต้นจากข้อมูลที่ตนเองมี เชื่อว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ต้องการจะล้มการประมูล เนื่องจากกลุ่มของตนเองไม่ได้รับงาน จนเสียผลประโยชน์ ซึ่งกลุ่มนี้ทำมานานแล้ว และนายพิชิต ก็ทำมาตั้งแต่ปี 2560 โดยหากไม่ได้มีเจตนาดิสเครดิตทางการเมือง ก็ไม่จำเป็นต้องเผยแพร่คลิปเสียงดังกล่าวเป็นสาธารณะ เพียงส่งเป็นหลักฐานทางคดีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปตรวจสอบนายทรงศักดิ์ก็ได้
ทนายทิวาบอกด้วยว่าหลักฐานที่นำมามอบให้ตำรวจวันนี้ มีมากกว่า 80% มีข้อมูลของขบวนการ "ส้ม" ทั้งหมดว่าเชื่อมโยงพัวพันกับใครบ้าง ตำรวจแทบไม่ต้องทำอะไร หลักสอบปากคำเสร็จ ก็น่าจะออกหมายเรียกได้เลย พร้อมยืนยันว่านายทรงศักดิ์ไม่ได้รู้จักกับ "ส้ม" หรือ "กิต" แต่อย่างใด
Advertisement