
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมด้วยรองผู้กำกับการสืบสวน รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สภ.เมืองขอนแก่น และหัวหน้าพนักงานสอบสวน ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน กรณีการออกหมายเรียก “เฮียมอม้า” หรือ นายธนศักดิ์ อายุ 56 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น นักท่องเที่ยวชายที่เข้าไปใช้บริการในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเขตเมืองขอนแก่น ก่อนเกิดเหตุขอเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้หญิงสาวที่นั่งร่วมโต๊ะ แต่ดีเจไม่ได้เปิดเพลงให้ จึงถูกกล่าวหาว่าเดินเข้าไปตบศีรษะดีเจรายดังกล่าว จำนวน 3 ครั้ง
ผู้เสียหายคือ นายภัทระ ขจรนภพงศ์ อายุ 34 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับเฮียมอม้าในข้อหาทำร้ายร่างกาย ภายหลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกเฮียมอม้าให้มาพบพนักงานสอบสวน เพื่อสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนกฎหมาย
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวว่า หลังจากมีคลิปเหตุการณ์และสื่อมวลชนนำเสนอข่าวออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดต่อกับเฮียมอม้ามาโดยตลอด เพื่อดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนในฐานะผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากดีเจผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกเฮียมอม้าทำร้ายร่างกายในร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.เมืองขอนแก่น พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกเฮียมอม้า ซึ่งเป็น กต.ตร. ให้มาพบเพื่อสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหา
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า ในช่วงบ่าย เวลา 15.00 น. วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เฮียมอม้าได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนและรับทราบข้อกล่าวหาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา “ใช้กำลังทำร้ายร่างกาย โดยไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง หลังแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว พนักงานสอบสวนจึงปล่อยตัวไป โดยในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 จะมีการนัดหมายเพื่อนำตัวส่งพนักงานอัยการ เนื่องจากในวันนี้ไม่สามารถส่งฟ้องด้วยวาจาได้ทัน
สำหรับประเด็นข้อกล่าวหาอื่น ๆ พ.ต.อ.ยศวัจน์ ระบุว่า จากการสอบสวนตามข้อเท็จจริงของพนักงานสอบสวน เหตุการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่การหมิ่นประมาท เนื่องจากคำพูดของผู้ก่อเหตุเป็นลักษณะโอ้อวดตัวเอง ไม่ใช่การดูหมิ่นหรือข่มขู่ผู้ใด พนักงานสอบสวนจึงพิจารณาว่าข้อหาที่สามารถแจ้งกับผู้ก่อเหตุได้คือข้อหาใช้กำลังทำร้ายร่างกาย โดยไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391
อย่างไรก็ตาม หากผู้เสียหายยังติดใจในประเด็นอื่น สามารถไปฟ้องร้องเองได้ รวมถึงสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ตามมาตรา 44/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ในคดีดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้สอบถามผู้เสียหายแล้ว โดยผู้เสียหายไม่ประสงค์ไกล่เกลี่ยในชั้นพนักงานสอบสวน ดังนั้นพนักงานสอบสวนจะระบุไว้ในคำท้ายฟ้องว่าไม่มีการตกลงชดใช้ค่าเสียหายกัน ซึ่งผู้เสียหายสามารถขอคัดผลคำพิพากษาเพื่อนำไปใช้ฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาได้ หรือหากประสงค์ให้อัยการเรียกร้องค่าเสียหายให้ ก็สามารถดำเนินการได้เช่นกัน
ในส่วนประเด็นว่าเฮียมอม้าเป็น กต.ตร. หรือไม่นั้น พ.ต.อ.ยศวัจน์ ระบุว่า ขณะเกิดเหตุ เฮียมอม้ายังดำรงตำแหน่ง กต.ตร. อยู่ แต่หลังเกิดเหตุได้ยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้รวบรวมเรื่องเสนอไปยังประธาน กต.ตร.จังหวัด ตามระเบียบของ ก.ต.ช. โดยประธาน กต.ตร.จังหวัดขอนแก่น คือผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น จะเป็นผู้พิจารณาเรื่องการลาออกต่อไป
สำหรับ กต.ตร. หรือคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ และตามระเบียบ ก.ต.ช. ว่าด้วยคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ พ.ศ. 2567
บทบาทและหน้าที่หลักของ กต.ตร. คือการตรวจสอบและติดตามดูแลการปฏิบัติงานของตำรวจให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย และเป็นธรรมต่อประชาชน รวมถึงรับเรื่องร้องเรียน เพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนสามารถร้องเรียนปัญหา หรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ ตลอดจนให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะ นำเสนอปัญหาในพื้นที่และให้คำแนะนำแก่ตำรวจ เพื่อปรับปรุงการทำงานให้ตรงกับความต้องการของชุมชน รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือ สนับสนุนให้ประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
พ.ต.อ.ยศวัจน์ กล่าวอีกว่า กต.ตร. มีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ แต่สำหรับภาคประชาชนจะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันไม่ได้ ส่วนการพ้นจากตำแหน่ง กต.ตร. ได้แก่ เสียชีวิต ลาออก ขาดคุณสมบัติตามระเบียบ ขาดการประชุมเกิน 3 ครั้ง มีมติคะแนนเสียงน้อยกว่า 2 ใน 3 หรือมีพฤติกรรมในทางเสื่อมเสียหรือไม่เหมาะสม
ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ย้ำว่า กต.ตร. ไม่มีอำนาจในการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจ และไม่มีผลประโยชน์ระหว่างผู้คัดเลือกกับผู้ถูกเลือก โดยมีหน้าที่ในการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจเท่านั้น
Advertisement