
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก "ปทุมธานีที่นี่มีแต่เรื่อง" ได้โพสต์เตือนภัยผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ หลังมีมิจฉาชีพหญิงรูปร่างอ้วน ทำทีเรียกใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้าง ซึ่งมีชายวัย 61 ปี เป็นผู้ขับขี่ จากพื้นที่ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี ให้ไปส่งที่ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี แต่ระหว่างทางได้พูดจาลามกอนาจาร ลวนลามผู้ขับขี่ และขย่มรถเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนจะขโมยเงินสดในกระเป๋าสตางค์ไปมูลค่ากว่า 4,000 บาท
ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพผู้ก่อเหตุไว้ได้ และพบว่าเป็นคนร้ายรายเดียวกับที่เคยก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งครั้งนั้นผู้เสียหายสูญเงินไปกว่า 17,000 บาท
ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปพบกับ นายบรรทม ถนอมผล อายุ 61 ปี ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง วินหัวถนนติวานนท์ เบอร์ 31 ตั้งอยู่ริมถนนรังสิต-ปทุมธานี (บริเวณทางเข้าโรงเรียนเทคนิค) ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 08.15 น. มีหญิงรายหนึ่งลงจากรถโดยสารประจำทางและเข้ามาเรียกใช้บริการ ตนจึงสอบถามจุดหมายปลายทาง หญิงคนดังกล่าวอ้างว่าปวดปัสสาวะ ตนจึงพาไปเข้าห้องน้ำที่วัดโบสถ์ เมื่อเสร็จธุระ หญิงคนดังกล่าวระบุว่าต้องการเดินทางไปศาลากลางจังหวัดปทุมธานี ตนจึงตกลงราคาที่ 60 บาท เมื่อรับเงินค่าโดยสารมา ตนได้เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อวิน ส่วนผู้โดยสารได้ขึ้นซ้อนท้ายในลักษณะนั่งคร่อม
นายบรรทม เล่าต่อว่า เมื่อขับรถลงจากสะพานปทุมธานี 1 ถึงบริเวณทางเข้าโรงเรียนเทศบาลเมืองปทุมธานี ผู้ก่อเหตุเริ่มพูดจาลามกและพยายามใช้มือซ้ายล้วงจับอวัยวะเพศของตน พร้อมทั้งพูดจาเชิญชวนในลักษณะอนาจาร ตนได้กล่าวปฏิเสธและรีบขับรถมุ่งหน้าไปทางแยกสันติสุขเพื่อเลี้ยวซ้ายไปยังศาลากลางจังหวัด แต่ผู้ก่อเหตุยังคงพยายามลวนลามและเริ่มขย่มรถอย่างแรงจนรถส่ายไปมา ตนเกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำจึงกล่าวตักเตือนและพยายามขับต่อไป แต่ผู้ก่อเหตุก็ยังไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว กระทั่งมาถึงบริเวณแยกไฟแดงปทุมวิไล ตนทนไม่ไหวจึงตัดสินใจจอดรถและไล่ผู้ก่อเหตุลงบริเวณข้างทาง หญิงคนดังกล่าวได้เดินมาหาตนและพูดทิ้งท้ายว่า "อย่าโกรธนะ" ก่อนที่ตนจะขับรถออกไป
จนกระทั่งช่วงเย็นหลังจากเลิกงาน ตนเปิดกระเป๋าสตางค์เพื่อจะนำเงินไปเก็บ จึงพบว่าเงินสดกว่า 4,000 บาท หายไปทั้งหมด โดยกระเป๋าสตางค์ยังคงอยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างขวาตามปกติ จึงคาดว่าคนร้ายอาศัยจังหวะที่ขย่มรถเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ล้วงกระเป๋าสตางค์ไปหยิบเงินและนำกระเป๋าใส่คืนไว้ที่เดิม
หลังจากรู้ตัวว่าถูกก่อเหตุ ลูกสาวได้แนะนำให้ไปแจ้งความที่ สภ.เมืองปทุมธานี และเมื่อตรวจสอบข่าวสาร จึงพบว่าผู้ก่อเหตุมีลักษณะตรงกับคนร้ายที่ตระเวนก่อเหตุในลักษณะเดียวกันตามที่ปรากฏในรายการข่าวทางโทรทัศน์ จึงอยากฝากเตือนเพื่อนร่วมอาชีพให้ระมัดระวังตัวจากมิจฉาชีพรายนี้
ทางด้าน พ.ต.อ.วิวัฒน์ อัศวะวิบูลย์ ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่เกิดเหตุ เพื่อเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement