
เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเหตุจาก นายธนทรัพย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ผู้บาดเจ็บ อาชีพช่างเซอร์วิส ว่าขณะตนเองขับขี่รถจักรยานยนต์ อยู่บริเวณถ.ติวานนท์ (มุ่งหน้าปากเกร็ด) มีรถเก๋งคู่กรณีพยายามเปลี่ยนเข้าช่องทางขวาสุดในจุดที่เป็นเส้นทึบ ตนเองจึงบีบแตรเตือน จากนั้นคู่กรณีได้ทำการขับรถจี้ท้ายอย่างกระชั้นชิด ก่อนติดสัญญาณไฟจราจรบริเวณแยกสนามบินน้ำ คู่กรณีได้เดินลงจากรถก่อนมีปากเสียงและชกต่อยกัน และได้ใช้อาวุธมีดแทงตนเองจนได้รับบาดเจ็บ
นายธนทรัพย์ ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ตนกำลังขี่รถจักรยานยนต์เพื่อกลับบ้าน พอมาถึงใกล้แยกสนามบินน้ำ บนถนนมันจะมีเส้นทึบอยู่ ตนจึงเบี่ยงเข้าไปอยู่ในเลนหลัก มีรถเก๋งคู่กรณี ยี่ห้อมาสด้า สีน้ำเงิน ปาดขวาเข้ามา ตนจึงบีบแตรส่งสัญญาณเตือนว่ามีรถจยย.ของตนอยู่ จากนั้นคู่กรณีได้ขับจี้ท้ายมาจนติดสัญญาณไฟจราจร ก่อนเปิดประตูรถลงมาชักอาวุธมีดโชว์ ตนจึงตะโกนไปว่า “แน่จริงมึงแทงดิ” แต่คู่กรณีก็ไม่ได้แทง กลับเดินมาผลักตน และผลักรถจยย.ของตนล้มไปโดนรถเก๋งอีกคันนึงที่จอดด้านข้าง จากนั้นคู่กรณีได้เดินเข้ามาชนไหล่ ตนจึงต่อยไปทีนึงแล้วก็เกิดการชุลมุนกัน ฝั่งคู่กรณีล้มเสียหลัก มีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์เข้ามาห้ามให้แยกย้ายกันตามในคลิป
ต่อมาคู่กรณีได้ลุกขึ้นวิ่งไปเกาะกลางแล้วตะโกนเรียกตำรวจให้มาดูเหตุ ก่อนจะหยิบอาวุธมีดจากในกระเป๋าเข้ามาทำร้ายตน โดยที่ตนไม่ได้ตั้งตัว เพราะตนคิดว่าเรื่องคงจบแล้วแยกย้ายกัน มีพลเมืองดีไล่ให้คู่กรณีไป คู่กรณีจึงขับรถหนีออกไปจากที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานรถกู้ภัยมารับตัวตนไปส่งที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และตนได้ไปเจอกับคู่กรณีที่โรงพยาบาล ตนจึงถามไปว่า “มึงจำกูได้ใช่ไหม ที่มึงแทงกู” ทำให้พยาบาลกลัวว่าจะมีปัญหากัน จึงโทรประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจให้มาควบคุมสถานการณ์
ตนจึงเล่าเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟัง โดยทางคู่กรณีไม่ได้โต้แย้งอะไร แต่กลับโทรหาพรรคพวกให้มาหา ตนคิดว่าถ้าเมื่อวานเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มา ตนอาจจะโดนตามมามีเรื่องถึงที่โรงพยาบาลอีกก็ได้ ซึ่งตนได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนซ้าย มีแผลฉกรรจ์ กล้ามเนื้อฉีกขาด แต่โชคดีไม่ถึงเส้นเลือดใหญ่ จึงได้ทำการผ่าตัด คู่กรณีดูมีอายุกว่าตน และไม่แน่ใจว่าอาวุธมีดที่ใช้คืออะไร ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด อยากจะเอาข้อหา “พยายามฆ่า” เพราะตนมองว่าการบีบแตรเตือนแค่นี้ผิดมากเหรอ เรื่องแค่นี้ไม่น่าจะบานปลายได้ขนาดนี้ แค่ชกต่อยกันก็ควรจบแล้ว
ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อสอบถามกรณีดังกล่าวกับ พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ให้ข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาท สาเหตุมาจากการขับขี่รถบนถนนบริเวณแยกสนามบินน้ำ ซึ่งเราได้รับแจ้งจากทางโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า หลังทั้ง 2 ฝ่าย ได้เดินทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเดียวกัน และเกรงจะเกิดเหตุซ้ำ จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าไปควบคุมสถานการณ์ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญทั้ง 2 ฝ่ายเข้ามาสอบปากคำ ซึ่งจะต้องมีการดำเนินคดีตามกฎหมาย
ตอนนี้ยังไม่ทราบชัดเจนว่าฝ่ายใดมีอาวุธบ้าง เบื้องต้นฝ่ายผู้เสียหายยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนผู้ก่อเหตุตำรวจได้ทำข้อมูลเตรียมไว้ก่อนแจ้งข้อกล่าวหา หากตรวจสอบแล้วพบว่าฝ่ายผู้ก่อเหตุพกมีด จะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ,พ.ร.บ.จราจร และทำร้ายร่างกาย
ฝากเตือนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน ควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง และอย่าใจร้อน จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้
Advertisement