
สืบเนื่องจากกรณีเมื่อเวลา11.40น. วันที่ 29 พ.ค. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมพิจารณาวาระญัตติด่วน เรื่อง ขออนุญาตจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเรียกตัว นายชนนพัฒน์ นาคสั้ว ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำระหว่างสมัยประชุม ตามมาตรา 125 ของรัฐธรรมนูญ ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายชนนพัฒน์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและสอบสวนปากคำตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุด
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 125 วรรคหนึ่ง กำหนดห้ามมิให้มีการเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปทำการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร อย่างไรก็ตาม ภายหลังที่ประชุมได้อภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวาง ที่ประชุมจึงมีมติ 308 เสียง ต่อ 126 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่เห็นด้วย 3 เสียง ไม่อนุญาตให้มีการส่งตัวนายชนนพัฒน์ ไปรับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในระหว่างสมัยประชุม ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้นที่ค
ความคืบหน้าล่าสุด ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า จากกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติไม่เห็นชอบให้ส่งตัวนายชนนพัฒน์ ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาระหว่างที่มีเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครองนั้น ได้มีการตรวจสอบกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษซึ่งรับผิดชอบสำนวนการสอบสวนดังกล่าวแล้ว พบว่าเป็นคดีพิเศษที่ 150/2568 ซึ่งเป็นกรณีที่มีการกล่าวหาผู้ต้องหาจำนวนทั้งสิ้น 27 ราย ในฐานความผิดเกี่ยวกับการให้มีการเล่นพนันออนไลน์ และฟอกเงินจากเว็บพนันฯ ซึ่งในจำนวนผู้ต้องหาดังกล่าวก็มีนายชนนพัฒน์ รวมอยู่ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ คณะพนักงานสอบสวนได้มีการออกหมายเรียกให้นายชนนพัฒน์ มารับทราบข้อกล่าวหาในชั้นต้นแล้ว ตามฐานความผิดสองข้อกล่าวหาดังกล่าว
แต่ปรากฏว่าในเรื่องนี้มีการขยายผลพบเส้นทางการเงินที่ไปเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ จึงได้มีการหารือกับอัยการสูงสุด เพราะเห็นว่าความผิดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เป็นเหตุให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 20 มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนคดีนี้ต่อไป และมีคำสั่งให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ข้อหา ประกอบด้วย ฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
อย่างไรก็ดี หนังสือที่มีการแจ้งมาให้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหานั้น ตรงกับช่วงที่มีสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร และกรณีดังกล่าว นายชนนพัฒน์ ก็ถือเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จะต้องมีการแจ้งต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจะพิจารณาว่าจะอนุญาตให้มาพบในฐานะที่เป็นผู้ต้องหาหรือไม่ ซึ่งในส่วนดังกล่าวก็ได้ทราบจากข่าวว่าทางสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่ายังไม่มีเหตุผลความจำเป็นตอนนี้ ดังนั้น เมื่อสภาผู้แทนราษฎรมีมติเช่นนี้ ดีเอสไอก็ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ คือ ต้องรอให้หมดสมัยประชุมสภาเสียก่อน จึงจะเข้าสู่กระบวนการต่อไปได้ หรือหากเป็นกรณีที่เจ้าตัวได้สละสิทธิ์คุ้มครองดังกล่าว และเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ก็สามารถดำเนินการได้เช่นเดียวกัน
เมื่อถามว่าแม้ยังไม่หมดสมัยประชุมสภา แต่หากผู้ต้องหาขอสละสิทธิ์เอกสิทธิ์ดังกล่าว และประสงค์ที่จะเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาก็สามารถดำเนินการได้ใช่หรือไม่ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ย้ำว่า ที่ประชุมเห็นว่าเป็นสิทธิ์เฉพาะตัวที่สามารถดำเนินการได้ แต่ในทางกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ได้เขียนกำหนดไว้ว่าให้เป็นเรื่องของสภา
เมื่อสภาผู้แทนราษฎรมีมติเช่นนี้ ดีเอสไอก็จะต้องรอให้หมดสมัยประชุมสภาเสียก่อน แล้วจึงดำเนินการออกหมายเรียกผู้ต้องหา ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ส่วนหากผู้ต้องหาได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน จะมีในเรื่องของการควบคุมตัวไว้หรือไม่นั้น ตนต้องเรียนว่า กรณีดังกล่าวเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการสูงสุด ซึ่งก่อนหน้านี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการนำตัวนายชนนพัฒน์ ยื่นฝากขังต่อศาลไปแล้ว และศาลได้ให้ประกันตัวชั่วคราว จึงเป็นคนละส่วนกับของดีเอสไอ ทำให้ผู้ต้องหามีหน้าที่เพียงเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเท่านั้น ทั้งนี้ และเมื่อคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นก็จะต้องสรุปสำนวนพร้อมความเห็นส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อว่าอัยการสูงสุดจะได้พิจารณาวินิจฉัยทางคดีต่อไป
โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ปิดท้ายว่า ในจำนวนผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทั้งหมด 27 รายในสำนวนคดีดังกล่าว ได้มีการจับกุมไว้บางส่วนแล้ว (1 ราย ซึ่งเป็นแอดมินผู้หญิง) ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับอยู่ต่างประเทศ ซึ่งได้มีการประกาศสืบจับเรียบร้อยแล้ว และอีกส่วน ก็คือกรณีของนายชนนพัฒน์ ที่อยู่ระหว่างเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครอง
Advertisement