
จากกรณี อุบัติเหตุรถไฟ พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย 206 สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 12-5641 กทม. รวมถึงรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้ จนมีผู้เสียชีวิต 8 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บ 32 ราย บริเวณทางข้ามรถไฟ สถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา
ล่าสุดวันที่ 26 พ.ค. 69 บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ครอบครัวของนาย เสริมลาภ ปิ่นทอง หรือ เอ อายุ 44 ปี ผู้เสียชีวิตรายที่ 8 และ เป็นศพสุดท้าย จากเหตุโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ บริเวณแยกอโศก-ดินแดง ได้เดินทางมาติดต่อรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ไม่มีญาติเดินทางมาแจ้งตามหาบุคคลสูญหาย
คดีนี้ตำรวจใช้เวลาติดตามเบาะแสอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถแกะรอยจากภาพสตอรี่ในอินสตาแกรมของ “น้องโรส” หรือ น.ส.วิภารักษ์ เผ่าภูรี หนึ่งในผู้เสียชีวิต ที่โพสต์ภาพสุดท้ายไว้ ก่อนเชื่อมโยงกับข้อมูลจากเพื่อนสนิทของผู้ตาย ที่โทรศัพท์มาแจ้งว่าเพื่อนหายตัวไปจากที่ทำงานอย่างผิดปกติ นำไปสู่การติดต่อนาย ไพรัช ปิ่นทอง ลูกพี่ลูกน้องฝ่ายพ่อของผู้เสียชีวิต ให้เข้ามาตรวจ DNA เพื่อเปรียบเทียบพิสูจน์อัตลักษณ์ จนยืนยันตัวบุคคลได้สำเร็จ แม้ทั้งสองจะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
ด้านนางนันทวัลย์ นักรบ หรือ “นัน” อายุ 60 ปี ญาติฝ่ายแม่ของผู้เสียชีวิต พร้อมเครือญาติที่เดินทางมาจาก จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า ตนเลี้ยงดูผู้เสียชีวิตมาตั้งแต่เด็ก เคยนอนบ้านเดียวกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต และไม่ได้พบหน้ากันมานานกว่า 30 ปี
แม้จะห่างหายกันไป แต่ก็ยังติดต่อและคอยช่วยเหลือกันมาตลอด หากมีอะไรก็จะโทรหาน้องเสมอ พร้อมยอมรับว่าตอนเกิดเหตุยังนั่งดูข่าวอยู่ โดยไม่คิดเลยว่าหนึ่งในผู้เสียชีวิตจะเป็นคนในครอบครัว จนกระทั่งเพื่อนของผู้ตายและบริษัทที่ทำงานติดต่อมา จึงรีบเดินทางมาดำเนินเรื่องทันทีตั้งแต่สัปดาห์ก่อน
“ชีวิตน้องโดดเดี่ยว บางครั้งก็ไม่ค่อยรับสาย จึงไม่ค่อยได้คุยกัน จะคุยกันแต่ละครั้งก็ช่วงวันสำคัญ เขาเป็นคนเก่ง ขยัน นิสัยดี พ่อแม่ และน้องเสียชีวิตหมดแล้ว ทำงานด้านประกันภัย ต้องเดินไปทำงาน กลับบ้านดึกทุกวัน บางครั้งเราไปหา ก็ต้องยืนรอหน้าบ้านมืดๆ เพราะเขายังไม่กลับ ไม่มีครอบครัว ชีวิตน่าสงสารมาก” นางนันทวัลย์ กล่าว
พร้อมยืนยันว่า การเดินทางมาครั้งนี้ไม่ได้หวังเรื่องทรัพย์สินหรือเงินเยียวยาใดๆ โดยครอบครัวเพียงต้องการรับร่างกลับไปทำบุญและส่งผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น
“เราไม่ได้หวังเงินทองอะไรเลย ต่อให้ไม่ได้สักบาทก็ไม่เป็นไร แค่อยากดูแลและส่งน้องครั้งสุดท้ายให้ดีที่สุด”
หลังจากนี้ ญาติจะนำร่างของผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดชมพูเวก อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี เนื่องจากเป็นสถานที่บรรจุกระดูกของพ่อ แม่ และน้องสาวของผู้เสียชีวิต ส่วนห้องพักของผู้ตายนั้น ครอบครัวยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการใดๆ และอยู่ระหว่างหารือกัน
ขณะที่นายธนกร สังข์แก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาบุคคล องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ซึ่งเดินทางมาร่วมในวันนี้ด้วย กล่าวว่า ขสมก. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยจะรับผิดชอบดูแลเรื่องการรับศพ การจัดพิธีทางศาสนา และอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ อย่างเต็มที่ รวมถึงการเยียวยาตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง ซึ่งญาติสามารถกำหนดวันและขั้นตอนต่างๆ ได้ตามความประสงค์
นายธนกร ระบุเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ ขสมก. ได้เข้าไปดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตครบทั้ง 7 รายก่อนหน้านี้แล้ว พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกเรื่องงานศพอย่างใกล้ชิด
ด้านนายประลองพล ธิวงศ์ บุคลากรและผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทาง รฟท. ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียเช่นกัน และพร้อมรับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
Advertisement