
วันที่ (22 พ.ค.69) นางปิยนาฎ เสงี่ยมศักดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายธนภณ เมืองเฉลิม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สำนักงานตะวันออกเฉียงเหนือ , นายวุฒิพงศ์ เหลืองอุดมชัย ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมเพื่อหาข้อเท็จจริง กรณีที่นายเจตริน อายุ 18 ปี ตัดต่อภาพรูปโปรไฟล์แต่งชุดข้าราชการระดับสูง สร้างภาพให้คนที่เห็นเข้าใจว่าเป็นข้าราชการ ทั้งแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นผู้ประสานงานและประธานโซน 6 ไปหลอกลวงเอาเงินจากสภาองค์กรชุมชนตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย ที่ได้รับอนุมัติเงินในโครงการบ้านพอเพียงสำหรับซ่อมแซมบ้านให้กับผู้ยากไร้ในตำบลรวม 11 หลัง เป็นเงิน 375,000 บาท เมื่อวันที่ 5 มี.ค.69 โดยอ้างว่าจะดำเนินการในการซ่อมบ้านให้กับผู้ยากไร้ในโครงการเอง แต่มีการซ่อมจริงแค่ 7 หลัง ส่วนอีก 4 หลังไม่ได้ทำการซ่อมคิดเป็นเงินกว่า 140,000 บาทแล้วหายไป ประธานสภาองค์กรชุมชนพยายามติดตามทวงถาม ก็บ่ายเบี่ยงอ้างจะดำเนินการช่วงนั้นช่วงนี้ แต่จนถึงก็ยังไม่ดำเนินการและไม่นำเงินมาคืน
ทั้งนี้ยังได้ไปหลอกเก็บเงินออมวันละบาท จากสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลจระเข้มากเองแล้วเชิดไปรวมเป็นเงินกว่า 426,000 บาทอีกด้วย รวมเป็นเงินที่นายเจตริน หลอกเชิดไปเกือบ 6 แสนบาท นอกจากนั้นยังมีพฤติกรรมตีสนิทกับหัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ แล้วไปหลอกจะสร้างบ้านให้ผู้สูงอายุที่ยากไร้ จนหลงเชื่อรื้อบ้านหลังเก่าทิ้งแต่กลับไม่ได้ซ่อมสร้างให้ใหม่ ทั้งยังหลอกเอาเงินบัญชีของคุณยายไปด้วย
ซึ่งขณะนี้ทั้งสภาองค์กรชุมชน , กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลจระเข้มาก และผู้สูงอายุที่ตกเป็นเหยื่อได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านบัว อ.ประโคนชัย เพื่อเอาผิดกับนายเจตริน แล้ว
ซึ่งขณะที่ พมจ.กำลังประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาข้อเท็จจริง และแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น นายเจตริน ก็ได้โทรติดต่อมาหานายอี๊ด สอนประโคน ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลจระเข้มาก พยายามจะขอไกล่เกลี่ยคืนเงินโครงการซ่อมบ้านพอเพียง ที่เชิดไปแต่ไม่ระบุว่าจะคืนยังไงตอนไหน ทั้งพยายามอ้างว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องด้วย แต่ทำไมโยนความผิดให้เขาคนเดียว ซึ่งประธานฯ ก็บอกให้นำเงินมาคืนเพราะเงินหลวง และให้กลับมาอธิบายชี้แจงด้วยตัวเอง แต่นายเจตริน ไม่รับปากและไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหน
ขณะที่นางปิยนาฎ เสงี่ยมศักดิ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลแล้ว ทราบว่า นายเจตริน อายุเพียง 18 ปี ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และไม่ได้มีตำแหน่งหรือส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนตามที่กล่าวอ้าง แต่ที่ทำให้สภาองค์กรชุมชน กองทุนสวัสดิการชุมชน เจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ รวมถึงผู้สูงอายุหลงเชื่อ เพราะเป็นหลานของรองประธานกองทุนสวัสดิการแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ในเครือข่าย มีการตัดต่อภาพลงโซเชียลให้คนอื่นเข้าใจว่าตัวเองเป็นข้าราชการ แล้วไปแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไปหลอกตีสนิทหน่วยงานต่างๆ เพื่อแฝงเอาข้อมูล จนนำไปสู่การหลอกเอาเงินในโครงการต่างๆ รวมถึงผู้สูงอายุด้วย ซึ่งเบื้องต้นนอกจากองค์กรชุมชนจะแจ้งความแล้ว ทาง พม.ยังได้มอบหมายให้นิติกรพาผู้สูงอายุที่ถูกหลอกไปแจ้งความเช่นกัน
ทั้งนี้ก็จะได้เร่งหางบประมาณมาซ่อมบ้านที่เหลืออีก 4 หลังที่ถูกเชิดเงินไป รวมถึงบ้านของคุณยาย ที่ถูกให้รื้อด้วย เพื่อมีที่อยู่อาศัยในสภาพที่ปลอดภัย ส่วนเรื่องการขยายผลว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ก็ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ซึ่ง พม.ก็พร้อมให้ความร่วมมือด้านข้อมูล ทั้งนี้จะได้กำชับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่จะมาร่วมทำงาน รวมถึงหามาตรการป้องกันและจุดอ่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าวอีก
Advertisement