
จากกรณีความขัดแย้งในวงการพระเครื่องที่กลายเป็นประเด็นร้อน นายพบพุทธ อินปัน หรือ "มหาหนึ่ง พระเครื่อง" เดินทางเข้าพบ นางสาวดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ "มาดามเก่ง" เพื่อขอขมาหลังให้ข้อมูลเท็จต่อสื่อมวลชนว่าถูกมาดามเก่งส่งคนมาอุ้มทวงหนี้มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท
มหาหนึ่ง ยอมรับว่า ข้อมูลเรื่องการถูก มาดามเก่ง สั่งอุ้มทวงหนี้ไม่เป็นความจริง แต่เกิดจากความวิตกกังวลและระแวงไปเอง เนื่องจากตนเองมีหนี้สินกับเจ้าหนี้หลายราย ประกอบกับเกรงว่าจะมีชื่อติดโผ 1 ใน 9 เซียนพระแบล็กลิสต์ที่จะถูกดำเนินคดีทั้งที่ใช้หนี้ไปเป็นจำนวนมากแล้ว จึงให้สัมภาษณ์ไปรายการดังหลายแห่ง จนสร้างความเสียหายให้กับมาดามเก่ง
ทางด้าน มาดามเก่ง ยืนยันว่า ไม่เคยส่งคนไปข่มขู่หรืออุ้มใคร และมหาหนึ่งก็ไม่ใช่บุคคลในรายชื่อ 9 เซียนพระที่เธอกำลังดำเนินคดีด้วย เชื่อว่ามหาหนึ่งอาจถูกบุคคลบางกลุ่มปั่นหัวจนเกิดความเข้าใจผิด ส่วนกรณีที่มีกลุ่มคนไปปรากฏตัวหน้าบ้านคู่กรณีนั้น ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังประกาศว่าจะยกหนี้ที่เหลืออีก 7 ล้านบาทให้ทั้งหมด
มาดามเก่ง ยังได้ชี้แจงโต้กลับกรณีที่เซียนพระ "จ" หรือ เจน ปิยะทัศน์ กล่าวหาว่าเธอถูกศาลสั่งฟ้องคดีเช็คเด้งและมีหมายจับจากการหลบหนี
เหตุการณ์เกิดจากการเสนอซื้อขายพระเครื่อง 53 องค์ มูลค่า 65 ล้านบาท ระหว่างมาดามเก่งกับกลุ่มเซียนพระ 3 ราย (เจน, ต้อม, หนุ่ม) โดยมาดามเก่งเซ็นเช็คส่วนตัวเพื่อค้ำประกัน แต่ภายหลังพบความผิดปกติว่าพระบางส่วนถูกนำไปจำนำไว้กับบุคคลอื่น เมื่อเจรจาขอไถ่ถอนแต่คู่กรณีไม่ยินยอม เธอจึงตัดสินใจอายัดเช็คและแจ้งความที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ
มาดามเก่ง ปฏิเสธเรื่องการหลบหนี แต่ยอมรับว่าเคยถูกออกหมายจับจริงเนื่องจากการสื่อสารคลาดเคลื่อน เนื่องจากตนเองย้ายที่อยู่ไป จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อบริหารภาษี ทำให้ไม่ได้รับหมายเรียกตามที่อยู่เดิม เมื่อทราบเรื่องก็ได้นำหลักทรัพย์เป็นเงินสด 4 ล้านบาทเข้าประกันตัวเพื่อสู้คดีตามระเบียบทันที
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 มาดามเก่งได้โชว์หลักฐานบันทึกประจำวันยืนยันว่า พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการพิจารณาแล้วมีคำสั่ง "ไม่ฟ้องเด็ดขาด" ในคดีดังกล่าว ส่วนกรณีที่คู่กรณียื่นฟ้องต่อศาลเองนั้น ถือเป็นสิทธิ์ตามกฎหมาย ซึ่งตนพร้อมนำหลักฐานเข้าพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในการนัดไต่สวนมูลฟ้องช่วงปลายเดือนนี้ต่อไป
Advertisement