
จากกรณี นาย ชยันต์ เกตุคง อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นอดีตลูกเขย ก่อเหตุยิงนายสงวน อายุ 64 ปี และนายสัตยา อายุ 32 ปี อดีตน้องเมียเสียชีวิต และนางสาริณี อายุ 54 ปี อดีตแม่ยายได้รับบาดเจ็บสาหัส เนื่องจากมีปัญหาขัดแย้งเรื่องของหนี้สิน และปัญหาที่ดินที่ทำการปลูกอ้อยร่วมกันเอาไว้ก่อนจะหย่าร้างกับอดีตภรรนา ทำให้มีปัญหากระทบกระทั่งกันหลายครั้ง จนกระทั่งมาเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น
เหตุเกิดเมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 6 พ.ค. 69 บริเวณบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 7 ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยหลังก่อเหตุ นาย ชยันต์ ได้เดินข้ามฝั่งถนนหลบหนีเข้าไปในป่าละเมาะฝั่งตรงข้ามบ้านหลังเกิดเหตุ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 พ.ค. 69 พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรลาดหญ้า คุมตัวนายชยันต์ อายุ 47 ปี อดีตลูกเขยโหดที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงพ่อตาและน้องเขยเสียชีวิ และยิงแม่ยายได้รับบาดเจ็บสาหัส เข้ามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพณบริเวณบ้านที่เกิดเหตุ ท่ามกลางญาติและเพื่อนฝูงของผู้เสียชีวิตนับร้อยคนที่มาเฝ้ารอดูการทำแผนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลัง 50 นาย คอยควบคุมสถานการณ์ ไม่ให้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นในระหว่างการทำแผน แต่เนื่องจากกลุ่มญาติและเพื่อนของผู้เสียชีวิตอยู่ในอารมณ์โมโหอย่างหนักจึงได้ฝ่าวงล้อมของเจ้าหน้าที่ตำรวจหมายจะเข้ามารุมประชาทัณฑ์ตัวผู้ก่อเหตุ ทำให้เกิดเหตุการณ์ชุลมุน เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบคุมตัวนายชยันต์ขึ้นรถออกไปจากบริเวณบ้านที่เกิดเหตุทันที
โดยนายสมจิตร เนียมประยูร ตาของนายสัตยา ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนจะเกิดเหตุขึ้น นายชยันต์เคยเข้ามาปรึกษาปัญหากับตนหลายครั้ง ตนก็เคยเตือนสติไม่ให้ใช้ความรุนแรง นายชยันต์ก็รับปากอย่างดีว่าจะพยายามคุยกันอย่างสงบไม่ใช้ความรุนแรง ทำให้ตนและครอบครัวของผู้เสียชีวิตตายใจ ไม่ทันได้ระวังคิดว่าในวันเกิดเหตุนายชยันต์จะเข้ามาคุย เพื่อเคลียร์ปัญหา แต่ทันทีที่มาถึงนายชยันต์ควักอาวุธปืนขึ้นมาก่อเหตุทันที ซึ่งพฤติกรรมการลงมืออย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้ ถือว่ารุนแรงเกินกว่าเหตุมาก
หลังจากนำตัวนายชยันต์ออกจากจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปยัง บริเวณภูเขาที่นายชยันต์หนีขึ้นไปซ่อนตัว ก่อนจะลงมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมทิ้งอาวุธปืนไว้บริเวณจุดดังกล่าว โดยนายชยันต์ยังไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆ กับสื่อมวลชน
Advertisement