
วันที่ 6 พ.ค. 69 นักธุรกิจหนุ่ม อายุ 32 ปี เดินทางมาร้องเรียนกับนาย เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เนื่องจากถูกอาจารย์ที่เป็นหมอดูชื่อดังแถวภาคเหนือ ซึ่งมีชื่อเสียงจากการที่มีดาราเป็นลูกศิษย์หลายคน รวมทั้งอ้างตัวเองว่าเป็นผู้สื่อสารกับนรก และสวรรค์ได้ กระทำการล่วงละเมิดทางเพศถึง 3 รอบ โดยอ้างว่าเป็นการรักษาอาการป่วย และแก้กรรม
ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีอาการปวดหัวขั้นรุนแรง หรือปวดหัวคลัสเตอร์ ซึ่งมีอาการรุนแรงกว่าโรคไมเกรน ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ก่อนหน้านี้ได้ไปรักษาแพทย์แผนปัจจุบันหลายที่ แต่ไม่สามารถรักษาให้หายได้
ทั้งนี้ แม่ของตนซึ่งเห็นว่าไม่สามารถรักษาที่ไหนได้ และรู้สึกสงสารเป็นห่วงลูก ด้วยความที่แม่ได้ติดตามในโลกโซเชียล และเป็นแฟนคลับของอาจารย์คนนี้ ซึ่งเป็นอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในภาคเหนือ อ้างว่าสามารถติดต่อนรกและสวรรค์ รวมทั้งมีพลังพิเศษที่จะสามารถนิมิตสแกนเจ้ากรรมนายเวรได้ จึงได้แนะนำให้ตนไปรักษากับอาจารย์รายนี้ ด้วยหวังว่าจะทำพิธีและสามารถรักษาให้หายได้
ต่อมาเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 69 หลังจากที่ครอบครัวได้ไปทำธุระแถวภาคเหนือ ก็ได้แวะไปหาอาจารย์รายนี้ที่บ้าน ซึ่งเป็นสำนักของอาจารย์ เมื่อไปถึงก็เห็นว่าเป็นสำนักที่ใหญ่โตคล้ายสถานปฏิบัติธรรม โดยเข้าคิวรอตั้งแต่บ่ายสอง เพราะมีคนเยอะมาก จนถึงช่วงประมาณ 6 โมงเย็น ตนก็ได้คิวเข้าพบอาจารย์รายนี้
เมื่อเข้าไปถึง อาจารย์ก็ได้ทำพิธีตรวจดวงชะตา และบอกกับตนว่า ตนมีกรรมหนักอย่างมาก ต้องทำพิธีเป็นคิวสุดท้าย นั่นเลยทำให้ตนต้องรอคิวที่จะทำพิธีแก้กรรมจนถึงเกือบ 4 ทุ่ม เป็นลักษณะของเป็นคิว VIP เมื่อถึงเวลาดังกล่าว อาจารย์ก็ได้ให้ตนเข้าไปในห้องทำพิธีเพียงสองต่อสอง โดยให้แม่ของตนรออยู่ข้างนอก
เมื่อปิดห้องเรียบร้อย อาจารย์ก็บอกให้ตนสวดมนต์คาถาต่างๆ เมื่อสวดเสร็จแล้ว อาจารย์ก็บอกให้ตนมายืนต่อหน้า และบอกให้ถกแขนเสื้อและกางเกงลง ซึ่งตนก็ทำตาม เพราะเข้าใจคิดว่าเป็นวิธีการรักษาจริง ก่อนที่อาจารย์จะบอกให้ตนถกกางเกงในลงด้วย โดยได้พยายามบอกกับตนว่าไม่ต้องอาย อ้างว่าเป็นวิธีการรักษาแบบพราหมณ์-ฮินดู ในลักษณะของการตรวจศิวลึงค์
จากนั้นอาจารย์ก็ใช้ฝ่ามือมาแตะที่ต้นขาซ้าย ต้นขาขวา และอวัยวะเพศของตัวเอง วนอยู่อย่างนี้ประมาณ 9 รอบได้ ตอนนั้นยอมรับว่า การโดนเตะอวัยวะเพศทำให้อวัยวะเพศเริ่มแข็งตัว ซึ่งเป็นเรื่องปกติทางธรรมชาติ แต่อาจารย์กับอ้างว่า เมื่ออวัยวะเพศแข็งตัว ก็จะมีโอกาสรักษาให้หายได้
จากนั้นอาจารย์ก็ได้ให้ตนไปอยู่ที่มุมห้อง และให้เปิดภาพเ พื่อดึงดูดทางเพศทางโทรศัพท์มือถือ โดยบอกว่าถ้าอวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่เมื่อไหร่ ให้กลับมาหาอาจารย์ ตนก็ทำตาม เสร็จแล้วเมื่อกลับมาหาอาจารย์ อาจารย์ก็บอกให้ตนสำเร็จความใคร่ใส่หน้าอาจารย์ ซึ่งตอนนั้นตนก็ทำตามที่อาจารย์บอก และก็ใช้เวลาอย่างรวดเร็ว เพราะเนื่องจากตนไม่ได้ปลดปล่อยมานานแล้ว ซึ่งนี้เป็นการล่วงละเมิดทางเพศครั้งแรก
ตอนนั้นอาจารย์พยายามอ้างว่า ไม่ต้องคิดอะไรมาก มันคือวิธีการรักษา พร้อมกับหว่านล้อมเกลี้ยกล่อมว่า เป็นวิธีการรักษาแบบทางลัด และมีเพียงแค่ 1 ในแสนคนที่เข้าถึงอาจารย์ได้แบบนี้ หรือเป็น VIP หากรักษาด้วยวิธีการแบบนี้แล้ว หลังจากนี้ก็ไม่ต้องไปตระเวนไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ใดแล้ว
ในใจของตนตอนนั้นคืออยากจะรีบให้ทุกอย่างมันจบ ถึงขนาดอยากจะคิดวิ่งออกมาจากห้องด้วยซ้ำ แต่ตนกลัวว่าจะได้รับอันตราย ไม่รู้ว่าตนจะถูกอาจารย์คนนี้ทำร้ายหรือลูกศิษย์ทำร้ายหรือไม่ อีกทั้งแม่ของตนก็เพิ่งผ่าตัดรักษาตัว จะให้วิ่งหนีก็ลำบาก เลยจำใจทำตามในสิ่งที่อาจารย์บอกให้มันเสร็จๆ ไป แต่ตั้งใจว่าจะเก็บเอาเรื่องราวดังกล่าวไปดำเนินคดีกับอาจารย์อย่างแน่นอน
ปรากฏว่าอาจารย์ได้ให้ตนทำพิธีขอขมากรรมต่อ ตอนนั้นในใจของตนก็คิดว่าใกล้เสร็จแล้ว จะได้ออกไปสักที แต่กลับกลายเป็นการล่วงละเมิดทางเพศครั้งที่ 2 โดยอาจารย์ให้ตนลองชักอวัยวะเพศ แต่ตอนนั้นตนชักไม่ขึ้นแล้ว ด้วยความที่ต้องกินยาปลูกผมซึ่งมีผลต่อการกดฮอร์โมน แต่อาจารย์ก็ยังให้ตนเปิดโทรศัพท์ดูภาพบิ้วอารมณ์ทางเพศ
พร้อมกับให้ตนยักคิ้ว หรี่ตา และเลียริมฝีปาก รวมทั้งบอกบททำเป็นสวมบทบาทว่าตนเองเป็นพระเอก และอาจารย์เป็นนางเอก โดยอาจารย์ได้ใช้คำพูดที่หยาบคาย และส่อไปในทางเพศชนิดที่รับไม่ได้อย่างมาก ก่อนที่จะเอาหน้ามาจ่อที่อวัยวะเพศของตนและอมอวัยวะเพศของตนทันที ทำนองว่าสำเร็จความใคร่ทางปาก
ตอนนั้นตนรู้สึกทรมานจิตใจ อยากจะรีบออกจากห้อง จังหวะนั้นด้วยความที่ตนหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูภาพเพื่อบิ้วอารมณ์ทางเพศ ตนเลยฉวยโอกาสปิดเสียง และปิดแฟลช แอบถ่ายคลิปขณะที่อาจารย์ใช้ปากสำเร็จความใคร่อวัยวะเพศของตน แต่ถ่ายได้เพียงแค่ 3 วินาที เพราะเกรงว่าจะถูกจับได้และจะได้รับอันตราย ทำอยู่อย่างนั้นค่อนข้างนานก่อนที่จะสำเร็จความใคร่ใส่ปากของอาจารย์
หลังจากถูกล่วงละเมิดทางเพศเป็นครั้งที่ 2 ตอนนั้นตนก็คิดว่าคงจะจบแล้ว เพราะอาจารย์ได้จับมือของตนพร้อมกันผลัดกันไหว้ เพื่อขอขมากรรม ก่อนที่อาจารย์ได้ให้ตนใส่เสื้อผ้า และเรียกแม่เข้ามา โดยได้ทำทีนิมิตและเขียนชื่อบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรลงในกระดาษ ประมาณ 7 คนได้ พร้อมบอกให้ไปทำบุญตามวัดต่างๆ เมื่อเขียนเสร็จก็ได้ให้แม่ของตนออกไปอีกรอบ
คราวนี้ก็เป็นการถูกล่วงละเมิดทางเพศครั้งที่ 3 โดยอาจารย์อ้างว่าต้องทำพิธีขอขมากรรมอีกรอบ ซึ่งอาจารย์ได้ใช้มือมาจับอวัยวะเพศของตน โดยทำทีมาเช็คว่ายังแข็งตัวหรือไม่ แต่ตอนนั้นไม่แข็งแล้ว โชคดีที่ระหว่างนั้นแม่ได้เปิดประตูเข้ามาพอ ซึ่งเป็นช่วงจังหวะที่อาจารย์มาจับมือตน ทุกอย่างก็เลยจบ ไม่ได้มีการสําเร็จความใคร่อีก และอาจารย์ก็ปล่อยตนกลับไป
เหตุการณ์ครั้งนั้น นอกจากจะไม่ทำให้อาการปวดหัวดีขึ้น และยังหนักกว่าเดิมแล้ว ยังทำให้สุขภาพจิตของตนย่ำแย่อย่างมาก ถึงขนาดจะฆ่าตัวตาย เพราะไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไรแบบนี้มาก่อน หลังเกิดเหตุจนได้เล่าปรึกษาให้แฟนฟัง ก่อนที่จะตัดสินใจเล่าให้แม่และครอบครัวฟัง ทุกคนตกใจและใจสลายอย่างมาก โดยเฉพาะแม่ที่ก่อนหน้านี้เคยศรัทธา ก็รู้สึกศรัทธาแตกสลาย ตนเองไม่ได้รู้สึกโกรธแม่ กลับเข้าใจความรู้สึกของแม่ด้วยซ้ำ เพราะแม่อยากให้ตนหาย แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้
ที่ผ่านมาตนไม่เคยรู้จักอาจารย์คนนี้มาก่อน แต่ก็ไม่ทราบภายหลังว่าอาจารย์คนนี้มีประเด็นข่าวเยอะมาก เพราะยิ่งไปขุดข้อมูล ก็เคยเจอว่า มีนักพูดชื่อดังเคยพูดว่าคนสนิทถูกอาจารย์ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันล่วงละเมิดทางเพศแบบเดียวกัน พร้อมกับเจอในกระทู้ทางอินเทอร์เน็ตว่ามีหลายคนที่โดนล่วงละเมิดทางเพศแบบนี้ แต่ไม่มีใครมีพยานหลักฐานเหมือนของตน เพราะทุกครั้งที่ทำพิธี อาจารย์จะไม่ให้ใช้โทรศัพท์มือถือ แต่โชคดีของตนที่อาจารย์ให้ใช้โทรศัพท์มือถือ จึงแอบถ่ายเป็นพยานหลักฐานได้
ตนยืนยันว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะเป็นคนที่เอาศาสนาและความเชื่อมาหากินบังหน้า รวมทั้งยังมีเหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศแบบนี้อีกจำนวนมาก แต่อีกใจหนึ่งก็ยอมรับว่าหวั่นกลัวในพวกบรรดาแฟนคลับของอาจารย์คนนี้ เพราะจากการตรวจสอบเพจของอาจารย์รายนี้ พบว่ามีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก เลยตัดสินใจมาร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอดให้ดำเนินการช่วยเหลือ
ด้านนายเอกภพ กล่าวว่า กรณีนี้ถือว่าเป็นภัยสังคมอย่างมาก เพราะอาจารย์รายนี้เป็นคนที่มีชื่อเสียง มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นดาราและบุคคลที่มีชื่อเสียง ออกรายการก็เยอะ แต่การกระทำดังกล่าวถือว่าผิดต่อกฎหมายอย่างมาก ทั้งในเรื่องของการกระทำอนาจารและข่มขืนใจ
ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีผู้เสียหายโทรมาเล่าเรื่องอาจารย์รายนี้ให้ตนฟัง แต่เนื่องจากตอนนั้นไม่มีพยานหลักฐาน เลยไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ตอนนี้มีพยานหลักฐานที่แน่นหนาพอที่จะเอาผิดอาจารย์คนนี้ได้ โดยในวันพรุ่งนี้ ตนจะพาผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ตำรวจส่วนกลางเป็นผู้ดำเนินคดี เนื่องจากได้ข้อมูลมาว่า อาจารย์รายนี้เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
ขณะเดียวกัน ยังได้ฝากถึงคนที่เคยตกเป็นเหยื่อของอาจารย์รายนี้ ให้เข้ามาส่งเรื่องราวให้ตนหรือแจ้งความกับตำรวจ เพื่อที่จะเอาผิดกับอาจารย์รายนี้ต่อไป
Advertisement