
วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 13.00 น. นายอภิเดช อายุ 35 ปี และนายเอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี เด็กชายบี (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ทั้งคู่เป็นนักเรียนชั้นมัธยมต้นของโรงเรียนแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าพบกับ พ.ต.ท.เมธี กุลวงค์ สารวัตรสอบสวน สภ.วังยาง เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม กรณีเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม เวลาเกือบเที่ยงคืน ได้มีนายโก๋ (นามสมมติ) อายุ 46 ปี ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาจอดส่งเสียงโวยวาย ขณะที่ตนนั่งเล่นบริเวณหน้าบ้าน พร้อมกับเพื่อนรุ่นน้องประมาณ 5-6 คน ในนั้นก็มีน้องเอกับน้องบีรวมอยู่ด้วย
หลังนายโก๋ ส่งเสียงโวยวายจนเป็นที่พอใจแล้วก็ขี่รถออกไป ห่างไปแค่ 20 กว่านาที นายโก๋ ก็ขี่รถกลับมาใหม่ พร้อมหว่านปลอกกระสุนปืนใส่หน้าบ้าน เป็นการข่มขู่คนที่อยู่ตรงนั้น ด้วยเกรงว่านายโก๋ จะย้อนกลับมาทำร้ายร่างกาย วันรุ่งขึ้นจึงนำหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เดินทางมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน
จากนั้นตนก็ลงโพสต์ในเฟซบุ๊กถึงการกระทำของนายโก๋ ปรากฏว่านายโก๋คู่กรณีได้เข้ามาคอมเมนต์ พร้อมอ้างกฎหมายPDPA (Personal Data Protection Act) และมาตรา 397 และท้าทายให้ออกมาเจอกัน
นอกจากนี้นายโก๋ ได้โพสต์ในเฟซบุ๊กของตน ว่า “เกิดเมื่อวานเฮ็ดเป็นห้าว ยุค 80 ดวนกัน แพ้คือเอาเข้าเบ้า “จบ” อย่างปลุกความเถื่อนของกู ขี้กะตืกซำนี้ กูฝังไปหลายแล้ว” แต่ไม่นานก็ลบโพสต์ดังกล่าว ก่อนจะโพสต์ข้อความใหม่ว่า “ผิดก็คือผิด ยอมรับผิดเสมอ ไม่แก้ตัวใดๆ”
มูลเหตุของเรื่อง น้องเอกับน้องบี เล่าว่า ในวันและเวลาดังกล่าว ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ เพื่อจะมานั่งเล่นกันที่หน้าบ้านของนายอภิเดช ระหว่างทางได้ขี่แซงรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นรถของนายโก๋ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาดนตรีและศิลปะ โรงเรียนที่ตนเรียนอยู่ทั้งคู่ โดยนายโก๋ ขี่มาจอดแล้วตะโกนด่าทอ กล่าวหาว่าตนขับรถแซงปาดหน้าและเบิ้ลเครื่องใส่ พอด่าจนสะใจก็ขับรถออกไป ห่างเพียง 20 นาทีเท่านั้น นายโก๋ขี่กลับมาใหม่ พร้อมหว่านปลอกกระสุนปืนใส่กลุ่มพวกที่นั่งอยู่นั้น
โดยนายอภิเดช เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ไม่เคยรู้จักกับอาจารย์คนนี้มาก่อน การกระทำเช่นนี้ ไม่สมกับเป็นพ่อพิมพ์ของชาติ อีกอย่างเด็กที่นั่งอยู่ก็เป็นลูกศิษย์ของเขา ควรจะว่ากล่าวตักเตือนดีๆ จึงนำหลักฐานจากกล้องวงจรปิดไปแจ้งความ เนื่องจากเกรงว่าอาจจะเกิดอันตรายในภายภาคหน้า ทั้งผู้อยู่ใกล้ชิดและทรัพย์สิน เบื้องต้นยังไม่ประสงค์ดำเนินคดี หากไม่สามรรถทำความตกลงกันได้ ก็จะให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่นายอภิเดช เตรียมจะไปโรงพัก เพื่อให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ได้มีแม่ยายของนายอภิเดช โทรศัพท์เข้ามาหามือถือลูกสาว โดยบอกว่าผู้อำนวยการโรงเรียนที่นายโก๋เป็นอาจารย์สอนอยู่ ต้องการให้ลบโพสต์เพราะทำให้โรงเรียนได้รับความเสียหาย
Advertisement