
วันที่ 29 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.พัทลุงว่า นางยุพาภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ผู้เป็นแม่ร้องขอความช่วย หลังจากที่ นายพีรศักดิ์ หรือ จูเนี๋ย อายุ 20 ปี ลูกชาย ถูกนายดาบตำรวจรายหนึ่ง สังกัดตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค9 เปิดวงเล่นไฮโลภายในบ้าน ก่อนโทรล่อลวงให้ลูกชายมาเล่นการพนันไฮโล ที่ตัวเองเป็นเจ้ามือหวังจะเอาเงิน และสร้อยคอลูกชายจากครอบครัวตนเองที่มีอาชีพค้าขาย
โดยทุกครั้งที่ลูกชายไป จะสวมสร้อยคอไปประจำทำให้เกิดอาการอยากได้ จึงโทรชักชวน ล่อลวง ให้มาเล่นการพนันที่บ้านพักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ครอบครัวต้องเสียเงินไป 120,000 บาทหลังจากเล่น ไปเพียง 15 นาทีในวันเดียว
และก่อนหน้านี้ก็ยังเปิดเล่นเป็นประจำ ทำให้ลูกชายต้องเสียเงินไปแล้วหลายครั้ง โดยทางครอบครัวมองว่า ดาบตำรวจดังกล่าวใช้กลอุบายล่อลวง ทำให้ลูกชายต้องเสียรู้เนื่องจากลูกชายมีอาการป่วยทางสมองและทานยาอยู่ต่อเนื่อง และมีความอ่อนไหวถูกชักจูงได้ง่าย โดยเหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 28 เม.ย.ผ่านมา
นางยุพาภรณ์ กล่าวว่า ปกติลูกชายมีปัญหาสุขภาพด้านสมองต้องทานยาต่อเนื่อง คืนเกิดเหตุลูกชายได้โทรมาบอกว่า แม่ผมเล่นไฮโลแพ้ ไม่มีเงินแล้ว สร้อยคอ 2 บาท ดาบตำรวจเจ้ามือก็ยึดไปแล้ว แม่ช่วยมาไถ่คืนให้หน่อย โดยส่งคลิปภาพที่ถ่ายไว้ในช่วงเล่นไฮโลว่าอยู่ที่ดาบตำรวจห่างจากบ้านไป 100 เมตร
ต่อมาแม่ได้ออกไปหาลูกชายด้วยความตกเป็นห่วงว่าอะไร มันเยอะขนาดนี้ ต่อมาได้พูดคุยกับดาบตำรวจว่า ขอไถ่สร้อยคืนได้มั้ย 50,000 บาท ดาบตำรวจบอกไม่ได้ ต้องจ่ายมา 100,000 บาทตามจำนวนที่ยืมไป ตนเองก็ไม่มีเงิน ก่อนที่ญาติร่วมวงตะโกนบอกลูกชายมึงเสือกเล่นโง่เอง ช่วยไม่ได้ เลยให้ลูกชายวิ่งไปตามพ่อ กลัวสร้อยคอทองคำของลูกน้ำหนัก 2 บาทจะถูกยึด เพราะมีราคาที่มากกว่า จนพ่อมาที่บ้านดาบตำรวจ แต่ก็ตกลงกันไม่ได้ โดยดาบตำรวจบอกถ้าไม่พอใจ ก็ให้ไปแจ้งความเลย ตำรวจทำอะไรไม่ได้หรอก กูก็เป็นตำรวจ และย้ำอยู่หลายครั้งว่าเป็นตำรวจไม่มีใครช่วยพวกมึงได้ เลยจำใจต้องโอนเงิน ในบัญชีที่มีอยู่ จำนวน 49,000 บาท เพื่อซื้อของมาขายให้ก่อน โดยดาบตำรวจบอกให้โอนเข้าบัญชีญาติ ตามสลิบที่โอน ส่วนที่เหลือเงินสด 51,000 บาท ที่ขายของมาได้แต่ละวันมาให้จนครบ 100,000 บาท
ขณะเดียวกัน นายธนาศักดิ์ อายุ 53 ปี ผู้เป็นพ่อ มาถึงเลยพูดเสียงดังว่า พวกมึงจะเล่นกันให้ตายเลยเหรอ แม้แต่เด็กที่มีปัญหาทางสมอง ก็ยังหลอกลวงกันได้ ก่อนเถียงกัน ทำให้ให้ดาบตำรวจไม่พอใจ ขู่จะยิง และจะแจ้งตำรวจในข้อหาบุกรุกในยามวิกาล จนกระทั่งสุดท้ายนายธนาศักดิ์ ผู้เป็นพ่อได้โทรหาตำรวจมาที่เกิดเหตุ ทำให้ดาบตำรวจเห็นท่าไม่ดี ส่งให้ญาติ พี่ชายและแม่ รีบเก็บโต๊ะและอุปกรณ์การเล่นการพนันไฮโลออกไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถจักรยานยนต์มาถึง
พอตำรวจมาถึง โดยกล้อวงจรปิดบันทึกภาพตอนรถตำรวจมาได้ ช่วงเวลา 01.27 น. ของวันที่ 28 เม.ย. 69 ก่อนดาบตำรวจบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่ได้มีอะไร แค่ทะเลาะกันเฉยๆ ไม่ได้เล่นการพนันตามที่นายธนาศักดิ์ กล่าวอ้าง ก่อนที่แม่บอกตำรวจว่า มีคลิปตอนลูกชายส่งมาให้ ทำให้ดาบตำรวจเงียบไป แล้วคุยกับตำรวจที่มาว่าคุยกันจบแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว ทำให้ตำรวจกลับไป โดยตำรวจที่มายังบอกพ่อและแม่ว่าถ้าจะเอาเรื่องก็ให้ไปแจ้งความไว้
ขณะที่นายพีรศักดิ์ ลูกชาย กล่าว่า ก่อนหน้านี้ดาบตำรวจได้ชักชวนให้มาเล่นไฮโลที่บ้านบ่อยครั้ง แต่ก็แพ้ครั้งละไม่กี่บาท ตนเองสงสัยตั้งแต่ตอนแรกว่าทำไมคืนนี้ดาบตำรวจโทรมา 20 กว่าสายให้มาเล่นไฮโล ตอนที่ตนเองแทงสนุกเกอร์อยู่กับเพื่อน เพื่อนเองก็สงสัย ทำไมดาบตำรวจโทรกวนจัง ก่อนเดินทางกลับมา แล้วแวะที่บ้านดาบตำรวจ เพื่อเล่นไฮโลตามคำชักชวน
ตนเองมีเงินในกระเป๋า 20,000 บาท เล่นไปไม่นาน แพ้หมด ดาบตำรวจบอกเดี๋ยวพี่ให้ยืม 10,000 บาท แต่ก็เล่นแพ้หมด จนกระทั่งดาบตำรวจใช้กลอุบายบอก เอาสร้อยมาจำนำ เดี๋ยวจะให้ 100,000 บาท แล้วบอกว่า แทงครั้งละ 5,000 บาท แถมให้ 100 บาท ตนเองแพ้อยู่แล้ว ก็อยากจะเอาเงินคืน สุดท้ายเงิน 100,000 บาท ในเวลา 15 นาที ก่อนโทรมาหาแม่ให้เข้ามาช่วยไถ่สร้อยคอกลับดังกล่าว และเพิ่งทราบอีกครั้งว่าคนที่ร่วมเล่นในวงไฮโลนั้น เป็นแม่ พี่ชาย และน้าสาวของดาบตำรวจ โดยดาบตำรวจเป็นเจ้ามือ
ขณะเดียวกันทางครอบครัว ยังบอกอีกว่า ก่อนนี้ดาบตำรวจก็ใช้วิธีเดียวกับลูกชาย ชักชวนเพื่อนบ้านมาเล่น จนเสียเงินมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่มีใครกล้าโวยวายออกมาเนื่องจากเสียไปรายละ 2-3 บาท
ด้านเหล่งข่าวจากเพื่อนตำรวจด้วยกันบอกว่า นายดาบตำรวจ สังกัดตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 นั้น ปกติรับผิดชอบงานสืบสวนในพื้นที่ จ.สตูล แต่ขอนายมาอยู่ และรับผิดชอบในพื้นที่ จ.พัทลุง โดยรับผิดชอบทำรายการสีเทาให้นายในภาค 9
Advertisement