
ภาพจากกล้องวงจรปิดภายใน วัดธาตุพระอารามหลวง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น เมื่อช่วงเที่ยงคืนของวันที่ 24 เม.ย. 69 โดยพบว่ามีชายรูปรางผอมสูง ใส่หมวกแก๊ป สวมหน้ากากอนามัยปกปิดมิดชิด สวมเสื้อยืดแขนยาว กางเกงขายาว ไม่สวมใส่รองเท้า พากันเดินทั่ววัด เพื่อหารื้อเอาทรัพย์สิน ที่เจาะจงเฉพาะเงินสด และงัดตู้ทำบุญที่ทางวัดตั้งเอาไว้ยังจุดต่างๆ รอบวัด
ก่อนจะไปยกเอาตู้เซฟรับบริจาคทำบุญ ซึ่งมีน้ำหนักกว่า 200 กก. ออกจากโบสถ์วัดไป โดยคาดว่าจะมีเงินทำบุญของญาติโยมประมาณ 40,000-50,000 บาท แล้วนำไปทุบเอาเงินสดออกไป ทิ้งตู้เซฟเอาไว้ในซอยข้างวัด หลังเกิดเหตุทางว้ดได้แจ้งตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บหลักฐานตามล่าตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีแล้ว
ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 เม.ย. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง วัดธาตุ พระอารามหลวง ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยได้พบกับ พ.อ.ทองดี ทองล้น อายุ 76 ปี ไวยาวัจกรวัด และผู้ดูแล พาผู้สื่อข่าวดูจุด ที่คาดว่าคนร้ายจะแอบปีนเข้ามาจากนอกวัด แล้วเข้ามาปีนกำลังขึ้นหลังคาพระธาตุนครเดิม ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับโบสถ์ แล้วเข้าไปงัดแงะตู้ทำบุญที่ตั้งอยู่รอบพระธาตุนครเดิม พร้อมทั้งรื้อค้นจุดตามโต๊ะและตู้โชว์ตรงจุดเช่าบูชาพระเครื่องของวัดได้เงินไปจำนวนหนึ่ง
โดยภายในบริเวณพระธาตุนครเดิมนั้น จะพบร่องรอยการงัดตู้ทำบุญ ซึ่งงัดออกเปิดได้ 1 ตู้ ถูกขโมยเงินทำบุญไปจนหมด และอีกตู้ติดกันมีร่องรอยการงัดแต่ไม่สามารถเปิดได้ นอกจากนี้บริเวณประตูฝั่งทางทิศเหนือซึ่งชำรุด พบไม้หน้าสามคาดว่าจะเป็นของคนร้ายงัดประตูเป็นช่องพอจะสามารถให้คนตัวเล็กมุดลอดได้ขัดประตูเอาไว้ โดยในบริเวณพระธาตุนครเดิมนั้น คนร้ายได้เงินไปจำนวนหนึ่งคาดว่าไม่เกินหลักพัน และจุดที่สองทึ่ถูกคนร้ายเข้ามาขโมยตู้เซฟทำบุญ
ไวยาวัจกรวัดได้พาดูจัดที่ตั้งตู้ บริเวณหน้าพระประทาน ซึ่งจะตั้งอยู่คู่กันสองฝั่ง โดยเหลือเพียงตู้เดียว ซึ่งน้ำหนักตู้เซฟนั้นมีน้ำหนักมากกว่า 200 กก. ทางวัดเชื่อว่าคนร้ายที่มาลงมือจะมีมากกว่า 1 คน และในจุดนี้ทางวัดได้ทำการสับสวิชไฟลงพอดีทำให้กล้องดับ จึงไม่สามารถบันทึกพฤติการณ์ของคนร้ายขณะเกิดเหตุได้ ก่อนที่ทางวัดจะแจ้งตำรวจและตรวจสอบพบตู้เซฟทำบุญถูกงัดทำลายทิ้งไว้ในซอยข้างวัด เอาเงินทำบุญของญาติโยมไปจนเกลี้ยงตู้ และจากการลงพื้นที่
ผู้สื่อข่าวได้ลองยกตู้เซฟดู ซึ่งจากข้อมูลนั้น ตู้เซฟที่ถูกคนร้ายยกไปมีน้ำหนักมากกว่า 200 กก. และไม่สามารถยกเองคนเดียวได้สะดวกอย่างแน่นอน ทางวัดจึงเชื่อว่าต้องมีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่า 1 คน
พ.อ.ทองดี ทองล้น อายุ 76 ปี ไวยาวัจกรวัด กล่าวว่า เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันได้เล็งเห็นว่าพระพุทธพระลับมีความสำคัญกับจังหวัดขอนแก่น อยากให้คนขอนแก่นและนักท่องเที่ยวได้เห็นองค์จริง เพราะเป็นพระคู่เมืองขอนแก่นที่เจ้าเมืองขอนแก่นอัญเชิญเข้ามาประดิษฐาน จึงมีการพัฒนาสถานที่วัด มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาประดิษฐานมากขึ้น จึงมีประชาชนเข้ามาทำบุญกันเยอะขึ้นตามไปด้วย และผู้ที่เข้ามานั้นก็มีทั้งคนดีไม่ดี มีเจตนาดี และเจตนาที่ไม่ดี
โดยจากการสังเกตการณ์ของทางวัด พบว่ามิจฉาชีพมาทั้งกลางวัน และกลางคืน บางรายนำไม้มาทากาวแตะเอาเงินในตู้ทำบุญไป หรือเรียกว่าวิธีการตกเบ็ด แต่นั่นเป็นส่วนน้อย แต่ครั้งนี้ถูกยกตู้เซฟไปทั้งตู้ และยังเข้าไปขโมยที่พระธาตุนครเดิม ฝั่งตรงข้ามโบสถ์ด้วย ก่อนจะยกตู้เซฟในโบสถ์ไปทุบในซอยด้านข้าง ได้เงินทำบุญบริจาคไปประมาณ 40,000-50,000 บาท ซึ่งจุดนี้นั้นทางวัดจะปิดประตูหน้าต่าฃแบบไม่ได้ใส่กลอน เพราะไม่คิดว่าจะมีเหตุการแบบนี้ขึ้น และเจ้าอาวาสท่านก็อยากให้ญาติโยมวามารถเข้ามากราบพระ นั่งสมาธิได้อิสระ
ซึ่งวัดจะเปิดในเวลา 05.00 น. และปิดในเวลา 20.00 น.ทุกวัน หลังจากนี้ก็คงต้องหามาตรการป้องกันให้ดีขึ้นกว่านี้ต่อไป และอยากบอกถึงโจรว่า การที่มาขโมยเงินวัด ซึ่งเป็นเงินที่ญาติโยมตั้งใจนำมาทำบุญ ยิ่งบาปยกกำลังสอง จากเดิมที่ทำผิดก็บาปอยู่แล้วก็บาปหนักขึ้นไปอีก ถ้าอยากมีเงินก็ควรเอาเหงื่อไปแลกเงิน ให้ไปหาทำงาน อย่าคิดว่าจะมีความสุข และเชื่อว่าจะมีความทุกข์ไปจนตายเพราะทำผิดมาแต่บอกใครไม่ได้
ในทางคดีนั้น ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง พ.ต.ท.ขจรศักดิ์ ดาระภา รอง ผกก.สส.สภ.เมืองขอนแก่น ทราบว่า เบื้องต้นทางชุดสืบสวนได้เก็บหลักฐานกล้องวงจรปิดในวัดมาทำการตรวจสอบ และพบว่ามีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุ 2 กลุ่ม โดยมาคนเดียว และมาสองคน ซึ่งผู้ก่อเหตุมี่มาคนเดียวนั้นทางตำรวจได้ตามจับตัวได้แต่สารภาพว่าขโมยได้เงินไปไม่ถึงหลักร้อย ส่วนอีกกลุ่มซึ่งอยู่นะหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าในกล้องที่จับภาพได้มากันสองคน และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นกลุ่มทีขโมยเอาตู้เซฟทำบุญในโบสถ์ไปหรือไม่ เนื่องจากกล้องภายในโบสถ์ไม่สามารถบันทึกขณะเกิดเหตุได้ โดยอยู่นะหว่างตรวจไล่กล้องในจุดอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement