
นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความของพลตำรวจเอก สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือบิ๊กโจ๊ก ตอบคำถามสื่อมวลชน หลังแถลงข่าวโต้แย้งกรณีคลิปเสียงคดีติดสินบนทองคำ 246 บาทที่ฝั่งตำรวจได้เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา โดยใช้เวลาไล่เลียงข้อสรุปการแถลงของโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และข้อกฎหมายนานกว่า 2 ชั่วโมง 30 นาที
โดยทนายความตอบประเด็นคลิปเสียงว่า ทางทนายได้พูดคุยกับบิ๊กโจ๊ก ยืนยันว่า คลิปเสียงดังกล่าว ไม่ใช่เสียงของบิ๊กโจ๊กอย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันใช้เทคโนโลยีลอกเลียนแบบได้ อีกทั้งตัวคลิปไม่ต่อเนื่องจังหวะการพูด และเอกลักษณ์การพูดของบิ๊กโจ๊กที่ปกติจะมีการพูด “นะครับนะ” หรือ การเว้นจังหวะไม่เหมือนเจ้าตัว พร้อมทั้งมีการสาธิตให้ดูว่าใครก็สามารถทำได้จริง พร้อมทั้งยอมรับว่า นายสามารถ หรือ เอ็ดเวิร์ด มีความสนิทสนมกันเหมือนพี่น้อง เพราะในอดีต นายสามารถ เคยมาขอคำปรึกษาเรื่องคดีความระหว่างทนายตั้มและเจ๊อ้อย ขอให้บิ๊กโจ๊กหาทนายความให้ จนได้ทนายอู๊ดมาดูแล หลังจากนั้น นายสามารถก็ได้บินไปพักรักษาตัวที่ประเทศอังกฤษ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ก่อนจะเกิดเรื่องคดีนี้ ดังนั้นลูกความของตนไม่ได้กดดันให้นายสามารถหนีออกจากประเทศไป และทันทีที่เกิดเรื่องลูกความของตนก็ติดต่อนายสามารถไม่ได้อีกเลย
อีกทั้ง ทนายยังตั้งข้อสังเกตอีกว่าในคลิปเสียงมีบางช่วงที่มีการสะอื้น หรือร้องไห้ เป็นเพราะว่าต้องการจะทำให้ชี้นำสังคม เพราะทุกอย่างสามารถทำขึ้นมาเองได้เพื่อให้สมจริง และในคลิปเสียง บิ๊กโจ๊กก็พูดจาไม่ได้ติดขัด ดูไม่เป็นตัวเอง จึงทำให้ตนตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นการใช้เทคโนโลยีเข้ามาดัดแปลง และถึงแม้ว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการออกมาเปิดเผยว่าคลิปเสียงดังกล่าวผ่านการตรวจสอบจากสำนักงานพิสูจน์หลักฐานแล้วว่าเป็นคลิปเสียงจริง ตนก็ยืนยันที่จะเป็นทนายความให้กับบิ๊กโจ๊กต่อไป
ส่วนสาเหตุที่บิ๊กโจ๊กไม่มาแถลงข่าวเองก็ยืนยันว่า เจ้าตัวไม่ได้หลบหนี สื่อมวลชนก็ยังสามารถเข้าพบได้ตลอดเวลา และบิ๊กโจ๊กก็แต่งตั้งตนเป็นทนายความแล้ว จึงอยากให้ตนเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้แต่เพียงผู้เดียว
Advertisement