Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"รองภาคภูมิ" ร้องสอบ 2 ทนายบิ๊กโจ๊ก ปมแก้คำให้การเท็จคดีทอง 246 บาท

"รองภาคภูมิ" ร้องสอบ 2 ทนายบิ๊กโจ๊ก ปมแก้คำให้การเท็จคดีทอง 246 บาท

20 เม.ย. 69
14:50 น.
แชร์

รองภาคภูมิ ร้องสอบมรรยาท 2ทนายบิ๊กโจ๊ก ปมสร้างคำให้การเท็จคดีสินบนทอง246บาทชี้คลิปเสียงพฐ.สามารถตรวจสอบได้หากถูกกล่าวอ้างเป็นเอไอยันทำเพื่อปกป้องตนเอง

20 เม.ย. 69 พันตำรวจเอกภาคภูมิ พิศสมัย อดีตรองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค4 เดินทางมายื่นหนังสือร้องต่อ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมป์ พร้อมนำหลักฐานเป็นคลิปเสียงการแถลงข่าวคดีสินบนทองคำ 246บาท ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 เม.ย. พร้อมแชทข้อความไลน์ ที่เป็นลักษณะเอกสารที่จัดทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อให้ตรวตสอบมรรยาททนาย กับ ทนายความของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. จำนวน 2คน หนึ่งในนั้นคือ ทนายอู๊ด

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุว่า จากกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการแถลงข่าวไปแล้ว ปรากฏว่ามีเสียงของทนายความท่านหนึ่ง ที่พยายามสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ตระเตรียมพยานอันเป็นเท็จ ที่ใส่ความตนเองรวมถึงมีการจัดทำเอกสารคำฟ้องที่เป็นเท็จจนแล้วเสร็จ1ฉบับและส่งไปให้สถานทูตในต่างประเทศ เพื่อส่งต่อให้ นายสามารถ หนึ่งในผู้ต้องหา ที่ปรากฎมนคลิปเสียงเซ็นต์คำให้การ ซึ่งถือว่า ผิดมรรยาททนาย จึงมายื่นให้สภาทนายความตรวจสอบ และตนเองขอให้ตรวจสอบด้วยว่า การกระทำดังกล่าว เป็นการไม่ปฏิบัติตามจริยธรรมของวิชาชีพ ทั้งนี้หากสภาทนายความจะมีการพิจารณาอย่างไร ก็ขอให้แจ้งให้ตนเองทราบผลด้วย เพราะมองว่า ถ้าทนายความมีพฤติการณ์แบบนี้ แล้วไม่มีความผิด ก็คงเป็นบรรทัดฐานที่ทำได้ใช่หรือไม่

ทั้งนี้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยังมองอีกว่า การพูดคุยในบทสนทนา เป็นการสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง รวมถึงที่ใส่ร้ายตนเอง เพราะ ครั้งแรกให้ นายสามารถให้การว่าเป็นยืมทอง แต่มีการไปปรึกษาใครมาไม่รู้ และมีคำถามว่า ยืม10ล้านทำไมไม่ทวงคืนหรือฟ้องร้องดำเนินคดี ซึ่งไม่แนบเนียนเลยให่ทำเอกสารคำให้การใหม่ ในลักษณะการฝากซื้อ และในคลิปเสียงเอ็ดเวิร์ด หรือนายสามารถ ถามว่า ฝากซื้อแล้วทำไมไม่เอาเงินมา ดังนั้นข้อเท็จจริงคืออะไร ซึ่งถ้าเป็นเรื่องจึงก็ไม่จำเป็นต้องตระเตรียมพยานแบบนี้ ไม่ต้องไปข่มขู่บังคับ ล่อลวง เพื่อให้ผู้ต้องหาหรือเป็นพยานในคดีพ้นผิด

ซึ่งตนเองมองว่า ที่ตำรวจแถลงข่าวบทสนทนาในคลิป ก็มีการพูดคุยกันอย่างอิสระ เป็นตัวตนของบุคคลคนนั้นอย่างแท้จริง

พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมรับด้วยว่า ตนเองกับทนายอู๊ด รู้จักกันดี เพราะเป็นทนายบิ๊กโจ๊ก จริงๆตนเองนับถือเขา เพราะเป็นคนที่มีหลักการและคุณธรรม แต่คนเรามันเปลี่ยนได้ และสิ่งที่เขาทำมีผลกระทบกับตนเองโดยตรง ทั้งการแต่งคำฟ้องและการอ้างหลักฐาน

ส่วนเอ็กเวิร์ดตนเองไม่เคยสนิทสนม เคยเจอกัน2-3ครั้ง หลังจากมีคดีแล้วก็ไปใช้ที่สำนักงานทนายอู๊ด ซึ่งไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัว

ทั้งนี้ มองว่า การกระทำของทนายอู๊ดเขาคงดูแลลูกความ และการมายื่นให้ตรวตสอบมรรยาททนายถือเป็นสิ่งที่รุนแรงในอาชีพทนาย แม้ตนเองจะไม่อยากทำ แต่ต้องทำเพื่อปกป้องตัวเอง

“และเท่าที่ผมทราบ นายสามารถ คุยกัยทนายอู๊ด ถึง 2 ชม. และคลิปเสียงจริงๆ มีการพูดคุยกัน12-13ชม. แต่ผมเลือกมาเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับผม สิ่งสำคัญคือเนื้อหาการพูดคุย เกี่ยวข้องกับบุคคลหลายคน เช่น ได้รับข้อมูลพยานหลักฐานของผมจาก กรรมการ ป.ป.ช..ท่านหนึ่ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มองว่า ป.ป.ช.ต้องไปตรวจสอบเพราะถือเป็นการกระทำความผิดอาญา นำความลับในสำนวนคดีอาญาไปให้ผู้ต้องหาทราบ แต่ถ้าไม่จริง หน่วยงานก็ต้องเอาผิดกับผู้พูด ถ้าจริงแล้วเป็นการมีคอนเน็กชั่นแบบนี้ก็จะเปลี่ยนขาวเป็นดำ คอนเน็กชั่นไม่ผิดถ้าเป็นประโยขน์สาธารณะ แต่ถ้าคอนเนกชั่นมาฟอกคนผิด ถือเป็นอันตรายต่อกระบวนการยุติธรรม”

ส่วนมีคอนเน็กชั่นศาลจริงมีหรือไม่ ตนเองไม่อยากจะพูด ให้ฟังจากในคลิปเอา

ส่วนที่มองว่า เป็นคลิปเสียงเอไอนั้น พ.ต.อ.ภาคภูมิ บอกว่า ถ้าเป็นคลิปเอไอ ก็ไปดำเนินคดีกับตำรวจที่แถลงข่าว และเชื่อว่าคลิปและอะไรต่างๆ สามารถส่ง พิสูจน์หลักฐานตำรวจตรวจสอบได้ทั้งหมด

รวมถึงกรณีหากทนายอู๊ดและคู่สนทนาในคลิปมีการกล่างอ้างว่า เป็นการแนะนำทางกฎหมายแต่ไม่ได้ใข้ในคำร่างคำให้การ ก็ถือว่าทำได้ แต่ตำรวจมีหลักฐานที่ความผิดสำเร็จแล้ว คือแชทไลน์ข้อความ เอกสารคำให้การที่ตนเองยืมทอง ซึ่งได้ส่งไปยังสถานทูต และเป็นหลักฐานที่ตนเองนำมาวันนี้ด้วย

และการอ้างคนใหญ่คนโต ก็เพื่อสร้างพยานหบักฐ่นขึ้นมาให้ตนเองพ้นผิด เพื่อให้เอ็ดเวิร์ดกลัว

ส่วนกรณีที่นายสามารถ หรือเอ็ดเวิร์ด ถูกกันตัวไว้เป็นพยาน แม้จะเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาที่ตนเองแจ้งความดำเนินคดีนั้นติดใจหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ระบุว่า

ข้อเท็จจริงตนเองไม่ก้าวล่วงให้เป็นไปตามพยานหลักฐาน ถ้าพยานหลักฐานถึงใคร แต่ตนเองอยากรู่ว่าฟ้องด้วยเหตุผลอะไร ไม่ฟ้องด้วยเหตุผลอะไรเท่านั้น

“ถ้าเป็นไปตามพยานหลักฐานก็โอเคผมรับได้ ถ้าพิสูจน์ไปแล้ว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่ผิด ผมก็ไม่ได้ติดใจ ขอให้เป็นไปตามพยานหลักฐาน ตามกระบวนการที่ถูกต้อง อย่าไปอ้างถูกรังแก ถูกแกล้ง ใครจะไปแกล่ฝคนระดับนั้น คอนเน็กชั่นเยอะแยะไปหมด

ทั้งนี้ เชื่อว่า วันนี้สังคมคงทราบแล้วว่า ทำไมถึงต้องพยายามบิดเบือนให้คนอื่นรับผิดแทน เพราะถ้าฟังจากคลิปก็คงจะรู้ และการกล่าวถึงคอนเน็กชั่น กล่าวถึงคนที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้น ตนเองไม่เชื่อว่าบุคคบที่ถูกกล่าวถึงจะเป็นอย่างที่เขาพูด ดังนั้น คนที่ถูกกล่าวถึง ก็ควรจะดำเนินคดีกับคนพูดด้วย

เมื่อถามว่า กลัวตายหรือไม่ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ยอมรับว่า “ใครไม่กลัวตาย เพราะยังไม่ถึงเวลา แต่ถ้ากลัวก็จะเป็นเหมือนเอ็ดเวิร์ด ที่ร้องไห้ และหากเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ผม ก็คงไม่กล้าออกมา ทุกวันนี้ที่ผมทำไม่ได้ทำเพราะอารมณ์แน่นอน เพราะถ้าผมถอยก็ตาย สู้จะตายรึเปล่าก็ไม่รู่ ถ้ากลัวก็คงไม่กล้าออกมา ถ้าไม่ทำก็รอวันตาย”

และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนเองก็ได้เจอกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ที่ศาลอาญา ก็ยังได้ยกมือไหว้ ซึ่งท่านมองแต่ไม่รับไหว้ และเชื่อว่าท่านจำได้อยู่แล้ว ซึ่งตนเองไม่ได้โกรธท่าน แต่เรื่องสินบนต้องปกป้องตัวผมเอง ส่วนท่านจะคิดกับยังไงกับตนเองก็แล้วแต่ท่าน

ทั้งนี้ที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะส่งทนายความแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ ก็มองว่า เป็นเรื่อง ดี เขาก็คงต้องตอบว่าเสียงจริงหรือเอไอ และคอนเน็กชั่นมีจริงหรือไม่

Advertisement

แชร์
"รองภาคภูมิ" ร้องสอบ 2 ทนายบิ๊กโจ๊ก ปมแก้คำให้การเท็จคดีทอง 246 บาท