
วันที่ 19 เม.ย.2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ.,พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ.,พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์ และ พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปพ.ร่วมกันจับกุม น.ส.เบญจวรรณฯ อายุ 46 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิด 1.ตามหมายจับศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.1069/2567 ลงวันที่ 6 สิงหาคม 2567 ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูล
อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”
2.ตามหมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ จ.148/2567 ลงวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” สถานที่จับกุม บริเวณหน้าสถานีรถไฟ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครฯพฤติการณ์ก่อนการจับกุม เมื่อช่วงเดือน ต.ค.2566 ผู้เสียหายต้องการจะหารายได้เสริม ได้พบโฆษณาชักชวนหารายได้ผ่านแอปพลิเคชั่น TikTok โดยอ้างว่าเพียงกดหัวใจ (กดถูกใจ) คลิปวิดีโอก็จะได้รับค่าตอบแทนคลิปละประมาณ 10 – 24 บาท และสามารถสร้างรายได้วันละ 1,000 – 5,000 บาท ต่อมามีบุคคลหนึ่งติดต่อเข้ามา และส่งคลิปให้ผู้เสียหายทดลองทำภารกิจ โดยให้กดถูกใจและแคปหน้าจอส่งเป็นหลักฐานซึ่งผู้เสียหายได้รับค่าตอบแทนจริงจำนวน 30 บาทในช่วงแรก ทำให้หลงเชื่อว่า
มีรายได้จริง หลังจากนั้นคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายลงทะเบียนผ่านลิงก์และทำภารกิจเพิ่มเติม พร้อมอ้างว่าหากต้องการรับโบนัสหรือรายได้เพิ่มจำเป็นต้องโอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปยังบัญชีของกลุ่มคนร้ายหลายครั้ง ตามที่ได้รับคำแนะนำ แต่ต่อมาคนร้ายเริ่มอ้างปัญหาต่างๆ เช่น บัญชีผิดพลาดหรือเงื่อนไขการถอนเงินไม่สมบูรณ์ เพื่อให้โอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้ง เมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปแล้วทั้งหมด 98,850 บาท กลับไม่สามารถถอนเงินหรือรับผลตอบแทนได้ตามที่กล่าวอ้าง ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนถูกหลอกลวงจากกลุ่มมิจฉาชีพ จึงหยุดการโอนเงินและเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
พฤติการณ์การจับกุม ก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า น.ส.เบญจวรรณฯ กำลังเดินทางมายังกรุงเทพมหานครฯ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น และสั่งการให้ทำ
การสืบสวนจับกุมตามอำนาจหน้าที่ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหา จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ
จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อ น.ส.เบญจวรรณฯ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชามาตรวจสอบยืนยัน สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ
ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา และสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับทราบ จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การว่า เมื่อช่วงเดือน ต.ค. ปี 2566 ตนทำงานรับจ้างทั่วไปอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีหลานสะใภ้ชักชวนให้ไปสมัครงานที่จังหวัดพังงา ได้ไปสมัครงานหลายที่แต่ยังไม่มีที่ไหนรับ หางานไม่ได้ จึงได้สมัครงานผ่านทางออนไลน์ ตามคำแนะนำของหลายสะใภ้ แต่ได้มีการสแกนใบหน้าผ่านหน้าจอมือถือ และพิมพ์ข้อมูลส่วนตัว ส่งให้ทางผู้รับสมัครงาน หลังจากได้สมัครงานไปแล้ว
ไม่มีการติดต่อกลับแต่อย่างใด จนเมื่อได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเกี่ยวกับบัญชีม้าของ สภ.แม่ปิง ยอดความเสียหายประมาณ 23,000 บาท โดยพฤติการณ์คือกลุ่มมิจฉาชีพได้แอบอ้างเป็นผู้ให้กู้เงินผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยโพสต์ข้อความเชิญชวนให้กู้เงิน อนุมัติง่าย ไม่ต้องใช้เอกสารมาก เมื่อผู้สนใจติดต่อไปคนร้ายจะรีบแจ้งว่า “อนุมัติแล้ว” เพื่อให้ผู้เสียหายเกิดความมั่นใจ เบื้องต้นขอให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหากองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย ประชาชนว่างานที่อ้างว่ารายได้ง่าย ได้เงินเร็ว โดยไม่มีเหตุผลรองรับ มักเป็นกลลวงของมิจฉาชีพ ควรตรวจสอบให้รอบคอบ และไม่โอนเงินให้บุคคลที่ไม่รู้จักโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อ นอกจากนี้ การกู้เงินจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือมีการเรียกเก็บเงินล่วงหน้า มักเป็นกลโกงของมิจฉาชีพ ควรหลีกเลี่ยงและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ เพื่อป้องกันความเสียหาย
Advertisement