
วันที่ 6 เม.ย. 69 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงบัวขาว รอง ผกก.5 บก.ปพ., ส.ต.อ.อับบาสข่าน มูลา ผบ.หมู่ฯ, ส.ต.อ.เจตน์สฤษฎิ์ เครือเสาร์ ผบ.หมู่ ฯ, ส.ต.อ.ธีรวุฒิ มณีรัตน์ ผบ.หมู่ กก.5 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม น.ส.นันฐพัต (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี กระทำผิดฐาน
1.ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 666/2566 ลงวันที่ 6 ก.ย. 66
2.ฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.215/2567 ลงวันที่ 27 มิ.ย. 67
3.ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่นโดยทุจริต และร่วมกันโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ
โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ตามหมายจับศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ จ.248/2567 ลงวันที่ 26 ก.ย. 67 สถานที่จับกุม บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง ถนนกำแพงเพชร2 แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กทม.
พฤติการณ์ในคดี เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 66 ผู้เสียหายเป็นหญิง พบกลุ่มคนร้ายโพสต์โฆษณาหลอกลวงบุคคลทั่วไป ไม่เฉพาะตัวผู้เสียหายในคดีนี้เพียงเท่านั้น เนื่องจากผู้เสียหายไม่เคยรู้จัก และไม่เคยพบเห็นเพจ หรือโพสต์การกู้เงินของคนร้ายมาก่อน โดยคนร้ายอ้างว่าสามารถปล่อยเงินกู้ให้ได้เป็นเงินจำนวน 5 เท่า ของเงินเดือน ผู้เสียหายเกิดความสนใจที่จะกู้เงินจึงได้กดลิงก์ใต้โพสต์โฆษณาที่คนร้ายโพสต์หลอกลวงไว้ แล้วกรอกข้อมูลส่วนตัวผ่านแพลตฟอร์มของคนร้าย พร้อมแจ้งงขอกู้เงิน จำนวน 100,000 บาท หลังจากที่กรอกข้อมูลลงทะเบียนเสร็จแล้ว ไม่นานกลุ่มคนร้ายแจ้งว่า เงินกู้ได้รับการอนุมัติแล้ว และได้ส่งเงื่อนไขในการกู้เงินให้ผู้เสียหายทราบ โดยให้โอนเงินจำนวน 10% ของยอดเงินที่ยื่นกู้ หรือจำนวน 10,000 บาท เพื่อสร้างเครดิตในระบบธนาคาร จึงจะสามารถอนุมัติรหัสถอนเงิน (OTP) ได้
ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินตามคำแนะนำของคนร้าย แต่แล้วกลุ่มคนร้ายก็ไม่โอนเงินกู้ให้กับผู้เสียหาย ทั้งยังหลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินไปแก้ไขข้อขัดข้องของระบบอีกหลายครั้ง ผู้เสียหายได้โอนไปให้อีกตามคำหลอกลวง สุดท้ายแล้วก็ไม่สามารถกู้เงินได้จริง เป็นเหตุให้เกิดปัญหาภายในครอบครัว กระทั่งผู้เป็นสามีของผู้เสียหายเกิดอาการเครียด ตัดสินใจก่อเหตุกับคนในครอบครัว จนเกิดเป็นโศกนาฏกรรม และเป็นข่าวดังปรากฏตามสื่อหลายสำนัก
จากการสืบสวนสอบสวนได้ความว่า ผู้เสียหายมีการโอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้เสียหายไปยังบัญชีเงินฝากของกลุ่มคนร้าย จำนวน 8 บัญชี ระหว่างวันที่ 21-23 ส.ค. 66 จำนวนหลายครั้ง เป็นเงินจำนวน 1,700,320.59 บาท ซึ่งหนึ่งในบัญชีนั้นพบเป็นชื่อบัญชีของ น.ส.นันฐพัต ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาไว้
หลังจากการออกหมายจับ ชุดสืบสวนตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ทำการติดตามพิกัดของผู้ต้องหา
จนพบว่าหลบหนีมากบดานอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จึงได้นำกำลังเข้าแสดงตัว และจับกุมตามหมายจับของ สภ.บางแก้ว ทันที
จากการขยายผลเพิ่มเติม พบว่า น.ส.นันฐพัต ยังมีหมายจับและพัวพันกับคดีในลักษณะเดียวกันอีก 2 แห่ง ได้แก่ คดีพื้นที่ สภ.เมืองสุรินทร์ ร่วมกับพวกอ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น หลอกเหยื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดและฟอกเงิน โดยใช้อุบายให้โอนเงินมาตรวจสอบเส้นทางการเงินกับ ป.ป.ง. เหยื่อหลงเชื่อ
โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงไทยของ น.ส.นันฐพัต เป็นจำนวนเงิน 115,000 บาท เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 66 พื้นที่ สภ.โนนสะอาด จากการตรวจสอบพบว่ามีชื่อของ น.ส.นันฐพัตฯปรากฏในรายงานบันทึกคดีของ สภ.โนนสะอาด เช่นกัน ซึ่งแสดงถึงพฤติการณ์เดินสายกวาดทรัพย์เหยื่อในลักษณะเดียวกันทั่วภูมิภาค
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ควบคุมตัว นางสาวนันฐพัต ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมประสานงานกับท้องที่อื่นๆ เพื่ออายัดตัวดำเนินคดีในทุกข้อหาที่เกี่ยวข้องต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฏิเสธตามข้อกล่าวหาที่แจ้งให้ทราบ
Advertisement