
เมื่อเวลา 22.50 น.วันที่ 26 มีนาคม 2569 พ.ต.ท.สำเนียง ศรีพรหม สว.(สอบสวน) สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งอุบัติเหตุสลดรถยนต์เสียหลักชนต้นไม้มีไฟลุกไหม้และมีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถ เหตุเกิดบนถนนสายบ้านเรืองชัย-บ้านโคกถาวร บริเวณเขตบ้านโคกถาวร หมู่ 10 ต.พังงู อ.หนองหาน หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยและแพทย์เวรโรงพยาบาลหนองหาน
ในที่เกิดเหตุท่ามกลางความมืด เจ้าหน้าที่พบรถยนต์เก๋งหรู BMWสีดำ หมายเลขทะเบียน ขพ 5735 อุดรธานี สภาพพังยับเยินอัดก๊อปปี้อยู่กับต้นไม้ข้างทาง ไฟกำลังลุกไหม้โหมกระหน่ำท่วมตัวรถอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระดมฉีดน้ำดับไฟ โดยใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงเพลิงจึงสงบ
จากการตรวจสอบภายในซากรถที่ถูกไฟเผาจนวอดทั้งคัน พบร่างผู้เสียชีวิต 1 ราย สภาพถูกไฟคลอกไหม้เกรียมเป็นตอตะโก จนไม่สามารถระบุรูปพรรณสันฐานได้ว่าเป็นใคร แต่ยังไม่พบเอกสารยืนยันตัวตนในที่เกิดเหตุ
เบื้องต้นคาดว่ารถคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว เมื่อถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางตรงรถเกิดเสียหลักพุ่งลงข้างทางไปชนกับต้นไม้อย่างแรงจนเกิดประกายไฟและลุกไหม้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถหนีออกมาได้ทันถูกไฟคลอกเสียชีวิตคาที่
อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนได้ร่วมกับแพทย์นิติเวชทำการชันสูตรพลิกศพและบันทึกภาพที่เกิดเหตุไว้อย่างละเอียด พร้อมนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปเก็บรักษาที่มูลนิธิฯเพื่อรอการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล และติดต่อประสานหาญาติมาดำเนินการตามกฎหมาย
ขณะเดียวกันพยานผู้เห็นเหตุการณ์คือนายศุภโชค อายุ 53 ปี ซึ่งมีบ้านอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุให้ข้อมูลว่าได้ยินเสียงรถชนดังสนั่นจึงรีบออกมาดู พบว่ามีเพลิงลุกไหม้ท่วมตัวรถแล้ว จากนั้นสังเกตเห็นชายคนหนึ่งพยายามคลานออกมาจากรถ ตนจึงตะโกนเรียกให้รีบออกมาเนื่องจากเกรงว่ารถจะเกิดระเบิด เมื่อชายคนดังกล่าวออกมาได้ก็เดินเข้ามาหา โดยตนได้สอบถามว่ามากับใคร ซึ่งเจ้าตัวตอบว่ามาเพียงลำพัง
ต่อมาเมื่อรถดับเพลิงเข้าควบคุมเพลิงจนสงบแล้ว พยานได้สังเกตภายในรถอีกครั้ง ในตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพียงเบาะรถ แต่เมื่อมองใกล้ๆพบว่ามีเลือดซึม จึงมั่นใจว่าเป็นร่างผู้เสียชีวิตที่ถูกไฟคลอกอยู่ภายในรถยนต์
ในเวลาต่อมามีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นภรรยาของเจ้าของรถ เมื่อทราบข่าวได้เดินทางมาที่เกิดเหตุเมื่อมาถึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่ารถของใครและทะเบียนอะไร เมื่อเจ้าหน้าที่นำแผ่นป้ายทะเบียนมาให้ดู หญิงคนดังกล่าวถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ พร้อมเรียกหาสามีของตนที่ชื่อ “ก๋ง”
ขณะนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เรียกตัว “ก๋ง” มาพบ เมื่อภรรยาเห็นหน้าสามีก็อยู่ในอาการตกใจและเสียใจ แต่ไม่ได้สอบถามว่าสามีมากับใคร โดย“ก๋ง”ให้ข้อมูลว่าไม่ได้เดินทางมากับใครเดินมาจากบ้าน และยอมรับว่าได้นำรถไปให้เพื่อนในวงดื่มสุรายืมใช้ แต่ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใดนำรถไปก่อนเกิดเหตุ
นายวิศิษฐ์ หรือ ก๋ง อายุ 38 ปี ให้ข้อมูลว่าตนไม่ได้โดยสารมากับรถเก๋งคันที่เกิดอุบัติเหตุ โดยระบุว่ารถคันดังกล่าวเป็นของตนและได้ให้ผู้อื่นยืมไปซื้อสุรา เมื่อเกิดเหตุจึงเดินทางมาดูภายหลัง ยืนยันว่าไม่ได้มากับรถคันดังกล่าว ส่วนผู้ขับขี่เป็นใครไม่ทราบ เพียงรู้ว่าเป็นคนในวงดื่มสุราที่ยืมรถไป ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงคราบเลือดที่เปื้อนเสื้อ เจ้าตัวระบุว่าเกิดจากการเข้าไปดูภายในรถหลังเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของ“นายก๋ง” ที่อ้างว่าไม่ได้เดินทางมากับรถคันดังกล่าว เนื่องจากตรวจพบบาดแผลบริเวณศีรษะและมีคราบเลือดเปื้อนเสื้อผ้า จึงเตรียมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด พร้อมเชิญตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
Advertisement