
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (บก.สอท.4) จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร่วมกันแถลงข่าวและมอบเงินคืนจำนวน 2,000,000 บาท ให้กับผู้เสียหาย ภายใต้โครงการ “MoneyCashBackปิดบัญชีตามล่าม้าคว้าเงินคืน”
คดีดังกล่าวเกิดขึ้นกับชายวัย 72 ปี ชาวอำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์หลอกลวง อ้างตัวเป็นพนักงานธนาคาร ก่อนจะมีบุคคลอีกคนแอบอ้างเป็นตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่น ข่มขู่ว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด และส่งหมายศาลปลอมผ่านแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
ด้วยความหวาดกลัวผู้เสียหายจึงโอนเงินไปยังบัญชีปลายทางชื่อ “นายคำพันธ์” เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 จำนวน 2,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ยังถูกหลอกให้ถอนเงินสดไปฝากเข้าบัญชีอื่นอีก 1,000,000 บาท รวมความเสียหายทั้งหมด 3,000,000 บาท
ภายหลังเมื่อทราบว่าถูกหลอก ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นเจ้าหน้าที่ บก.สอท.4 ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินและประสานธนาคารเพื่ออายัดบัญชีที่เกี่ยวข้อง
จากการสืบสวนพบว่าเจ้าของบัญชีปลายทาง “นายคำพันธ์” เองก็เป็นผู้เสียหายเช่นกัน โดยเคยถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกในลักษณะเดียวกัน อ้างตัวเป็นพนักงานธนาคารและตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองขอนแก่นข่มขู่ว่าบัญชีเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและสั่งให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์จนสูญเงินไปกว่า 2,273,000 บาท
ต่อมามิจฉาชีพยังสั่งให้นายคำพันธ์ โอนเงินที่มีคนโอนเข้าบัญชีต่อไปยังบัญชีอื่น แต่ธนาคารตรวจพบความผิดปกติและได้ประสานเจ้าหน้าที่ทันทำให้สามารถอายัดเงินจำนวน 2,000,000 บาท ที่ผู้เสียหายรายแรกโอนไปได้ทันเวลา
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ กล่าวว่าคดีนี้ถือเป็นลักษณะ “หลอกซ้อนหลอก” โดยผู้เสียหายเป็นเกษตรกรสูงอายุ ไม่ใช้โซเชียลมีเดียและไม่มีแอปพลิเคชันไลน์มาก่อน แต่ถูกมิจฉาชีพใช้เครื่องมือซิมบล็อกโทรศัพท์เข้ามาข่มขู่ จนเกิดความหวาดกลัวทำให้ยอมทำตามคำสั่ง
เจ้าหน้าที่จึงอยากฝากเตือนประชาชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุว่า หากมีการอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแล้วสั่งให้โอนเงินห้ามหลงเชื่อเด็ดขาด และไม่ควรเก็บเรื่องไว้คนเดียว ควรรีบปรึกษาครอบครัวหรือแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
ด้านผู้เสียหาย เปิดเผยว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ตนทำงานเก็บมาตั้งแต่อายุ 20 กว่าปี กระทั่งเกษียณมาเป็นเกษตรกร เมื่อถูกหลอกจึงรู้สึกเสียใจอย่างมาก แต่รู้สึกขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ที่ช่วยติดตามเงินคืนมาได้และอยากฝากเตือนผู้สูงอายุให้ถือกรณีของตนเป็นอุทาหรณ์ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพอีก
Advertisement