Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ตม. เปิด 10 มาตรการ เข้มคัดกรองต่างชาติเหตุบึ้มตะวันออกกลาง

ตม. เปิด 10 มาตรการ เข้มคัดกรองต่างชาติเหตุบึ้มตะวันออกกลาง

2 มี.ค. 69
14:17 น.
แชร์

ตม. เปิด 10 มาตรการ เข้มคัดกรองต่างชาติเหตุบึ้มตะวันออกกลาง สกัดคอลเซนเตอร์ บรรเทาคลื่นท่องเที่ยวทะลักสนามบิน

จากกรณีคลื่นนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลักเข้าไทย จนเกิดภาพความหนาแน่นบริเวณจุดคอขวดเข้าโถงรอตรวจหนังสือเดินทางขาเข้าประเทศ โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ เหตุจากการเพิ่มความเข้มงวดสกัดแก๊งคอลเซนเตอร์ต่างชาติที่พยายามย้ายฐานจากกัมพูชา รวมถึงเพิ่มการคัดกรองคนต่างชาติจากเหตุโจมตีในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการโจมตีเมืองศูนย์กลางการบินหลักอย่างดูไบ และกาตาร์ ส่งผลต่อปริมาณผู้โดยสารที่ถูกยกเลิกเที่ยวบิน และตกค้างในไทย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 09.30 น. พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ฯ ช่วยราชการ สตม.ในฐานะโฆษก สตม. เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ให้ประชุมข้าราชการตำรวจ ตม.สนามบิน ที่ศูนย์ปฎิบัติการ ตม. สุวรรณภูมิ โดยมี พ.ต.อ.วีรยศ การุณยธร รอง ผบก.ตม.2 รักษาการแทน ผบก.ตม.2 และคณะ ระดับรอง ผบก. - ผกก.ด่าน ตม.สนามบินหลัก ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต ตลอดจน คุณอมรพิศ นรินทร์ ผอ.ส่วนบริการการบิน ฝ่ายบฎิบัติการการบิน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และคุณอัจฉรา ไชยรักษ์ ประธานคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ ( AOC ) ร่วมประชุม

โดยมีการรับฟังสถานการณ์ผลกระทบของเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกจากการโจมตีในเขตภูมิภาคตะวันออกกลาง และสถานการณ์ความหนาแน่นของคนต่างชาติ

ซึ่งจากการประชุมพบว่า ตั้งแต่ปลายปี 2568 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ ดอนเมือง และภูเก็ต จากเดิมเฉลี่ยประมาณ 60,000 คน/วัน เป็น 70,000 - 80,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นราว 16% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่กลับมาเที่ยวไทยมากขึ้น นอกจากนั้น ยังมีนักท่องเที่ยวจากรัสเซีย และยุโรป ที่หนีหนาวมาไทยมากขึ้นด้วย ส่งผลให้มีปริมาณคนต่างชาติสะสมในชั่วโมงที่เที่ยวบินหนาแน่น โดยเฉพาะช่วงเวลา 14.00 ต่อเนื่องถึง 19.00 น. และเวลา 22.00 - 01.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยเฉพาะที่สนามบินสุวรรณภูมิ มีสัดส่วนเฉลี่ยชั่วโมงละ 5,000 - 6,000 คน ในขณะที่โถงรอตรวจหนังสือเดินทางจุคนได้ราว 2,500 คน ประกอบกับผู้โดยสารที่ลงเครื่องจากหลุมจอดต่าง ๆ รวมถึงอาคาร SAT1 จะไหลประดังเข้า ตม. พร้อมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจุดทางเข้ามีลักษณะเป็นคอขวด ส่งผลต่อความเร็วในการระบายผู้โดยสารต่างชาติที่ช่องตรวจ ไม่ทันต่อการไหลเข้าสะสมของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งคนต่างชาติจำนวนมากไม่กรอกข้อมูลบัตรเข้าเข้าประเทศแบบดิจิทัล (TDAC) ในระบบ online มาล่วงหน้า ทั้งที่ได้ประชาสัมพันธ์ก่อนประกาศใช้ระบบมาจนถึงปัจจุบัน บวกกับการเพิ่มมาตรการคัดกรองต่างชาติที่เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะคนต่างชาติที่เสี่ยงต่อการเป็นทุนเทา ที่มีข้อมูลว่า พยายามย้ายฐานจากบ่อนกัมพูชาเข้ามาไทย หลังการกวาดล้างอย่างหนัก ด้วยเหตุผลทั้ง 3 กรณีดังกล่าวทำให้เกิดภาพความหนาแน่นบริเวณโถงทางเข้าตามที่ปรากฏเป็นภาพในสื่อมวลชนและโซเชียลต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม ทาง ตม.สนามบิน ได้จัดกำลังพลนั่งประจำทุกช่องตรวจในช่วงเวลาหนาแน่นและเร่งคัดกรองคนต่างชาติเข้าไทย พบว่า อัตราเฉลี่ยในการจับเวลาคนต่างชาติที่รอคิวในช่วงดังกล่าว ใช้เวลารอคิวสูงสุด 50 นาที โดยใช้เวลาตรวจหนังสือเดินทางที่ช่องตรวจเพียง 45 วินาทีต่อรายเท่านั้น

ในขณะที่พบว่า หลังเกิดการโจมตีประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลาง เมื่อ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา มีสายการบินที่ได้รับผลกระทบราว 10 สายการบิน มีการยกเลิกเที่ยวบินขาออกราว 22 เที่ยวบิน และ ขาเข้าราว 12 เที่ยวบิน ส่งผลต่อการยกเลิกตราประทับผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินทางออกได้ และอาจเกิดการสะสมของคนต่างชาติ บริเวณโถงทางเข้า ตม.สุวรรณภูมิ

ทาง สตม. จึงได้กำหนด 10 มาตรการ เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว ดังนี้

1. สตม.วางแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนคนต่างชาติ ที่ตกค้างในไทยจากเหตุสู้รบในตะวันออกกลาง โดย สตม. จะใช้อำนาจกฎหมายคนเข้าเมืองยกเว้นค่าปรับกรณีคนต่างชาติสถานะ overstay จากการปิดน่านฟ้า ซึ่งจะเดินทางออกไปประเทศอื่น ส่วนคนต่างชาติที่ยังไม่ครบกำหนดและประสงค์จะอยู่ในไทยต่อ จะผ่อนผันให้พำนักได้ครั้งละ 30 วัน โดยให้สถานทูตชาตินั้น ๆ รับรอง ส่วนกรณีเหตุการณ์รุนแรงต่อเนื่องระยะยาว และสถานะคนต่างชาตินั้น overstay แล้ว ต้องเสนอ ครม. พิจารณาอนุญาต ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 17 ต่อไป

2. ขอความร่วมมือสายการบินตรวจสอบ คัดกรองคนต่างชาติที่จะบินมาไทย ให้กรอกข้อมูลบัตรเข้าประเทศในระบบ TDAC ให้แล้วเสร็จก่อนเช็คอิน ออกบัตรที่นั่งมาไทย เช่นเดียวกับ มาตรการที่ ตม. สิงคโปร์ ใช้กับสายการบินเช่นเดียวกัน

3. ให้ ตม.สนามบิน จัดกำลังพลเต็มทุกช่องตรวจในชั่วโมงที่เที่ยวบินหนาแน่น โดยวิเคราะห์จากตารางบินขาเข้าล่วงหน้า

4. จัดกำลัง จนท.ตม. บริหารสถานการณ์ความหนาแน่นบริเวณทางเข้าโถง ตม. เพื่อเกลี่ยปริมาณผู้โดยสารให้เข้าโถงได้ทุกโซน

5. ให้ช่วยเหลือคนต่างชาติที่เข้าลักษณะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. คนชรา คนพิการ คนตั้งครรภ์ ให้แยกเข้าตรวจที่ช่องทาง priority รวมถึงคนต่างชาติที่เดินทางเป็นครอบครัวมาพร้อมคนไทย

6. จัดพื้นที่รองรับการยกเลิกตราประทับขาออก กรณีผู้โดยสารที่รอขึ้นเครื่องแล้ว แต่เที่ยวบินถูกยกเลิกกระทันหัน เพื่อไม่ให้เกิดการคับคั่งปะปนกับผู้โดยสารขาเข้าปกติ

7. ให้สายการบินจัดพนักงานประสานงานกับ ตม.กรณี มีผู้โดยสารที่บินเข้าไทยแล้ว ต้องรีบต่อเครื่องภายในประเทศ เพื่อไม่ให้ตกเครื่อง

8. ประสานงานร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด( มหาชน ) เพื่อจัด SLOT เฉลี่ยจำนวนเที่ยวบินขาเข้าไม่ให้สะสมในช่วงเวลาเดียวกัน

9. เร่งพิจารณาคนต่างชาติ ให้เข้ารับการตรวจด้วยช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ ( Automatic Border Control ) เพื่อระบายความหนาแน่นจากช่องตรวจปกติ

10. เพิ่มความเข้มคัดกรองคนต่างชาติที่เสี่ยงต่อการก่อเหตุความมั่นคงของประเทศคู่ขัดแย้งในเหตุโจมตีในตะวันออกกลาง โดยประสานงานกับหน่วยความมั่นคงและข่าวกรองอย่างใกล้ชิด

"ปริมาณความหนาแน่นของคนต่างชาติที่สนามบิน สะท้อนบรรยากาศการท่องเที่ยวในไทยที่คึกคักขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ตม.สนามบิน ก็จำเป็นต้องเพิ่มมาตรการคัดกรองคนต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มคอลเซนเตอร์ และทุนเทาที่เผ่นจากกัมพูชาเข้าไทย รวมถึงกลุ่มที่เสี่ยงต่อความมั่นคงจากกรณีความไม่สงบในตะวันออกกลาง ท่ามกลางสถานการณ์รุนแรงขณะนี้ ซึ่งอาจกระทบต่อการเร่งระบายความหนาแน่นไปบ้าง โดย สตม. เองไม่ได้นิ่งนอนใจ และถือโอกาสนี้ชี้แจงให้สังคมไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าใจความจำเป็นในสถานการณ์นี้" พล.ต.ต.เชิงรณฯ กล่าว

Advertisement

แชร์
ตม. เปิด 10 มาตรการ เข้มคัดกรองต่างชาติเหตุบึ้มตะวันออกกลาง