
จากกรณี วิทยุนครพิงค์ได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีเสียงคล้ายระเบิดดัง บริเวณหน้าร้านขายอาหารสัตว์ ตรงข้ามโรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ คูเมืองด้านในเขต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ก.พ. 69 เวลาประมาณ 04.00 น. ศูนย์จึงประสานสายตรวจเข้าตรวจสอบ
ขณะเดียวกันเพจโซเชียล “เชียงใหม่108 CM108” มีผู้โพสต์เล่าเหตุการณ์ว่า พบรถเก๋งสีขาวขับไล่รถจักรยานยนต์ ก่อนมีการปาระเบิดลงพื้นถนน สร้างความตกใจแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ สั่งการเร่งรัดให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ก่อเหตุทันที
ต่อมาเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ก.พ. 69 จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด และเส้นทางหลบหนี พบรถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถเก๋งสีขาว จอดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ
สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้รวม 5 ราย แบ่งเป็น ผู้ใหญ่ 1 ราย อายุ 20 ปี และเยาวชน 4 ราย อายุระหว่าง 16–17 ปี โดยทั้งหมดรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริงใช้รถยนต์ 1 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คันในการก่อเหตุ
จากการสอบสวนทราบว่า ระเบิดปิงปองดังกล่าวถูกนำมาจากเพื่อนของเพื่อน ตั้งแต่เดือนก่อน ก่อนนำมาทดลองปาเล่นจากช่องซันรูฟรถยนต์ลงพื้นถนน โดยไม่คาดคิดว่าจะเกิดเสียงดังรุนแรง และสร้างความตื่นตกใจให้ประชาชน พร้อมกล่าวขอโทษสังคมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหา “กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น” มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีและปรับไม่เกิน 140,000 บาท ในส่วนของการดำเนินคดีจะแยกพิจารณาตามอายุผู้ต้องหาที่บรรลุนิติภาวะจะส่งดำเนินคดีที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนผู้ต้องหาเยาวชนจะส่งเข้าสู่กระบวนการของศาลเยาวชนและครอบครัว
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลาง เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมได้แก่
• รถยนต์MGสีขาวทะเบียนงษ545เชียงใหม่จำนวน1คัน
• รถจักรยานยนต์ฮอนด้าจีออโน่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนจำนวน1คัน
พร้อมประสานผู้ปกครองของเยาวชนทั้ง 4 รายเข้ารับทราบข้อกล่าวหา และสอบสวนหากพบมีการปล่อยปละละเลยบุตรหลานจนก่อเหตุอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายด้วย
พ.ต.อ.ปรัชญา ทิศลา ผกก.สภ.เมืองเชียงใหม่ ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนอย่างมาก แม้ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย แต่เป็นพฤติกรรมที่อันตราย พร้อมยืนยันจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
Advertisement