
วันที่ 26 ก.พ. 69 จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ท่าวังผา วิสามัญ นายภัทรกร (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี บริเวณกลางถนนทางหลวงชนบท หมายเลข 4022 พื้นที่บ้านฮวก หมู่ที่4 ต.แสนทอง อ.ท่าวังผา จ.น่าน
หลังผู้ตายคลุ้มคลั่งอาละวาด คาดเสพยาบ้า และดื่มเหล้า ประกอบกับมีอาวุธปืนขี่รถตระเวนตามหาเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งที่มีบ้านพักอยู่ในหมู่บ้าน แต่เจ้าตัวไม่อยู่บ้านเลยใช้อาวุธปืนข่มขู่ภรรยาตำรวจนายดังกล่าว ก่อนชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ แต่นายภัทรกรจะขี่รถจักยานยนต์หลบหนี ก่อนจะยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่ 4 นัดแล้วถูกวิสามัญกลางถนน
โดยก่อนหน้านี้นายภัทรกร และเพื่อนต่างวัย คือนายฟอง (นามสมมติ) วัย 63 ปี ได้ตั้งวงดื่มเหล้า พอเมาได้ที่แล้วได้ไปเอะอะโวยวายที่ร้านขายของชำภายในหมู่บ้าน จากนั้นได้ขี่รถตามหาเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งที่มีบ้านพักอยู่ในหมู่บ้าน แต่ไม่เจอ พอดีภรรยาตำรวจนายดังกล่าวขับรถผ่านมา นายภัทรกรได้ขี่รถตามประกบ และเรียกให้จอด ก่อนจะลวงกระเป๋าเอาลูกปืนออกมาก่อนยื่นให้ภรรยาตำรวจนายดังกล่าว ถามว่าจะเอาเม็ดไหน ก่อนจะซักถามหาตำรวจนายดังกล่าว แล้วขี่รถตระเวนหาภายในหมู่บ้าน ชาวบ้านเห็นท่าไม่ดีจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบนายภัทรกร และนายฟองขับรถออกจากริมถนนใกล้ร้านขายของชำภายในหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว แต่นายภัทรกรได้ขี่รถหลบหนี โดยมีนายฟองซ้อนท้าย เจ้าหน้าที่ได้ขับรถตาม แต่นายภัทรกรไม่ยอมจอดรถ และขี่หนีมุ่งหน้าไปทางบ้านนาหนุน ซึ่งเป็นเขตชุมชนขนาดใหญ่ ก่อนที่นายภัทรกรจะขี่รถล้ม เจ้าหน้าที่จึงจอดรถ และจะเข้าระงับเหตุ แต่นายภัทรกรได้ใช้อาวุธปืนขนาด .38 ยิงใส่เจ้าหน้าที่ กระสุนถูกบริเณหม้อน้ำ 2 นัด และกระจกหน้ารถด้านหน้าเบาะหนั่งข้างคนขั บเจ้าหน้าที่จึงยิงสวน เพื่อป้องกันตัว กระสุนปืนถูกสะโพกนายฟอง 1 นัด นอนร้องโอดโอย แต่นายภัทรกรกลับพลิกรถจักรยานยนต์ที่ล้มอยู่ขี่หนีไปต่อ
จังหวะนั้นมีรถสวนมา นายภัทรกรได้ยิงใส่ แต่กระสุนไม่โดน จากนั้นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนที่กำลังขับมาเสริมผ่านมา นายภัทรกรยังยิงใส่รถเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่จึงจอดรถ และใช้ปืนขนาด 9 มม. ยิงสวนไป 2 นัด กระสุนถูกนายภัทรกรจนรถจักรยานยนต์ล้มลง นายภัทรกรพยายามจะยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ ก่อนทนพิษบาดแผลไม่ไหวล้มลงจมกองเลือดอยู่กลางถนน โดยข้างๆ พบปืนขนาด.38 ปลอกกระสุน และกระสุนตก ที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพบนายภัทรกรถูกยิงที่หัวจึงรับแจ้งรถพยาบาลให้เข้าให้การช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลทั้ง 2 ราย แต่นายภัทรกรทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการตรวจต้นกระเป๋าคาดเอวของนายภัทรกรพบปลอกกระสุนปืนที่ใช้แล้วซองบรรจุยาบ้า แต่ไม่พบยาบ้า คาดว่านายภัทรกรเสพจนหมดแล้ว หลอดที่ใช้เสพยาบ้าและเม็ดข้าวโพด
ด้าน พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน กล่าวหลังเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทราบว่านายภัทรกรเมื่อก่อนจัดว่าเป็นคนดี มีครอบครัวอบอุ่น เป็นพ่อของลูกวัยขวบเศษที่กำลังน่ารัก รวมทั้งเป็นต้นแบบในหลายๆ ด้านจนได้รับใบประกาศจากทางจังหวัดน่าน ก่อนชีวิตหลงเข้าไปวังวนยาเสพติดถูกนำตัวส่งเข้ารับการบำบัดที่โรงพยาบาลน่านไป 3 ครั้ง ไม่รวมกับที่นำตัวมาสงบสติอารมณ์ที่ สภ.ท่าวังผาอีกหลายครั้ง จนครั้งล่าสุดนายภัทรกรได้คลุ้มคลั่งถือมีดไปรำดาบอยู่หลังรถกระบะอ้างว่าตนเองเป็นทหารของพระเจ้าตาก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีบ้านพักอยู่ในหมู่บ้านจึงนำตัวส่งบำบัด คาดว่านายภัทรกรคงฝังใจกับเรื่องดังกล่าวจึงมาก่อเหตุในวันนี้
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด ญาติของนายภัทรกร ได้จัดเตรียมสถานที่ประกอบพิธีศพตามความเชื่อทางศาสนา ที่วัดบ้านพ่อ ต.แสนทอง อ.ท่าวังผา จ.น่าน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้า
โดยชาวบ้าน เปิดเผยข้อมูลว่า นายภัทรกรอยู่ที่บ้านก็ไม่ได้เอะอะโวยวายอะไร เลี้ยงลูกสาววัย 2 ขวบ เข้าสวนกรีดยาง เก็บใบยาสูบ อาจมีเสียงดังบ้าง แต่ไม่ได้มีอะไรมาก พอทราบข่าวก็รู้สึกแปลกใจ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว
ด้านนายชาญชัย เจ้าของร้านค้าบริเวณสุดหมู่บ้าน ทางเข้าสวนยางของนายภัทรกร เล่าว่า นายภัทรกรได้เข้ามาที่ร้านมาส่งก๋วยเตี๋ยว และส้มตำกิน ก่อนที่จะมาพบกับนายฟอง ซึ่งเป็นขี้เมาประจำหมู่บ้าน ซึ่งปกตินายฟองเมื่อมีเหล้าที่ไหน นายฟองก็จะเข้าไป คาดว่านายภัทรกรชวนไปซื้อเหล้า เพราะตอนอยู่ที่ร้านชวนกันดื่มเหล้าจนเหล้าหมด จึงชวนกันไปซื้อเหล้า แล้วไปก่อเหตุเอะอะโวยวายหน้าบ้านเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่ง ก่อนจะออกขับรถตามหาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เคยจับกุมนายภัทรกร และส่งตัวเข้าบำบัดจนไปถูกวิสามัญดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหานายภัทรกรพยายามฆ่าเจ้าพนักงานฯ ต่อสู้ขัดขวางการจับกุม พกพาอาวุธไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ด้านนายฟองปัจจุบันอาการปลอดภัย เจ้าหน้าที่ยังไม่แจ้งข้อหาใดๆ เนื่องจากนายฟองกระโดดซ้อนท้ายกับนายภัทรกรไป เพราะเขาชวนไปซื้อเหล้าดื่ม
Advertisement