
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิดใต้ท้องรถยนต์ในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ จังหวัดชลบุรี ว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ธันวาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด ตกจากใต้ท้องรถยนต์คันหนึ่ง ภายหลังเกิดเสียงดัง และประกายไฟเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุโดยทันที
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า วัตถุดังกล่าวเป็นระเบิดแสวงเครื่องประกอบเอง ลักษณะเป็นระเบิดเพลิงบรรจุในขวดจำนวน 4 ขวด โดยเกิดการระเบิดแล้ว 1 ขวด และยังคงเหลือวัตถุระเบิดอีก 3 ขวด เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด(EOD) และศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 จังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด ผลการตรวจพิสูจน์พบว่าระเบิดจำนวน 3 ขวดที่เหลือบรรจุดินดำ 2 ขวด และอีก 1 ขวด บรรจุน้ำมันเบนซิน โดยวัตถุระเบิดทั้งหมด ถูกติดตั้งไว้บริเวณใต้ถังน้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ จุดระเบิดด้วยรีโมทคอนโทรล หากเกิดการทำงานพร้อมกัน จะก่อให้เกิดเพลิงไหม้ และแรงดันรุนแรง อาจเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จากพฤติการณ์แห่งคดี เชื่อได้ว่าผู้ก่อเหตุมุ่งประสงค์ต่อชีวิตผู้เสียหาย
ต่อมาพล.ต.ต.โชคชัยงามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้กำกับดูแลการปฏิบัติพร้อมสั่งการให้พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และพ.ต.อ.วสุรัชย์ชัย ธีราพัฒน์ และพ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ วาพันสุ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เร่งรัดการสืบสวนติดตามผู้กระทำผิดอย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้พ.ต.อ.พัฒนา รอบรู้ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ ร่วมกับชุดสืบสวนจังหวัดชลบุรี ดำเนินการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นชาย 2 รายหญิง 1 ราย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 3 รายได้แก่นางสาวกษมา อายุ 38 ปี นายสมคิด อายุ 34 ปี และนายทินวัฒน์ อายุ 34 ปี ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันทำให้เกิดระเบิดจนเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น และร่วมกันทำหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต
ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 4 จุด ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยองเพื่อจับกุมผู้ต้องหาและสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบถ้วนทั้ง 3 ราย
นอกจากนี้ยังได้ค้นพบพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอีกมายมาย เช่นรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ แผ่นป้ายทะเบียนปลอม สำหรับปิดบังอำพราง ชุดจุดระเบิดรีโมทคอนโทรล และวัตถุพยานรวมกว่า 20 รายการ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ
ด้านพล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้เปิดเผยว่า ทั้งสามคนมีผู้หญิง 1 คนเป็นผู้ชาย 2 คน ผู้ต้องหาที่เป็นฝ่ายหญิงเข้าใจว่าเป็นผู้เสียหายเป็นกิ๊ก จึงเกิดความไม่พอใจจึงติดตามรถคันดังกล่าว มีการว่าจ้างผู้ต้องหาที่สาม ที่โดยผู้ต้องหาที่หนึ่งที่เป็นฝ่ายหญิงเข้าใจว่าผู้เสียหายเป็นกิ๊ก จึงมีการวางแผนโดยการวางระเบิดใต้ท้องรถโดยวางไว้ที่ถังน้ำมัน หลังจากที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มีการแกะรอยกล้องวงจรปิด และทราบว่าผู้ต้องหารายที่หนึ่งและนายสมคิดทำงานที่เดียวกัน จึงได้มีการศึกษาดูจากออนไลน์ และสั่งซื้ออุปกรณ์วัตถุระเบิดมาประกอบ
โดยทางเจ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบสวนสืบสวนหาที่มาของการวางจำหน่ายของตัวจุดระเบิด จึงได้มีการสั่งซื้อและการทดลอง ก่อนจะมีการทดสอบว่าระเบิดทำงาน จากนั้นจึงมีการติดตามดูความเคลื่อนไหวของผู้เสียหาย
จนกระทั่งวันที่ 22 ธันวาคม จึงได้มีการเช่ารถในเขตพื้นที่จังหวัดระยองต่อมาวันที่ 23 ธันวาคม ได้ใช้รถคันดังกล่าวใช้ทะเบียนรถจริงขี่รถดูลาดเลาแล้วกลับมาในเขตพื้นที่ โดยการใช้ทะเบียนปลอมจากการซื้อทางเน็ตซึ่งไม่มีโลโก้ขนส่ง
จากนั้นก็ได้นำระเบิด 4 ลูกให้ถึงชีวิต จึงได้ติดไว้ที่ถังน้ำมันของรถยนต์คันดังกล่า วแล้วใช้รีโมทในการจดฉนวน เมื่อรถขับผ่านจุดที่ดักรอ แต่วันที่เกิดเหตุปรากฏว่าระเบิดติดเพียงหนึ่งลูก อีกสามลูกระเบิดไม่ทำงานเนื่องจากวงจรไม่ได้ต่อเป็นแบบแสวงเครื่องอย่างถูกต้อง จึงทำให้ระเบิดไม่ทำงานครบ
จากนั้นจึงได้มีการแกะรอยและสอบสวนรวมถึงแกะข้อมูลวงจรปิดและพยานสิ่งแวดล้อม จึงได้หลักฐานครบว่าทั้งสามคนเป็นผู้ก่อเหตุจึงได้ขอหมายศาลในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา จึงได้ขอหมายที่จังหวัดระยอง และหมายจับกลุ่มตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้งสามราย และหลักฐานที่เจอเป็นหลักฐานของผู้กระทำความผิด และผู้ก่อเหตุทั้งหมดได้ให้การเป็นประโยชน์ และยอมรับสารภาพในการก่อเหตุครั้งนี้ ส่วนเรื่องสาเหตุก็คือชู้สาว
Advertisement