
ศาลให้ประกันตัว"สมยศ" พร้อมพวกรวม 3 คน ขณะเจ้าตัวขอบคุณศาลยันจะสู้ให้ถึงที่สุด แสดงความบริสุทธิ์ส่วน"อานนท์ "นอนคุกต่อ
วันนี้ (20 ก.พ.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบันหมายเลขดำอ.498/2567ที่พนักงานอัยการคดีอาญา5 เป็นโจทก์ฟ้องนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมกับพวกรวม7 คนเป็นจำเลยฐานดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามป.อาญามาตรา112ฯ โดยจำเลยในคดีนี้ประกอบด้วย นายอานนท์ นำภา จำเลยที่ 1 นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 2 นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยที่ 3 น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ หรือ มุก จำเลยที่ 4 น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือแหวน จำเลยที่ 5 นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือฟ้า จำเลยที่ 6 น.ส.อินทิรา เจริญปุระ หรือทราย นักแสดงชื่อดัง จำเลยที่ 7 ในความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทน พระองค์, ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ ก่อการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ, ความผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก, ความผิดต่อพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง, ความผิดต่อพระราชบัญญัติโรคติดต่อ, ความผิดต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน
พฤติการณ์ตามฟ้องสรุปว่า เดือน พฤศจิกายน 2563 พวกจำเลยร่วมกันจัดชุมนุมสาธารณะ บริเวณ ถ.พหลโยธิน และบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 11 เขตบางเขน โดยพวกจำเลยไม่ได้แจ้งการชุมนุมต่อเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งมีผู้มาร่วมชุมนุมจำนวน 2,000 คน และเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกพวกจำเลยไม่ยกเลิกการชุมนุม โดยระหว่างการชุมนุมพวกจำเลยปราศรัยให้ผู้ฟังเข้าใจผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์และสถาบันฯ
จำเลยทั้ง 7 ให้การปฏิเสธ และระหว่างการพิจารณานายพริษฐ์ จำเลยที่ 2 หลบหนี ศาลอาญาจึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเฉพาะในส่วนของจำเลยที่ 2
ทั้งนี้ ศาลอาญา พิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางนพสืบแล้ว พิพากษาว่า จำเลยที่ 1, 3, 4, 6 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9, 18
และจำเลยที่ 1 และที่ 3-6 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493 มาตรา 4, 9 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83
โดยการกระทำของจำเลย ที่ 1, 3, 4, 6 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
และทางนำสืบของจำเลยที่ 1 และที่ 3-6 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น พระมหากษัตริย์ คงจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4, 6 มีกำหนดคนละ 2 ปี 8 เดือน ฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 คงปรับจำเลยที่ 1, และที่ 3-6 คนละ 10,000 บาท และฐานร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับจำเลยที่ 1, 3-6 เป็นพินัยคนละ 200 บาท
รวมลงโทษจำเลยที่ 1, 3, 4, 6 จำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน และปรับคนละ 10,200 บาท ส่วนจำเลยที่ 5 ปรับจำนวน 10,200 บาท หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 และหากไม่ชำระค่าปรับเป็นพินัยให้บังคับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565 มาตรา 30, 31 และส่วนของจำเลยที่ 1 ให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1629/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.4019/2567), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2495/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.2841/2566), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2804/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.25/2567), คดีอาญาหมายเลขดำที่ 2847/2564 (หมายเลขแดงที่ อ.1863/2567) ของศาลอาญานี้ และนับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญา หมายเลขดำที่ 1522/2567 (หมายเลขแดงที่ 3040/2566) ของศาลนี้ด้วย
โดยข้อหาและคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ส่วนจำเลยที่ 7 พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่พอได้ว่า เป็นตัวการหรือผู้สนับสนุนจำเลยอื่นไปร่วมชุมนุมหรือปราศรัยด้วย จึงพิพากษายกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นางสาวพิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ หรือ "มุก" และ นายพรหมศร วีระธรรมจารี หรือ "ฟ้า" จำเลยในคดี "ดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูง" โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ
ด้านนายสมยศ กล่าวว่า จำเลยที่ 3,4,6 ยกเว้นนายอานนท์จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ต่อมาศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 3 โดยนายสมยศ พฤษภาเกษมสุข หนึ่งในจำเลยที่ได้รับการปล่อยชั่วคราวให้สัมภาษณ์ว่า ตนขอขอบคุณศาลที่ให้สิทธิในการประกันตัว ตนยืนยันว่าจะคดีนี้จะอุทธรณ์ สู้ให้ถึงที่สุด แสดงความบริสุทธิ์ไปว่าสิ่งที่พวกเราปราศรัยไปเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 นั้นเป็นการทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และเพื่อประโยชน์สาธารณะ ในการเรียกร้องให้ปล่อยตัวนักโทษทางการเมือง หลังจากนี้ตนจะทำตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัดในการมารายงานตัวตามกำหนด
นายสมยศ กล่าวอีกว่า ตนขอเรียกร้องให้เพื่อนนักโทษทางการเมืองอีก 60 ชีวิต ไม่ควรถูกคุมขัง เพราะถ้าเราจะเป็นประชาธิปไตย มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงมีรัฐบาลประชาธิปไตย จะต้องไม่มีนักโทษทาวการเมือง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลใหม่จัดการกับนักโทษทางการเมือง ตนคิดถึงนายอานนท์ นำภา และพรรคพวก อยากให้พวกเขาได้รับสิทธิ์ในการประกันตัวด้วย
เมื่อถามว่ามีความกังวลใจกับคดีอย่างไรบ้าง นายสมยศ กล่าวว่า ศาลชั้นต้นได้พิพากษาไปเราจะใช้สิทธิในการอุทธรณ์ ตนไม่มีความกังวลหลังจากนี้เพราะเนื้อหาที่ปราศรัยเป็นความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมไทย
"ตนขอบคุณศาลที่ให้การประกันตัวในดังกล่าวพร้อมทั้งจะดำเนินการยืนอุทธรณ์ต่อ เพื่อที่ตนจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ที่พวกตนได้แสดงความคิดเห็น จากการปราศรัยในวันที่28 พฤศจิกายน 2563ด้วยความบริสุทธิ์ใจและเพื่อประโยชน์ต่อสาธารณะในการแก้ไขกฎผมายมาตรา112 หรือการปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองการที่ศาลปล่อยชั่วคราว ตนจะปฎิบัติคำสั่งศาลในการรายงานตัว
ตนขอเรียกร้องว่าเพื่อนของตนอีก10 ชีวิตที่ถูกคุ้มขังไม่ควรที่จะการคุมขังนักโทษทางการเมือง เพราะการที่ประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยทั้ง รัฐบาลประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญได้นั้นจะต้องไม่มีนักโทษทางการเมือง ตนขอเรียกร้องรัฐบาลที่กำลังจัดตั้งจะต้องจัดการกับปัญหานักโทษทางการเมือง พร้อมทั้งตนคิดถึงนายอานนท์และพรรคพวก ตนมุ่งหวังว่าอานนท์จะได้สิทธิการประกันตัว
สำหรับในด้านคดีเบื้องต้นศาลชั้นต้นได้มีการพิพากษาเป็นไปเรียบร้อยแล้ว จากนั้นตนก็จะอุทธรณ์ต่อไป
สำหรับการปราศรัยคนพูดตามความจริงที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และบทบาทสถานภาพทางพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย โดยตนจะอุทธรณ์ต่อว่าเรามีเจตนาที่ดีที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติและเป็นคนที่ห่วงใยต่อบ้านเมือง
โดยการคุมขังนักโทษการเมืองเป็นการแสดงให้เห็นว่าประเทศยังไม่มีเสรีภาพด้านการแสดงความคิดเห็น" นาย สมยศ กล่าว
Advertisement