
วันที่ 18 ก.พ.2569 พลตำรวจโทคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เปิดเผยว่า ทางหน่วยงานได้ลงมาพูดคุยกับครอบครัวผู้ต้องหาเพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งพฤติกรรมของผู้ต้องหาไม่ใช่การข่มขู่ทำร้ายเด็กนักเรียน และด้วยกระแสดังกล่าวส่งผลให้คนในพื้นที่ตื่นตระหนกและแตกตื่น ซึ่งในความเป็นจริง ไม่ใช่เป็นแบบที่เป็นข่าว ขณะนี้ทำให้โรงเรียนเกือบ 20 โรงเรียนต้องปิดตัวลง โดยจากการพูดคุยกับคนในครอบครัวผู้ต้องหาเองก็ติดต่อเข้ามาเพื่อที่จะขอเข้ามอบตัว
ขณะที่นายกอบ อายุ 60 ปี พ่อผู้ต้องหา ยอมรับว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมบอกว่าปกติแล้วลูกชายเป็นคนทำมาหากิน ทำแต่งานไม่เคยก้าวร้าว กับภรรยาคนนี้ คบหากันมาประมาณ 4 ปี ทะเลาะกันเรื่องเงินภายในบ้าน เพราะภรรยาของลูกชายติดการพนันออนไลน์ และภรรยาของลูกชายมีหน้าที่ทำบัญชีรายรับรายเกี่ยวกับการขายใบกระท่อม ถึงวันที่ต้องเอาเงินไปจ่ายให้ลูกค้าจำนวน 30,000 บาท พบว่าเงินไม่เหลือแล้ว เลยทำให้ลูกชายโมโห รวมถึงปัญหาชู้สาว พบว่าภรรยาแอบคุยกับผู้ชายคนอื่น จึงทำให้ทั้งคู่มีปัญหากัน ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าทะเลาะกันแต่ไม่รุนแรงเท่าครั้งล่าสุด
ส่วนปืนเป็นปืนของตัวเองที่ได้รับมรดกตกทอดมา 3-4 กระบอกเป็นชื่อตัวเองถูกมีทะเบียนถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งลูกชายมีปืนเหมือนกัน เขาเคยพกติดตัวส่วนตัว เคยเตือนแล้วว่าไม่ควรพกติดตัวเวลาขับรถ เพราะมันอันตราย ยืนยันว่าลูกชายไม่ได้เอาปืนไปขู่ในโรงเรียน และไม่ได้ไปโรงเรียน วันที่เกิดเหตุลูกชายไปส่งใบกระท่อม ส่วนที่ไปโรงเรียน คือตัวเองไปรับหลาน
และบอกกับลูกชายไปแล้วว่าทำผิดแล้วต้องยอมรับผิดให้มามอบตัว ซึ่งตอนแรก พลตำรวจโทคำรณวิทย์ มาเป็นตัวกลางให้ครอบครัวช่วยเกลี้ยกล่อมให้ ลูกชายเข้ามอบตัว แต่พอเจอกระแสข่าวจึงทำให้ลูกชายหลบหนีไปครั้ง โดยหลังลูกชายก่อเหตุได้กลับมาที่บ้าน ก่อนจะนำรถกระบะสีเขียวออกไป ยืนยันว่าวันนั้นตัวเองไม่ได้เจอลูกชายเขาออกไปทำธุระข้างนอก และขอแก้ข่าวว่าที่ลูกชายนำไปส่งไม่ใช่ใบกัญชาแต่เป็นใบกระท่อม ที่ลูกชายจะต้องนำไปส่งจังหวัดชลบุรี
ซึ่งจากการพูดคุยล่าสุด ลูกชายบอกว่ายอมมอบตัว แต่ถ้าตัวเองจะติดคุกภรรยาก็ต้องติดคุกไปด้วย เพราะขโมยเงินบ้านตนเองไป
เช่นเดียวนางละออ แม่ของนายนพรัตน์ ผู้ต้องหา เปิดเผยว่าเขาไปมีปัญหาทะเลาะกันอยู่บนทางด่วน ภายในจังหวัดชลบุรี วันนั้นเขาขับรถไปส่งใบกระท่อม ระหว่างทางพบแชตที่ภรรยาคุยกับคนอื่น จึงทำให้ลูกชายเครียด ซึ่งช่วงนี้เขาทะเลาะกันเกือบทุกวัน ทะเลาะกันแรงแม่พยายามห้ามมาโดยตลอด ทั้งนี้ยอมรับว่าที่บ้านมีปืนหลายกระบอก รวมถึงลูกชายพกปืนติดตัวตลอดแต่ไม่ทราบว่าปืนที่ลูกชายพกไปใช้ทำอะไร เพราะส่วนตัวก็เลี้ยงแต่หลาน
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยากแก้ข่าวให้ลูกชายลูกชายไม่เคยไปลักพาตัวเด็กนักเรียนหรือยิงปืนข่มขู่เด็กนักเรียน สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในครอบครัว ทั้งเรื่องภรรยาและเรื่องเงิน ล่าสุดลูกชายติดต่อมาเมื่อคืนนี้ว่าจะเข้ามอบตัว แต่กระแสโซเชียลแรงจึงทำให้ลูกชายหนีไปอีกครั้ง จึงอยากฝากไปถึงลูกชายถ้าหากดูอยู่อยากให้เข้ามอบตัวพร้อมบอกว่าปกติลูกชายเป็นคนทำแต่งาน
ส่วนกับภรรยาคนนี้ลูกชายคบหาและผูกข้อไม้ข้อมือกันมานาน 4 ปี ลูกชายตั้งใจทำงานเก็บเงินมาแต่งเขารักมากจึงทำร้ายมาก ส่วนฝั่งครอบครัวภรรยาไม่คุยด้วย เพราะปิดบ้านไม่คุยกับเรา ยอมรับว่าลูกรับผิดที่ทำร้ายร่างกายลูกเขา
Advertisement