
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) บูรณาการร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ร่วมกันจับกุม นายฮัสซันฯ อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดยะลาที่ 55/2569 และ 56/2569 ลงวันที่ 26 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน
1. ค้ามนุษย์โดยแสวงหาประโยชน์จากการผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรือสื่อลามก โดยได้กระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่ถึงสิบแปดปี
2. ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น
3. เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่ายหรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้าในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใดๆ ซึ่งสื่อลามกอนาจารเด็ก
4. ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องในการค้าเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็ก จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชนหรือให้เช่าสื่อลามกอนาจารเด็ก
5. บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความเสี่ยงต่อการกระทำผิด
6. บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามกอนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าตอบแทนหรือเพื่อการใด
7. นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
พร้อมตรวจยึดของกลาง
1. โทรศัพท์มือถือไอโฟน 14 โปรแม็ก สีดำ จำนวน 1 เครื่อง
2. ไอแพด (Ipad) รุ่น 10 สีฟ้า จำนวน 1 เครื่อง
สถานที่จับกุม ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ปคม. ร่วมกับองค์กร IPA (International Protection Alliance) ได้ทำการสืบสวนจนพบว่า มีบัญชีผู้ใช้งานรายหนึ่งบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีพฤติการณ์โพสต์ข้อความ ภาพ และคลิปวิดีโอในลักษณะโฆษณา ชักชวน และจำหน่ายสื่อลามกอนาจารที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง
จากการตรวจสอบพบ “แผนประทุษกรรม” ของผู้ต้องหา คือ การสร้างบัญชีอินสตาแกรมปลอม โดยใช้รูปโปรไฟล์เป็นหญิงสาวหน้าตาดี จากนั้นจะติดต่อผู้เสียหายหลายรายในลักษณะพูดคุยเชิงชู้สาวและชักชวนให้คบหาเป็นแฟนออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ผู้ต้องหาจะชักชวนให้เปิดกล้องวิดีโอคอลผ่านแพลตฟอร์ม ต่าง ๆ และหลอกล่อให้ผู้เสียหายกระทำการในลักษณะลามกอนาจารต่อหน้ากล้อง โดยผู้ต้องหาจะใช้กลอุบายเปิดคลิปวิดีโอหญิงเปลือยที่ดาวน์โหลดมาอ้างว่าเป็นตนเอง และอัดคลิปวิดีโอผู้เสียหายเก็บไว้ หลังจากนั้น ผู้ต้องหาจะขอให้ทำวิดีโอคอลซ้ำอีก หากผู้เสียหายปฏิเสธ จะใช้วิธีแบล็คเมล ข่มขู่ว่าจะนำคลิปที่บันทึกไว้ไปเผยแพร่ให้เพื่อนหรือคนใกล้ชิดของผู้เสียหายรับรู้ เพื่อกดดันให้ยอมทำตาม จากนั้นจะนำคลิปดังกล่าวไปจำหน่ายต่อในสื่อสังคมออนไลน์ X (เดิมชื่อ Twitter) ทำให้มีผู้เสียหายได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดยะลาตามหมายจับที่ 55/2569 และ 56/2569 ลงวันที่ 26 มกราคม 2569
ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบทราบว่าผู้ต้องหานี้ มาพักอาศัยที่ ตำบลสะเตง อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบและขออนุมัติหมายค้นจากศาลจังหวัดยะลา ตามหมายค้นศาลจังหวัดยะลา ที่ ค.3/2569 ลงวันที่ 26 มกราคม 2569 ผลการตรวจค้นพบผู้ต้องหาตามหมายจับ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับ แจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์และความผิดที่เกี่ยวข้อง แจ้งสิทธิ์ พร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดี และได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน กก.6 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การยอมรับว่า ของกลางลำดับที่ 1 โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ แอปเปิ้ล (Apple) รุ่นไอโฟน 14 โปรแม็กฯ และ ของกลางลำดับที่ 2 ไอแพด (Ipad) รุ่น 10 สีดำ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง ซึ่งใช้สำหรับเข้าถึงสื่อสังคมออนไลน์หลายช่องทาง รวมถึง บัญชี X, บัญชีไลน์ ที่เกี่ยวข้อง และได้ใช้ของกลางลำดับที่ 1 ในการอัดคลิปวิดีโอ วิดีโอคอลกับผู้เสียหาย และใช้ของกลางลำดับที่ 2 ในการเปิดสื่อลามกอนาจารกับผู้เสียหาย และเมื่อเสร็จสิ้นการตัดต่อแล้ว จะนำภาพและคลิปวิดีโอดังกล่าวไปเผยแพร่ และนำไปหาประโยชน์โดยการขายคลิปให้กับลูกค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และใช้บัญชีธนาคารที่ผูกกับพร้อมเพย์ของผู้ต้องหาเป็นช่องทางในการรับโอนเงิน
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัยประชาชน สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของเด็กและเยาวชนในโลกออนไลน์ ซึ่งผู้กระทำผิดใช้กลยุทธ์หลอกลวงด้วยการปลอมตัวเป็นบุคคลอื่น สร้างความสัมพันธ์เชิงชู้สาว และค่อย ๆ โน้มน้าวให้เด็กเปิดเผยตัวตนหรือกระทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมผ่านวิดีโอคอล ผู้ปกครองจึงควรตระหนักว่าอันตรายไม่ได้อยู่แค่การพบเจอคนแปลกหน้าในโลกจริง แต่ยังแฝงอยู่ในพื้นที่ดิจิทัลที่ลูกหลานใช้งานอยู่ทุกวัน การปล่อยให้เด็กใช้งานโซเชียลมีเดียโดยขาดการกำกับดูแล อาจทำให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้โดยไม่รู้ตัว
ทั้งนี้ ผู้ปกครองควรหมั่นพูดคุยกับบุตรหลานเกี่ยวกับความปลอดภัยออนไลน์ สอนให้รู้จักปฏิเสธการเปิดกล้องหรือส่งภาพส่วนตัวให้คนที่ไม่รู้จัก และสร้างบรรยากาศที่ทำให้เด็กกล้าบอกเล่าเมื่อพบสิ่งผิดปกติ นอกจากนี้ ควรติดตามพฤติกรรมการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ของบุตรหลานอย่างเหมาะสม ไม่ใช่ในลักษณะจับผิด แต่เพื่อปกป้องและช่วยเหลือ หากพบสัญญาณเสี่ยง ควรรีบปรึกษาครู ผู้เชี่ยวชาญ หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำและสร้างบาดแผลทางจิตใจแก่เด็กในระยะยาวหากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย หรือการเผยแพร่ภาพและคลิปที่ไม่เหมาะสมกับเด็ก ควรรีบแจ้งเบาะแส ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อช่วยกันปกป้องสังคมและหยุดยั้งเครือข่ายที่หาประโยชน์บนความทุกข์ของเด็ก
Advertisement