
วันที่ 14 ก.พ. 69 ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง นำโดย พ.ต.ท.ยุทธ จตุรชัยภิญโญ สว.ส.ทล.3 กก.5 บก.ทล. , ร.ต.อ. กิตติศักดิ์ สินทรัพย์ , ร.ต.อ.สมคิด จันดีศรีเจริญ รอง สว.ส.ทล.3กก.5 , ร.ต.อ.นิคม เพชรนิล ,ร.ต.ท.ธรรมศักดิ์ จงทอง , ร.ต.ท.สุวัฒน์ ชื่นชอบ,ร.ต.ต.ประทีป มีอุดร รองสว. (ป)ส.ทล.3กก.5 ด.ต.ขัณทัศ พุ่มอยู่ ,พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.3 กก.5 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา นายกิตตินันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปีในข้อกล่าวหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (ไอซ์ หรือ เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย, อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า, ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน เป็นการกระทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป , ฝ่าฝืนคำสั่งข้อบังคับหรือระเบียบของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งหรือ ประกาศ ห้าม หยุด หรือจอด”
พร้อมของกลางของกลาง
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท1(ไอซ์) น้ำหนักทั้งหมดประมาณ 60 กิโลกรัม แบ่งบรรจุไว้อยู่ในกระสอบ จำนวน 2 กระสอบ ภายในกระสอบทั้ง 2 กระสอบ มีถุงชายี่ห้อ GUANYIN ซึ่งบรรจุไอซ์ ถุงละประมาณ 1 กิโลกรับ รวมทั้งหมดจำนวน 60 ถุง พบซุกซ่อนอยู่ภายในช่องเก็บสัมภาระด้านท้ายของรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา
2. รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลติส สีเทา เลขทะเบียน จ.ยโสธร 1 คัน
3. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Samsung สีดำ 1 เครื่อง
4. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ Samsung สีดำ (ชำรุด) 1 เครื่อง
5. โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ IPhone สีดำ (ชำรุด) 1เครื่อง
สถานที่จับกุม จุดตรวจยาเสพติดบ้านท่างาม ม.2 ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จว.พิษณุโลก ต่อเนื่อง บริเวณบนถนนทางหลวงหมายเลข 11 กม.237+600 (ขาล่อง) บริเวณหน่วยบริการตรวจทางหลวงบ้านป่า ม.8 ต.บ้านป่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก
พฤติการณ์แห่งคดี เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมของ สถานีตำรวจภูธรวัดโบสถ์ ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา ร่วมกันตั้งจุดตรวจ/จุดสกัดกั้นยาเสพติด บนถนนทางหลวงหมายเลข 11 (ขาล่อง) สายอุตรดิตถ์–พิษณุโลก บริเวณจุดตรวจบ้านท่างาม หมู่ที่ 2 ต.วัดโบสถ์ อ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก
ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขับเข้ามายังจุดตรวจ เจ้าหน้าที่ได้ให้สัญญาณหยุดรถเพื่อขอตรวจสอบ แต่ผู้ขับขี่กลับไม่ยอมหยุดและเร่งเครื่องหลบหนีออกจากจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงขับรถสายตรวจติดตามอย่างกระชั้นชิด พร้อมประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจำหน่วยบริการตำรวจทางหลวงบ้านป่า ช่วยสกัดจับต่อมาสามารถควบคุมรถคันดังกล่าวได้ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 11 กม.237+600 ต.บ้านป่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก
พร้อมควบคุมตัวผู้ขับขี่ ทราบชื่อคือ นายกิตตินันท์ อายุ 29 ปี อดีตข้าราชการทหาร จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหามีอาการพิรุธ สั่นประหม่า และให้การวกวน เจ้าหน้าที่จึงขอทำการตรวจค้นรถ โดยได้แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนการตรวจค้น และผู้ต้องหาให้ความยินยอมในการตรวจค้น
ผลการตรวจค้นบริเวณห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายรถ พบกระสอบสีเหลืองจำนวน 2 กระสอบ ภายในบรรจุถุงชาบรรจุวัตถุเกล็ดสีขาวใสคล้ายยาไอซ์ และยังพบเครื่องแบบทหารอยู่ภายในรถ เชื่อว่านายกิตตินันท์ใช้เครื่องแบบทหารที่แขวนไว้หลังรถ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจเวลาที่เจอด่านตรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมายังสถานีตำรวจ และประสานเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดภาค 6 ร่วมตรวจสอบ โดยใช้น้ำยาทดสอบ พบว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือไอซ์) น้ำหนักรวมประมาณ 60 กิโลกรัม
ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากบุคคลไม่ทราบชื่อ ให้เดินทางไปรับยาเสพติดที่ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ก่อนนำกลับมาซุกซ่อนในรถยนต์ของตน เพื่อขนส่งไปยังกรุงเทพมหานคร กระทั่งมาถูกเรียกตรวจและพยายามหลบหนีจนถูกสกัดจับกุมได้ดังกล่าว
พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า“จำหน่ายยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน/ไอซ์) โดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งให้หยุดรถ”พร้อมแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมาย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.วัดโบสถ์ ดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้พบว่าผู้ต้องหามีประวัติเคยก่อเหตุ “เมาแล้วขับ ชนแล้วหนี” โดยขับรถชนหญิงวัย 51 ปี เสียชีวิตที่ จ.ลพบุรี แล้วหลบหนี ก่อนจะถูกพลเมืองดีช่วยกันสกัดรถไว้ได้ โดยหลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้มอบเงินค่าปลงศพเป็นจำนวน 5,000 บาท สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
Advertisement