
เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 27 มกราคม 2569 ร.ต.อ.ไพศาล แสงวันดี รองสว.(สอบสวน) สภ.โคกโพธิ์ไชย รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่ามีชาวบ้านพบศพชายถูกฆ่าตายในไร่อ้อยทางทิศเหนือของบ้านหินตั้งหมู่ 3 ต.ซับสมบูรณ์ อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น
ที่เกิดเหตุอยู่ภายในไร่อ้อย บริเวณที่มีการตัดอ้อยไปแล้ว พบศพผู้ตายเป็นชาย นอนหงายเสียชีวิต สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีน้ำเงิน ทับด้วยเสื้อยีนส์แขนยาว กางเกงขายาวสีครีม รองเท้าใบสีดำ ถุงเท้าสีดำ พบบาดแผลถูกของแข็งทุบที่กรามจนกรามหัก และมีรอยถูกของมีคมแทงใต้คาง 1 แผล เลือดเริ่มแห้งกรัง
บริเวณใกล้ศพพบด้ามปืนในสภาพหักและพบลำกล้องปืนตกอยู่ใกล้กัน นอกจากนี้บริเวณกอไผ่บนคันคูกั้นที่ดิน ยังพบเปลนอนผูกไว้ พร้อมสิ่งของเครื่องครัวแกลลอนน้ำดื่ม และย่ามใส่อาหารแขวนอยู่
ต่อมานายสุบัน (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี เจ้าของไร่อ้อยได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ แจ้งว่าผู้ตายคือนายปรีชา จวนชัยภูมิ อายุ 51 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป
นายสุบัน ให้การว่าผู้ตายมารับจ้างตัดอ้อยในไร่ ก่อนเกิดเหตุช่วงเย็นวันที่ 26 มกราคม หลังเลิกงานนายปรีชา บอกว่าจะกลับมายิงหนูในไร่อ้อยตอนกลางคืนแล้วแยกย้ายกันไป จนกระทั่งเช้าวันถัดมา ตนจะเข้ามาตัดอ้อยตามปกติ พบว่านายปรีชานอนอยู่ที่พื้นจึงเรียกให้ตื่น แต่ไม่ตอบสนอง เดินเข้าไปใกล้พบรอยเลือดแห้งที่กราม จึงรีบไปแจ้งเพื่อนบ้านและโทรแจ้งตำรวจโดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ
ด้านนางสาวศิริลักษณ์ อายุ 30 ปี บุตรสาวผู้ตาย เปิดเผยว่าหลังแม่เสียชีวิตพ่อไปอยู่เพียงลำพังที่บ้านไผ่ทอง รับจ้างทั่วไปเลี้ยงตัวเอง และไม่ค่อยได้พบลูกหลานบ่อยนัก โดยที่ผ่านมาไม่เคยทราบว่าพ่อมีปัญหากับใคร แต่พ่อมี “บัดดี้” หรือเพื่อนสนิทที่ไปไหนมาไหนและกินอยู่ด้วยกันตลอด แต่หลังพ่อเสียชีวิต เพื่อนคนดังกล่าวกลับหายตัวไป จึงไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวข้องกับการตายหรือไม่ และได้ให้ข้อมูลกับตำรวจไปแล้ว
ต่อมา พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รองผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมด้วยชุดสืบสวนได้ไปตรวจสอบกระท่อมนาของนายน้อย ซึ่งเป็นพ่อของนายสิทธิ์และนายนุ เพื่อนสนิทของผู้ตาย และได้ควบคุมตัวทั้งสองไปสอบสวนที่งานสืบสวนสภ.โคกโพธิ์ไชย ในฐานะผู้ต้องสงสัย โดยทั้งสองยังให้การปฏิเสธ
พ.ต.อ.พิทักษ์ เขตสิงห์พิทักษ์ เปิดเผยว่า จากการตรวจที่เกิดเหตุและสอบสวนพยานใกล้ชิด พบว่านายปรีชา สนิทกับนายสิทธิ์และนายนุ สองพี่น้องและพักอาศัยกินอยู่ร่วมกันที่กระท่อมนาของนายน้อยมาร่วม 2 เดือน ก่อนเสียชีวิตมีชาวบ้านพบว่าช่วงค่ำวันที่ 26 มกราคม นายปรีชา นั่งดื่มสุรากับนายสิทธิ์และนายนุ ที่กระท่อมนา และเช้าวันต่อมานายปรีชา ก็กลายเป็นศพในไร่อ้อย ซึ่งอยู่ห่างจากกระท่อมประมาณ 500 เมตร และบุตรสาวผู้ตาย ก็มีความสงสัยต่อการเสียชีวิตของพ่อ และต้องการให้ตำรวจนำตัวเพื่อนสนิทไปสอบสวน เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวทั้งสองมาดำเนินการตามกระบวนการ
โดยแพทย์ระบุเบื้องต้นว่าผู้ตายเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 6–10 ชั่วโมง ขณะที่เจ้าหน้าที่ ศพฐ.4 ขอนแก่น ได้เก็บดีเอ็นเอจากร่างผู้ตายตรวจหาลายนิ้วมือจากด้ามปืนที่หักและเก็บวัตถุพยานที่เชื่อว่าอาจมีลายนิ้วมือคนร้าย รวมถึงเสื้อผ้าผู้ตายไปตรวจสอบเพิ่มเติม
ด้านบุตรสาวขอให้ส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งตรวจดีเอ็นเอ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัยทั้งสองราย เพื่อยืนยันตัวผู้ก่อเหตุหรือผู้ร่วมก่อเหตุ และเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Advertisement