
ความเคลื่อนไหวช่วงบ่ายที่ สน.บางเขน พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวเยาวชนชายจำนวน 5 คน ที่อายุไม่ถึง 18 ปีผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุยิง เด็กชายออมสินอายุ 13 ปีเสียชีวิต เพื่อไปฝากขังยังศาลอาญามีนบุรี แผนกคดีเยาวชน และครอบครัว ระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถามปมสาเหตุ ในการก่อเหตุครั้งนี้ว่าเป็นการยิงผิดตัวหรือไม่ หรือก่อเหตุไปทำไม แต่ทั้ง 5 คนไม่มีการตอบคำถามสื่อมวลชนใดๆ ทั้งสิ้น สีหน้าท่าทางเรียบเฉยก่อนจะเดินขึ้นรถตู้ไป
ต่อมาตำรวจได้ควบคุมตัว ผู้ก่อเหตุอีก 8 คนที่อายุเกิน 18 ปี นายธรรมนูญ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี นายธนพล (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี นายอัษฎากร (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี ( 3 คนนี้เป็นมือยิง) และกลุ่มผู้ร่วมก่อเหตุอีก 5 คน ออกจากห้องสืบสวนเพื่อมาส่งให้กับพนักงานสอบสวน โดยทั้งหมดถูกนำตัวเข้าห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา
ระหว่างการควบคุมตัวผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถาม ถึงปมสาเหตุว่าก่อเหตุครั้งนี้ไปทำไมและมีอะไรอยากจะฝากถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตหรือไม่ นายธรรมนูญ ได้พูดทั้งน้ำตาร้องไห้บอกว่าตนเองเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและอยากฝากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต
ต่อมา นายนฤเชน บอกว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจ เมื่อถามว่าตั้งใจขับเข้าไปตามหาคู่กรณีภายในซอยใช่หรือไม่ นายนฤเชน ตอบว่า ไม่ครับ ก่อนที่ทั้งหมดจะถูกควบคุมตัวเข้าห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา
โดยย่าของ นายธรรมนูญ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุว่า ช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. นายธรรมนูญ ได้โทรศัพท์มาบอกให้ทอดไข่รอไว้ เนื่องจากกำลังจะกลับบ้าน กระทั่งกลับมาถึงบ้านแล้ว ได้ออกจากบ้านไปอีกครั้งในเวลาประมาณ 22.00 น. ก่อนจะกลับมาในช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันถัดมา และมาเคาะประตูเรียกให้เปิดบ้าน
ขณะนั้นตนเองไม่ทราบว่าหลานชายออกไปทำอะไรมา เมื่อเข้าบ้านแล้วนายธรรมนูญก็เข้านอนตามปกติ โดยไม่ได้มีการสอบถามรายละเอียดใดๆ มีเพียงความไม่พอใจที่หลานกลับบ้านดึกกว่าปกติเท่านั้น
คุณย่ากล่าวต่อว่า โดยนิสัยส่วนตัวหลานชายเป็นคนไม่ค่อยพูด มีเรื่องอะไรมักไม่เล่าให้ฟัง ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยทราบมาก่อนว่าหลานชายมีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง และไม่รู้ว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุยิงจนทำให้เด็กชายอายุ 13 ปีเสียชีวิต
สำหรับประวัติ นายธรรมนูญ เรียนจบการศึกษาเพียงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จากนั้นได้ออกจากโรงเรียนมาทำงาน เนื่องจากต้องการหาเงินซื้อรถจักรยานยนต์ พร้อมยืนยันว่าหลานชายไม่เคยศึกษาในสถาบันช่างแต่อย่างใด
คุณย่ากล่าวต่อว่า เมื่อวานที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัวหลานชายที่บ้าน หลานชายมีอาการร้องไห้ ทำให้ตนเองตกใจและเข้าไปส่งหลานชายก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวไป โดยระหว่างนั้นหลานชายไม่ยอมบอกว่าไปทำอะไรมาบ้าง พูดเพียงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น กระทั่งวันนี้หลานชายจึงได้เข้ามาขอโทษ พร้อมบอกว่าไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
ทั้งนี้ยืนยันว่า ตนเองในฐานะย่าได้อบรมสั่งสอนหลานมาโดยตลอด สอนจนหมดไส้หมดพุง ไม่เคยสนับสนุนให้ลูกหลานไปสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น และเข้าใจความรู้สึกของครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงแนวทางการเยียวยาหรือการดำเนินการต่อกับครอบครัวผู้เสียชีวิต คุณย่าตอบว่า ขณะนี้ยังไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป เนื่องจากตนเองเป็นเพียงคนหาเช้ากินค่ำ ใช้ชีวิตไปวันต่อวันเท่านั้น
ขณะที่แม่ของ เด็กชายอายุ 13 ปี ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาที่ สน.บางเขน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี โดยเปิดใจว่าขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชนที่คอยติดตามความคืบหน้าจนสามารถสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุ 13 คนได้ครบ โดยบอกว่าก่อนออกมาได้ไปกล่าวกับศพของลูกชายว่าขอให้ไปสู่สุคติโดยไม่ต้องกังวล เพราะสามารถจับกุมตัวคนร้ายได้แล้ว ส่วนตัวเธอเองอโหสิกรรมให้กับผู้ก่อเหตุ และขอให้หยุดทำพฤติกรรมแบบนี้
Advertisement