
วันที่ 23 ม.ค.2569 จากกรณีเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ช่วยเหลือหญิงผู้เสียหายในพื้นที่อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี หลังร้องเรียนว่าถูกอดีตสามี ซึ่งมีพฤติกรรมเสพยาเสพติด ใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายซ้ำซาก และอุ้มลูกหลบหนีกีดกันไม่ให้ผู้เป็นแม่ได้พบหน้า จนกลายเป็นคดีสะเทือนสังคม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ไทรน้อย ได้เรียกตัวฝ่ายชายเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามความคืบหน้าและดำเนินการตามกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม
ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (23 ม.ค. 2569) เวลา 14.20 น. พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผกก.สภ.ไทรน้อย พร้อมด้วย พ.ต.ท.บุญเรือง ชัยรัตน์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.ไทรน้อย, พ.ต.ท.เรวัต สุริยะ สารวัตรสืบสวน สภ.ไทรน้อย และเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน ได้เชิญตัว นายชลนที ศรีเพชรดี อายุ 53 ปี ชาวอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นสามีของผู้เสียหาย เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา เปิดเผยว่า หลังจากเชิญตัวนายชลนที เข้าพบพนักงานสอบสวน ได้มีการตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจหาสารเสพติด พบว่ามีสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เสพยาเสพติด รวมถึงข้อหาทำร้ายร่างกาย และชิงทรัพย์ ส่วนเด็กชายอายุ 3 ขวบ ซึ่งอยู่กับตัวผู้ต้องหาในขณะนี้ เจ้าหน้าที่จะส่งมอบให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี (พมจ.นนทบุรี) รับไปดูแลต่อไปตามขั้นตอน เพื่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของเด็ก
ด้านนายชลนที ผู้ต้องหา ให้การทั้งน้ำตาว่า สาเหตุที่ตนทำร้ายภรรยา เนื่องจากทนพฤติกรรมไม่ไหว หลังถูกภรรยาด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายต่อหน้าคนอื่นหลายครั้ง แม้กระทั่งวันที่ตนไปตัดผม ภรรยาก็ตามไปด่าที่ร้านตัดผม ทำให้ตนเกิดความโกรธสะสม โดยยอมรับว่าตนเป็นคนทำงานหาเงินเพียงคนเดียว แต่สมุดบัญชีธนาคารและแอปพลิเคชันธนาคารทั้งหมดอยู่กับภรรยา ตนถูกให้ใช้เงินวันละเพียง 100 บาทเท่านั้น ซึ่งตนอดทนมาโดยตลอดเพราะนึกถึงอนาคตของลูก
นายชลนที กล่าวต่อว่า ตนคบหากับภรรยามานานกว่า 7 ปี และมีลูกด้วยกัน 2 คน โดยลูกคนโตเพิ่งแยกมาอยู่กับตนได้ประมาณ 2–3 สัปดาห์ ภรรยาอ้างว่าจะไปทำงานต่างจังหวัดและให้ตนเลี้ยงลูกทั้งสองคน แต่ตนบอกว่าไม่สามารถเลี้ยงไหว กระทั่งทราบภายหลังว่าภรรยาได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ซึ่งตนยืนยันว่าไม่ได้หลบหนี และได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์
ในส่วนกรณีถูกกล่าวหาว่าขโมยโทรศัพท์ ตนยืนยันว่า โทรศัพท์เครื่องดังกล่าวเป็นเงินของตนที่ซื้อให้ภรรยา และแอปพลิเคชันธนาคารก็เป็นบัญชีเงินเดือนของตน โดยในวันที่เกิดเหตุทะเลาะกัน ภรรยาได้กัดหูของตนจนขาด ตนยอมยืนให้กัด และต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่เนื่องจากเงินอยู่ในแอปธนาคารในโทรศัพท์ ตนจึงนำโทรศัพท์ติดตัวไปด้วยเพื่อเบิกเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล
ตนยอมรับว่าได้ทำร้ายร่างกายภรรยาจริง แต่ยืนยันว่าเป็นการผลักอก ไม่ได้มีเจตนาทำร้ายรุนแรง พร้อมยอมรับอีกว่าได้เสพยาเสพติดจริง โดยเสพยามาแล้วประมาณ 2 วัน เป็นยาเคและยาไอซ์ ขณะไปปาร์ตี้กับเพื่อนในย่านรัชดา ทั้งนี้ตนให้ภรรยาเป็นผู้บริหารจัดการเงินในแต่ละเดือน แต่ภรรยาไม่สามารถบริหารเงินได้ เนื่องจากนำเงินไปเล่นสล็อตจนหมด ทำให้ค่าน้ำค่าไฟค้างชำระหลายครั้ง ตนต้องนำเงินไปจ่ายค่าไฟที่ค้างไว้รอบแรกจำนวน 7,000 บาท และรอบที่สองอีก 7,000 บาท แต่ภรรยาก็นำเงินไปเล่นหมดเช่นเดิม
ตนต้องยอมกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแทนข้าว เพื่อให้คนในบ้านมีข้าวกินและมีเงินให้ลูกไปเรียนหนังสือ ขณะอยู่ด้วยกันจึงทะเลาะกันเรื่องเงินอยู่เป็นประจำ โดยตนเป็นฝ่ายส่งเงินให้ลูกที่อยู่กับแม่เรียนหนังสือมาโดยตลอด พร้อมกล่าวด้วยความเสียใจว่า สาเหตุที่ออกจากบ้านก็อยากให้เห็นว่าใครจะเป็นคนดูแลครอบครัวได้ และรู้สึกเจ็บปวดที่เงินที่ตนทำงานหามาทั้งหมดถูกนำไปเล่นจนหมด
ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบประวัติของนายชลนที พบว่าเคยมีประวัติคดีอาญาเกี่ยวกับยาเสพติด โดยเคยถูกดำเนินคดีในข้อหาเสพยาเสพติดและครอบครองยาเสพติดมาแล้ว ในปี พ.ศ. 2550 และปี พ.ศ. 2554
Advertisement