
กรณีเหตุการณ์ จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ มีสีจันทร์ สิบเวรตำแหน่ง ผบ.หมู่(ป.) สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้ก่อเหตุนำตัวผู้ต้องหาในคดียาเสพติดหลบหนีออกไปจากห้องขัง คือนายเอกลักษณ์ เดชผลิตหรือ ตู่ ผู้ต้องหาในคดีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่1 (เมทแอมเฟตามีน) หลังจากเกิดเหตุเมื่อเสาร์ที่ผ่านมา จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ ได้ถูก พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่เรียกตัวมาหลังเกิดเหตุ และให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบปากคำก่อนเสนอศาลขอหมายจับกุมดำเนินคดีและได้ถูกคุมตัวทันที โดยสิบเวรรายนี้อ้างว่าเป็นเพื่อนกับผู้ต้องหาและถูกผู้ต้องหาหลอกให้พาไปหาภรรยาและลูกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเข้าเรือนจำ ขณะที่ได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้วตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หลังจากนั้นจะนำไปสู่การสอบวินัยร้ายแรงพร้อมทั้งคดีอาญา
ความคืบหน้าล่าสุดช่วงเช้าที่ผ่านมา (12ม.ค.) พลตำรวจตรีพรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช ได้สั่งทีมสืบสวนไล่ล่านายเอกลักษณ์ หรือ ตู่ จนพบว่านายเอกลักษณ์ ไปกบดานหลบซ่อนตัวอยู่ที่ขนำสวนยางบนภูเขา ในท้องที่อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมกันนั้นได้จับกุมชายรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ให้การช่วยเหลือให้ที่พักพิงไว้ดำเนินคดีอีกราย โดยชายรายนี้อ้างไม่รู้ว่านายเอกลักษณ์ ต้องคดี วานนี้ได้มาขออาศัยจึงให้การช่วยเหลือไว้ ไม่รู้ว่าเป็นคนที่หลบหนีตำรวจมา
ขณะที่นายเอกลักษณ์ เปิดเผยว่าไม่ได้ชวนให้ จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ หรือ จ่าธี ซึ่งเป็นเพื่อนพาไปที่บ้าน แต่จ่าธี เป็นฝ่ายชวนตัวเอง ถามว่าจะไปที่บ้านไหม ตนจึงบอกว่าไป จึงตกลงไป เมื่อเขาพาไปตนจึงต้องไป ไม่ได้มีเหตุผลจะหลบหนีอะไร และอ้างว่าไม่ได้เป็นเพื่อนอะไรกัน แต่รู้จักกัน และรู้จักกับน้าของเขาด้วย ตนไม่ได้คิดจะหนี ตนรออยู่ให้ท่านรองไปรับ ตนไม่ได้หนีแต่ไม่มีโทรศัพท์ติดต่อกับใครได้ พร้อมทั้งสำทับว่าเพื่อนอย่าโทษตน เพราะเพื่อนเป็นคนชวนตนไป ทำให้ตนมีความผิดไปด้วย
ซึ่งต่อมาตำรวจได้คุมตัวเข้าพบกับพลตำรวจตรีพรชัย ขจรกลิ่น รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจภูธรนครศรีธรรมราช เพื่อสอบปากคำด้วยตัวเอง
พลตำรวจตรีพรชัย ระบุว่า ข้อเท้จจริงการเกิดเหตุในเรื่องนี้เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ที่ผ่านมา หลังจากเกิดเหตุตำรวจไม่ได้หลบหนีไปไหน มารายงานตัวกับผู้บังคับบัญชาที่ สภ.หลังจากนั้นได้ถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี เนื่องจากเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ส่วนผู้ต้องหาที่หลบหนีไปนั้นตำรวจได้ใช้เวลาไล่ล่าเพียง 1 วัน ซึ่งต้องขอชื่นชมในการทำหน้าที่แก้ไขปัญหาและนำตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว
Advertisement