Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิดใจพระสักยันต์สาวแจงสวมถุงมือไม่ถูกเนื้อ "จตุรงค์" ซัดสวมถุงยางไม่ผิด? (คลิป)

เปิดใจพระสักยันต์สาวแจงสวมถุงมือไม่ถูกเนื้อ "จตุรงค์" ซัดสวมถุงยางไม่ผิด? (คลิป)

12 ม.ค. 66
18:11 น.
แชร์

จากกรณีเฟสบุ๊ก “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทิร์น part 5.2” มีการโพสต์ภาพและข้อความที่ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ขอให้สื่อฯ และสังคมช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งให้เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ช่วยตรวจสอบเพื่อความสบายใจของชาวบ้าน และพุทธศาสนิกชน เกี่ยวกับท่านเจ้าอาวาส วัดด่านเจริญชัย ต.หนองย่างทอย อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ที่มีการรับสักยันต์ผู้หญิงแบบถึงเนื้อถึงตัว พร้อมด้วยพระรูปดังกล่าวมีพฤติกรรมชอบโพสต์คำหยาบคาย โพสต์รับสักและขายวัตถุมงคลของตนเองทุกวันลงสื่อออนไลน์

405187

โดยวัดดังกล่าว ชาวบ้านให้ข้อมูลกับทางเพจว่า ทั้งวัดมีพระอยู่เพียงแค่รูปเดียว พระรูปใดมาอาศัยอยู่ด้วยไม่ได้ ต้องหาเรื่องขับไล่เพื่อที่จะอยู่รูปเดียวตลอด ชอบพูดจายุยงให้ชาวบ้านผิดใจกัน คุยโทรศัพท์กับผู้หญิงที่อ้างตัวว่าเป็นหมอดูร่างทรงอยู่ตลอดทั้งวัน และมีการตั้งสำนักให้แม่หมอหมอดูร่างทรงด้วย

673626

ล่าสุดวันที่ 12 ม.ค. 66 ทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี เดินทางไปยังวัดด่านเจริญชัย ต.หนองย่างทอย อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ได้คุยกับ “พระครูวินัยธร พีระพันธ์ พีรภทโท” หรือ “พระอาจารย์ติ๊ก พีรภัทโท” เจ้าอาวาส ที่ชาวบ้านร้องเรียน ได้ชี้แจงในทุกประเด็นที่ชาวบ้านมาร้องกับสื่อฯ ประเด็นแรกสาเหตุที่ตนเป็นพระรูปเดียวในวัด เพราะหลังจากเจ้าอาวาสรูปเก่าคือ “หลวงพ่อประเทือง” ได้ละสังขารลงอย่างสงบด้วยโรคชราเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 50 ตนก็ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสแทน ปัจจุบันอยู่ที่วัดนี้มา 19 พรรษาหรือ 19 ปี แล้ว

ภายหลังเมื่อมีคนมาบวชเป็นพระสงฆ์ตนก็ยินดีให้บวช แต่ส่วนใหญ่ก็มีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และก่อนจะให้สึกตนให้โอกาสพระสงฆ์ทุกรูปด้วยการตักเตือนก่อน แต่หากมีครั้งที่ 2 จะให้สึกทันที อย่างปีที่ผ่านมา พ.ศ. 65 ก็สึกไปร่วม 3 รูป ด้วยเหตุผลดังกล่าว

ส่วนเรื่องเครื่องรางของขลัง ที่ตนมีการโพสต์ขายในเฟซบุ๊กนั้น เป็นเรื่องจริงและตนเป็นคนโพสต์ขายเอง ส่งของเองทั้งหมด โดยเครื่องรางทั้งหมดก็ได้รับการถ่ายทอดวิชาคาถามาจาก “หลวงพ่อประเทือง” แต่ราคาที่มีการระบุนั้น ตนไม่ได้เป็นคนกำหนด เดิมทีจะเป็นลูกศิษย์ที่กำหนดราคาให้ ซึ่งเป็นราคานี้มาตลอด อาจจะมีเพิ่มบ้างลดบ้างตามยุคสมัยและวัตถุที่ใช้ทำ

เรื่องของการครอบครูนั้น ก็มีอยู่จริง ทั้ง เศียรหนุมาน เศียรพ่อแก่ ในรูปลักษณ์ต่าง ๆ และเรื่องสักยันต์ก็มีจริง ส่วนใหญ่ตนจะรับสักอยู่ 2 ลายหลัก ๆ คือ ยันต์ 9 ยอด และยันต์ 8 ทิศ ของ “หลวงพ่อเดิม” กับ “หลวงพ่อประเทือง” ที่ตนได้รับถ่ายทอดวิชามา ส่วนลายอื่น ๆ ที่เห็นนั้น เป็นความต้องการของโยมที่ขอให้ตนสักให้

879852

ทั้งนี้ประเด็นที่ชาวบ้านตั้งคำถามถึงความไม่เหมาะสม เนื่องจากสักให้ผู้หญิงและมีการถูกเนื้อต้องตัวนั้น ตนยืนยันว่ามีการป้องกันด้วยการใส่ถุงมือ 2 ชั้นทุกครั้ง ไม่ได้สัมผัสกับตัวของผู้หญิงโดยตรง เรื่องความสะอาดก็มีพร้อม ทั้งแอลกอฮอล์ที่ใช้เช็ดและทำความสะอาดเข็ม มีไฟส่องสว่าง ไม่ได้ทำในที่ลับ เงินทั้งหมดที่ได้จากการขายเครื่องรางของขลังและรับสัก แต่ละเดือนเฉลี่ยแล้วก็ประมาณ 5,000-6,000 บาท เงินทุกบาทจะอยู่ในบัญชีของตนเพียงคนเดียว จะนำออกมาทยอยใช้ทำนุบำรุงพัฒนาวัด สร้างห้องน้ำ สร้างศาลา รูปปั้นต่าง ๆ หรือไม่ก็มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับโรงเรียน มอบให้โรงพยาบาล ไม่ได้รั่วไหลไปไหนและไม่ได้ทำในเชิงพุทธพาณิชย์ด้วย

เรื่องร่างทรงแม่หมอ ขอชี้แจ้งว่า แม่หมอที่อยู่ จ.พิจิตร และเป็นลูกสาวในอดีตชาติ จากการนิมิตรรู้ของตนเมื่อประมาณ 2 ปี เพราะครั้งแรกที่เขามาที่วัด ตนรู้สึกถึงความผูกพันอันดีที่เคยมีต่อกันเมื่ออดีตชาติ จึงมีการพูดคุยและไปเปิดตำหนักให้เขาที่บ้านใน จ.พิจิตร ดังนั้นไม่ได้มีความสนิทสนมกันในลักษณะอื่น

“พระอาจารย์ติ๊ก” บอกอีกว่า ตนไม่ได้รู้สึกแปลกใจที่มีคนส่งเรื่องร้องเรียน เพราะก่อนหน้านี้ตนกับทางชาวบ้านกลุ่มหนึ่งประมาณ 3-4 คน ในหมู่บ้านเคยมีปัญหาจนถึงขั้นเป็นคดีความ เนื่องจากคนกลุ่มนี้เดิมทีก็คอยช่วยเหลือวัดมาตลอด บางคนเป็นแม่ครัว บางคนเป็นโฆษกวัด แต่เมื่อประมาณเดือน มิ.ย. 65 คนกลุ่มนี้มีการเปิดเรี่ยไรเงินชาวบ้านโดยไม่ได้แจ้งให้ตนทราบ อ้างว่าจะนำเงินมาเทปูนลานวัด แต่ไม่เคยแสดงลายลักษณ์อักษรการรับเงินให้ตนรู้เห็นเลยสักครั้ง

จนกระทั่งเดือน ก.ค. 65 มีชาวบ้านมาบอกว่า คนกลุ่มนี้ไปเรี่ยไรตามบ้าน ไปขอหิน ขอปูนจากร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ตนสืบทราบว่าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ก็เลยสั่งให้คนกลุ่มนี้ยุติการเรี่ยไรและไม่ขอรับเงินทำบุญส่วนนั้นมาเทปูน พร้อมกับแจ้งความไว้ที่ สภ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ว่าไม่เกี่ยวข้องกับเงินที่มีการเรี่ยไร ทำให้คนกลุ่มนี้แปรพักตร์ไม่เข้ามาที่วัดและทำตัวมีปัญหากับทางวัดมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นส่วนตัวไม่ได้รู้สึกกังวลหรือทุกข์ร้อนอะไร เนื่องจากยึดคำสอนของพระศาสดาที่ว่าเป็นพระต้องอดทน มีสติ มีปัญหา ให้พิจารณาเอาเอง เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว สุดท้ายอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด หลีกหนีไม่พ้น และตนก็ยินดีจะให้หน่วยงานต่าง ๆ มาตรวจสอบ

105377

ขณะที่ “นายแสน บุตดีใส” อายุ 66 ปี หนึ่งในบุคคลที่ร้องเรียน ที่อดีตเคยเป็นโฆษกให้กับวัดด่านเจริญชัย เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่าสิ่งที่ทำให้พวกตนรู้สึกว่า “พระอาจารย์ติ๊ก” มีพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากลคือเมื่อประมาณต้นปี 65 มีงานศพงานหนึ่งที่เตรียมจะจัดในวัดดังกล่าว แล้วญาติของผู้ตายก็หาเครื่องเสียงมาจากที่อื่น แต่พอพระอาจารย์ทราบก็พูดออกมาว่า “ถ้าหาเครื่องเสียงนอกมา ก็หาเครื่องปั่นไฟมาด้วย” ตอนนั้นญาติคนตายก็เริ่มไม่พอใจ เพราะคิดว่าพระอาจารย์ตั้งใจจะไม่ให้ใช้ไฟของวัดก็เลยเปลี่ยนวัดที่จะจัดงานศพ

ต่อมาช่วงประมาณเดือน มิ.ย. 65 ตนนั่งคุยกับพระอาจารย์ที่วัดว่า จะเทปูนลานวัด เพื่อความสะดวกในการขนย้ายข้าวของ จึงบอกไปว่า จะขอประกาศเรี่ยไรเงินทำบุญ ตอนนั้นพระอาจารย์ก็พยักหน้า ตนจึงเริ่มประกาศเรี่ยไรประมาณ 1 เดือนเศษ แล้วพอถึงกำหนดเทปูนในเดือน ก.ค. 65 พระอาจารย์ก็กล่าวหาว่า ตนไปบอกกับญาติงานศพเมื่อต้นปีว่าไม่ให้ใช้ไฟวัด ทำให้ชาวบ้านไม่พอใจพระอาจารย์และทำให้พระอาจารย์เสียหน้า

ซึ่งตอนนั้น ตนก็ยืนยันว่าไม่ได้พูด พร้อมกับสวนกลับไปว่าพระอาจารย์นั่นแหละเป็นคนพูดให้ญาติไปหาเครื่องปั่นไฟมาเอง โดยมีชาวบ้านที่ได้ยินมาเป็นพยาน จึงกลายเป็นว่าขัดกันตั้งแต่ตอนนั้น พระอาจารย์ก็สั่งห้ามไม่ให้เทปูน และสั่งให้ตนคืนเงินทำบุญกลับแก่ชาวบ้านทั้งหมดประมาณ 4,000 กว่าบาท ตนก็คืนจนหมด แต่พระอาจารย์ยังไม่จบมีการประกาศกร้าวกลางวัดว่า “ห้ามโยมแสนมาวุ่นวายในวัดอีก” และหลังจากนั้นจนถึงเดือน พ.ย. 65 ก็เริ่มทยอยห้ามญาติตนรวม 5 คน เข้าวัดด้วย 

ระหว่างช่วงเวลานั้น ก็มีชาวบ้านส่งคลิปที่พระอาจารย์สักให้กับผู้หญิงมาให้ตน ซึ่งเรื่องของการสักการขายเครื่องรางของขลังนั้นตนไม่ได้ติดใจเพราะเห็นว่าขายมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ครั้งนี้มองว่าการสักให้กับผู้หญิงตามคลิปมันไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ แม้ว่าจะใส่ถุงมือไม่อยากให้เกิดขึ้นในวัดของหมู่บ้าน บวกกับในช่วงเดือน พ.ย. 65 ทราบว่า พระอาจารย์ไปแจ้งความตนว่ามีการเรี่ยไรโดยไม่ได้ขออนุญาตจากทางวัด ส่วนตัวก็เลยมองว่ามันไม่ใช่เพราะตนขอแล้ว พระอาจารย์ก็พยักหน้าและตลอด 3 วันที่มีการเรี่ยไรพระอาจารย์ก็รู้เห็นมาโดยตลอด ไม่ได้ห้ามสักครั้งจนกระทั่งวันที่จะเทปูน

เพราะฉะนั้นที่มีการร้องเรียนสื่อฯ เพราะอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินของพระอาจารย์ ให้มีการเปิดเผยที่มาที่ไป และดูแลพฤติกรรมที่คล้ายกับพยายามสร้างความแตกแยกให้กับคนในหมู่บ้าน หรือหากเป็นไปได้ก็อยากไล่ให้พระอาจารย์พ้นวัดไป

651605

“นางรำไพ สามสี” อายุ 39 ปี ผู้ร้องเรียนอีกคนที่ถูกห้ามเข้าพื้นที่วัด เจ้าตัวเล่าให้ฟังว่าเดิมทีตนกับครอบครัวจะเข้าวัดทำบุญ ช่วยงานวัดตลอด แต่หลังจากเกิดเรื่องตามที่ “นายแสน” เล่าไป มันมีอีกประเด็นหนึ่งที่ตนคาใจเพราะ 2 ปีให้หลังตนเห็นว่ามีผู้หญิงคนนึงอ้างตัวว่าเป็นแม่หมอจาก จ.พิจิตร และดูสนิทสนมกับพระอาจารย์แปลก ๆ

แล้วเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 65 พระอาจารย์มาบิณฑบาตที่หน้าบ้านและบอกกับแม่ตนว่า “แม่หมอร่างทรงได้ทักว่าลูกสาวเธอกับฉันจะมีเพศสัมพันธุ์กัน” แม่ก็เดินมาบอกตน ตนก็เดินไปหาพระอาจารย์ที่หน้าบ้าน ท่านก็บอกกับตนอีกว่า “ให้แฟนเธอทำใจให้หนักแน่น” ตนก็อึ้งพูดอะไรไม่ออก ไม่เข้าใจว่าพระอาจารย์พูดแบบนี้ออกมาได้อย่างไร แล้วแม่หมอคนนั้นทำนายทายทักแบบนี้เพื่ออะไร แต่ตนก็ไม่ได้ว่าอะไรใครเนื่องจากไม่เชื่อว่าเป็นจริง

411185

ต่อมาวันที่ 1 พ.ย. 65 พระอาจารย์มาบิณฑบาตหน้าบ้านเหมือนเคย ก็ทักเรื่องเดิมอีก แล้วหลังจากนั้นวันนั้นครอบครัวตนก็ไม่ใส่บาตรกับพระอาจารย์อีกเลย ยังไม่จบวันที่ 4 ธ.ค. 65 หลานชายตนบวชที่วัดแห่งหนึ่งไม่ไกลจากหมู่บ้าน โดยพระอาจารย์ก็ไปร่วมบวชให้หลานตนด้วย และแม่หมอรายนี้ก็ไปร่วมด้วย แต่ระหว่างที่มีการโปรยทานตนก็โดนแม่หมอรายนี้ดักใช้ร่มฟาดหัวไป 2 ที ซึ่งมีคลิปที่ชาวบ้านถ่ายบรรยากาศโปรยทานไว้ และเห็นจังหวะแม่หมอง้างร่มขึ้นเพื่อจะฟาดพอดี ตนก็เลยเอาคลิปนี้เข้าแจ้งความ ด้านของแม่หมอก็เข้าไปจ่ายค่าปรับ 2,000 บาท โดยไม่ได้อธิบายให้ตนและตำรวจทราบว่าทำเพื่ออะไร

ภายหลังตนมาสืบทราบว่า ช่วงเดือน ก.พ. 65 พระอาจารย์ได้โพสต์ว่า เดินทางไปเปิดสำนักให้กับแม่หมอรายนี้ที่ จ.พิจิตร แล้วทราบว่าหลังจากนั้นแม่หมอรายนี้ก็มาที่วัดบ่อย ๆ พร้อมกับพาลูกสาวกับลูกชายมาด้วย จึงเอะใจในความสัมพันธ์ แล้วที่พระอาจารย์บอกว่าแม่หมอเป็นลูกในอดีตชาตินั้น ก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เนื่องจากพฤติกรรมที่แม่หมอทำกับตนคล้ายอาการของคนหึงหวงหรือเปล่า เพราะตนไปวัดบ่อย แต่ไม่เคยอยู่กับพระอาจารย์สองต่อสองและไม่เคยรู้จักหรือมีปัญหาส่วนตัวกับแม่หมอ

406390

ด้าน อ.จตุรงค์ นักวิชาการด้านพระพุทธศาสนา กล่าวว่า พระรูปนี้นั้นมีลูกเล่นมีความฉลาดทางวินัยสงฆ์ โดยอ้างว่าใส่ถุงมือถึง 2 ชั้นและป้องกันแล้ว ส่วนตัวมองว่ารู้แล้วยังทำ ในพระวินัยสงฆ์บอกว่ารู้แล้วยังขืนทำ โดยอาจารย์ตั้งข้อสังเกตว่าถ้าพระในประเทศไทยลุกขึ้นมาใส่ถุงมือ 2 ชั้น ใส่ถุงยางอนามัย 2 ชั้นก็มีสิทธิ์มีเพศสัมพันธ์ได้หรือ เพียงเพราะว่าป้องกันแล้ว ไม่ใช่ว่ามีของป้องกันแล้วจะไม่ผิดหรือรอด

ส่วนเรื่องจะอาบัติไหมนั้น ก็ไม่ถึงขึ้นประราชิก อย่างมากก็แค่สังฆาฏิเศษ แต่ถ้าจะสังฆาฏิเศษก็ไม่ได้อีกเพราะใส่ถุงมือ ต้องดูที่เจตนาของพระรูปนั้นว่าสัมผัสไปเพื่ออะไร ทำแล้วได้ประโยชน์อะไรจำเป็นต้องทำหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่กิจของสงฆ์ ไม่จำเป็นต้องไปจัดไปต้องตัวสีกา หรือถ้ามีเหตุจำเป็นอย่างคนประสบอุบัติเหตุอยู่ข้างหน้า แล้วพระเข้าไปช่วยนั้น เพราะพระมีความรูเรื่อง CPR นั้นก็ยกเว้นไปได้ เรื่องนี้ทางสำนักพุทธจังหวัดเพชรบูรณ์ เจ้าคณะตำบลหรือเจ้าคณะจังหวัดต้องลงมาดูแลเรื่องนี้และตักเตือนพระรูปนี้ว่า สิ่งที่ทำอยู่นั้นทำได้หรือไม่

 

 



Advertisement

แชร์
เปิดใจพระสักยันต์สาวแจงสวมถุงมือไม่ถูกเนื้อ "จตุรงค์" ซัดสวมถุงยางไม่ผิด? (คลิป)